น้ำใจ ร่วมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทย

น้ำใจ ร่วมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทย

"น้ำใจ"

การที่มนุษย์เราอยู่ร่วมกันในสังคม มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีน้ำใจที่ดีต่อกัน จึงจะทำให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติสุข ความมีน้ำใจเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนสามารถทำได้ โดยไม่ต้องซื้อ ต้องหา เพียงแต่แสดงความมีจิตเมตตา ต่อเพื่อนมนุษย์ โดยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ยิ่งเป็นสถานที่ที่ทำงานด้วยแล้ว ผู้เขียนคิดว่า "ต้องมีการแสดงน้ำใจต่อกันให้มาก ๆ" ยิ่งปัจจุบันมีการทำงานเป็นทีมด้วยยิ่งแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนในทีมงานต้องมีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อจะทำให้งานบรรลุผลสำเร็จได้...ไม่ว่าคนไทยจะนับถือศาสนาใด ๆ ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี เป็นคนที่มีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันทั้งสิ้น...ยกเว้นเสียแต่ว่า "มนุษย์ทั้งหลายจะมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หรือสิ่งที่มีชีวิตบนโลกใบนี้ได้มากน้อยเพียงใด"...

ความมีน้ำใจ จะตรงกันข้ามความเห็นแก่ตัว โดยที่คนเห็นแก่ตัวมักจะคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัวและความมีน้ำใจยังตรงกันข้ามกับความอิจฉาริษยา คนที่อิจฉาริษยาคนอื่นย่อมปรารถนาที่จะเห็นความไม่ดีของคนที่ได้ดีกว่า สำหรับคนที่มีน้ำใจนั้น เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่า จะแสดงความยินดีด้วยความจริงใจ ผู้มีน้ำใจจะนึกถึงผู้อื่นและพยายามจะช่วยเหลือผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่า...

ผู้ที่มีน้ำใจจึงเป็นที่รักและต้องการของคนทั่ว ๆ ไป และเป็นคนที่มีคุณค่าต่อสังคมและจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต...

สมัยปัจจุบัน ความมีน้ำใจ ผู้เขียนมีความคิดเห็นว่า มักจะเลือนหายไปจากสังคมไทย อาจสืบเนื่องมาจากวัฒนธรรมตะวันตกแผ่ขยายเข้ามาในสังคมไทยค่อนข้างมาก...จึงทำให้วัฒนธรรมด้านการมีน้ำใจของสังคมไทย...ลดน้อยถอยลงไป...ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก...นับว่าเป็นวัฒนธรรมไทยอีกอย่างหนึ่งก็เป็นได้...ที่สมัยก่อน "น้ำใจ" จะแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองไทย...ถ้าคนไทยทุกคน หันมาสนใจที่จะร่วมรักษาเอกลักษณ์ "น้ำใจ"...จะแสดงความเป็นภาพลักษณ์ของเมืองไทยได้อีกอย่างหนึ่ง...อย่าให้เลือนหายไปจากเมืองไทย...เพราะสมัยก่อนถ้าพูดถึงเมืองไทย จะทำให้คนต่างชาตินึกถึงสภาพของประเทศไทยว่า...เป็นคนน่ารัก ยิ้มเก่ง อ่อนหวาน อ่อนน้อม อ่อนโยน มีสัมมาคารวะ กิริยามารยาทงดงามรวมถึงความมีน้ำใจดี...ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีอยู่แล้ว...สิ่งดี ๆ แบบนี้ เราควรที่จะรักษาไว้...ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงค่ะ...ของดีเราควรรักษา...ถ้าไม่ดีเราควรปรับปรุง...(เช่น โฆษณาหนึ่งที่ถามว่า "เป็นคนไทยหรือเปล่า"...) ซึ่งประเทศไหน ๆ ก็ไม่เหมือนประเทศไทย...อย่าให้ "ความมีน้ำใจ" โดนวัฒนธรรมของต่างชาติกลืนไปเสียง่าย ๆ..."ร่วมกันรักษาไว้ให้เป็นภาพลักษณ์ของประเทศไทย"...ถ้าวิเคราะห์ SWOT ของประเทศไทย...ถือว่าเป็นจุดเด่นของประเทศไทยก็ว่าได้...

การฝึกฝนตนเองให้เป็นคนมีน้ำใจ...ทำได้ดังนี้...

จงเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดถึงหัวอกคนอื่นและแสดงต่อผู้อื่นเหมือนที่เราต้องการให้คนอื่นแสดงต่อเรา

จงเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ

จงแสดงน้ำใจกับคนรอบข้าง

จงเสียสละกำลังทรัพย์ สติปัญญา กำลังกายและเวลาให้แก่ผู้เดือดร้อนที่ต้องการพึ่งพาอาศัยเรา โดยที่ไม่หวังผลตอบแทน

จงมีนิสัยเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อเพื่อนบ้าน

จงให้ความรักแก่คนอื่น ๆ และให้ความร่วมมือเมื่อเขาขอร้อง หรือรู้ว่าเขากำลังลำบากและต้องการความช่วยเหลือ

การฝึกฝนตนเองให้เป็นคนมีน้ำใจ นอกจากจะทำให้เรามีจิตใจที่ดีงามแล้ว ผิวพรรณ ใบหน้าจะอิ่มเอิบ (อิ่มบุญ) + ความสุขทางใจ...แล้วยังทำให้มีมิตรสหายมากมาย ใคร ๆ ก็อยากคบหาสมาคมด้วยเพราะความมีน้ำใจแสดงถึงความมีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ แล้วชีวิตจะพบแต่ความสุขชั่วนิรันดร์...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน "การไหว้" ร่วมกันรักษาวัฒนธรรมไทย



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์

การแสดงน้ำใจไมตรีต่อกัน ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ดี อิ่มใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

ช่วยกันรณรงค์และรักษาเอกลักษณ์นี้ให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยค่ะ

อาจารย์สบายดีนะคะ

มีความสุขในการทำงานนะคะ

 

 

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ...คุณครูใจดี...

P  ใช่ค่ะ...สังคมไทย ควรที่สร้างภาพลักษณ์อันดีงามไว้สำหรับเรื่อง "น้ำใจ" ค่ะ...ขอบคุณค่ะ...สบายดีค่ะ...ครูใจดีสบายดีไหมค่ะ...

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ
  • "คำว่ามีน้ำใจ สามารถทำให้คนหลาย ๆ คนกลับมามีชีวิตที่สดใสได้อีกครั้ง แต่คำว่าแล้งน้ำใจ สามารถทำให้คนหลาย ๆ คน กลับมามีชีวิตที่มืดมนได้อีกครั้ง เช่นกัน"

              

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ...

P  ขอบคุณค่ะ...