“ใต้ร่มพระบารมี”

    บ่ายแก่ๆที่หน้าโรงเรียนมัธยมศึกษาตั้งอยู่ติดถนนใหญ่แห่งหนึ่ง แม้การจราจรติดขัดเนื่องจากผู้ปกครองส่วนใหญ่ขับรถมารับลูกหลาน แต่สถานการณ์บนทางเท้ากลับพลุกพล่านยิ่งกว่า ด้วยจำนวนนักเรียน และผู้ปกครอง รวมทั้งร้านรถเข็นที่ขายของกินสารพัดอย่างเอาใจเด็กกำลังโต ลูกชิ้นทอด ขนมปังปิ้ง โรตี หมูปิ้ง และส้มตำไก่ย่างที่ปล่อยควันโขมง   


   ทองคำกับจำปี สองคนผัวเมียช่วยกันขายส้มตำไก่อย่างที่หน้าโรงเรียนนี้มาหลายปี เช่นเดียวกับวันนี้ แม้อากาศร้อนอบอ้าว แต่จำปีมีหน้าตาแจ่มใส ตำส้มตำครกแล้วครกเล่าอย่างเพลิดเพลิน โดยมีสามีเป็นผู้ช่วยที่คล่องแคล่ว สามารถแยกประสาทแยกสมาธิฟังรายการวิทยุกับเสียงรถยนต์ได้อย่างไม่สับสน


   “... การชุมนุมที่ท้องสนามหลวงนี้ ถ้าไม่มีคนจุดกระแส ถ้าไม่มีคนนำ ก็ไม่มีคนมาชุมนุม คิดว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ ถ้าไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่นก็ไม่มีปัญหา และที่สำคัญที่สุด ผมขอให้ประชาชนยึดพระราชดำรัสของในหลวง ...”


   เสียงข่าวจากวิทยุขนาดเล็กที่ทองคำวางไว้บนตู้กระจกดังขึ้นมาหลังจบรายการเพลง ผู้ปกครองสองคนที่ยืนรอส้มตำอยู่ฟังอย่างตั้งใจ จนกระทั่งโฆษกเปลี่ยนไปอ่านข่าวอื่น ทั้งคู่จึงพูดคุยกัน


   “ฉันละไม่เข้าใจคนพวกนี้จริงๆ บ้านเมืองกำลังต้องการความสมานฉันท์ ยังออกมาชุมนุมกันอีก ไม่รู้อะไรกันนักกันหนา ถ้าเรื่องมันเป็นพลังบริสุทธิ์จะไม่ว่าเลย แต่เขามีหลักฐานเป็นภาพถ่ายเชียวนะ ภาพถ่ายตอนจ่ายเงินจ้างคนมาชุมนุมน่ะ เห็นบอกว่าให้เงินหัวละห้าร้อยบาท มีข้าวกล่องให้กิน มีเหล้าให้ดื่มด้วยนะเธอ เมาแล้วจะได้เห็นช้างเท่าหมู กล้ามีเรื่องกับทหารกับตำรวจ เรื่องราวจะได้บานปลายขยายวง”


   ทองคำกำลังจัดผักใส่ถุง ได้ยินเช่นนั้นจึงชะงักมือ ... เพียงครู่เดียวเขาทำต่อจนเสร็จแล้วเอื้อมไปหยิบไก่มาวางบนเขียง   ในขณะที่จำปีเหลือบมองสามีด้วยสีหน้าไม่สู้ดี


   พร้อมกับที่ลูกค้าผู้เปิดประเด็นเงยหน้ามองพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทองคำใส่กรอบแขวนไว้เกือบติดเพดานรถเข็น  “ฉันละกลัวว่าเรื่องมันจะบานปลายไปถึงขึ้นใช้กำลังกัน กลัวจริงๆว่าจะมีเรื่องให้ต้องระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทอีก”

   ได้ยินเช่นนั้นแล้วจำปีก้มหน้าก้มตางุด ทองคำกำลังยกอีโต้ขึ้นจะสับไก่ ประโยคที่ได้ยินนั้นถึงกับทำให้เขาเสียจังหวะ ต้องลดมีดลงแล้วเงื้อขึ้นใหม่ ก่อนสับลงอย่างชำนาญ

   หลังส่งส้มตำไก่ย่างให้ลูกค้าสองรายแล้ว ทองคำจึงนำไก่ย่างกับข้าวเหนียวเข้าไปส่งให้อาจารย์ท่านหนึ่ง เมื่อก้าวเข้าไปในโรงเรียน เขามองเด็กเล็กเด็กโตที่เดินไปมาด้วยความชื่นใจ นึกถึงลูกน้อยสองคนที่อยู่กับพ่อตาแม่ยาย ฝันหวานว่าเขาและเมียคงเป็นพ่อแม่ที่มีความสุขที่สุดในโลก หากสามารถส่งเสียลูกทั้งสองคนให้เรียนในโรงเรียนที่แสนแพงนี้ได้ เพราะได้ข่าวมาว่าเด็กที่จบจากโรงเรียนนี้ล้วนมีอนาคตสดใสรออยู่


   หลังส่งของ ขณะเดินผ่านใต้ถุนอาคารเรียน ทองคำแวะชมนิทรรศการ “ใต้ร่มพระบารมี” ซึ่งประกอบด้วยแผ่นป้ายถึงสิบสองแผ่น แผ่นป้ายหนึ่งมีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมข้อความ ... ในยามที่บ้าน เมืองมีวิกฤติการณ์ พลังแห่งพระบารมีของพระองค์ทำให้บ้านเมืองกลับสงบเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง ด้วยพระปรีชาและ พระเมตตาบารมีของพระองค์ ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ และเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ ซึ่งเป็นประจักษ์พยานในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี


   เมื่อกลับถึงร้านร้านส้มตำของตนและภรรยา เขารอจนลูกค้าซาลง ทองคำจึงกล่าวกับภรรยาด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ “จำปี เรื่องที่เราจะไปชุมนุมค่ำนี้น่ะ พี่เปลี่ยนใจ พี่ไม่อยากไป”
   จำปีเม้มปาก สะกดอารมณ์เพราะความเสียดายบางสิ่งบางอย่างก่อนตอบกลับ
   “อืม ถ้าพี่ไม่ไปฉันก็ไม่ไปเหมือนกัน”
   ทองคำพยักหน้าช้าๆ ก่อนเงยขึ้นมองพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วไหว้เหนือหัว