มีกิ๊กได้ แต่............................

       

        “ กิ๊ก” กำลังกลายเป็นเรื่องที่นำมาสนทนากันมากขึ้นในสังคมไทย ยามนี้ หลายคนสงสัยว่า   กิ๊ก  หมายถึงอะไร  (กิ๊ก)  สรรพนาม (pro.) หมายถึง บุคคลที่มีความสัมพันธ์อย่างคู่รัก แต่ไม่ใช่คู่รัก  

           เมื่อเป็นกี๊กจะมีความผิดหรือไม่ กรณีนี้ ดร.วิจิตร  ศรีสอ้าน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เคยให้สัมภาษณ์ ถึงเรื่องบทลงโทษข้าราชการครูที่ประพฤติชั่วทางเพศเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวดดยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ให้ถือว่าเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง โดยกำหนดบทลงโทษถึงขั้นปลดออกและไล่ออก 
          ศ.ดร.วิจิตร กล่าวว่า หากมีผู้ร้องเรียนมาว่ามีครูกระทำผิดดังกล่าว คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และหากพบว่ามีผิดก็จะมีการลงโทษปลดออกและไล่ออก เช่นครูผู้ชายที่มีภรรยาอยู่แล้วแต่ไปมีความสัมพันธ์กับครูผู้หญิงที่มีสามีอยู่แล้ว และทั้งคู่ก็ทราบว่าดีว่าต่างฝ่ายต่างมีสามี ภรรยาอยู่แล้ว กรณีเช่นนี้ ถือว่าเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรงถึงขึ้นไล่ออก ซึ่งครูจะไม่ได้รับบำเหน็จ บำนาญ แต่ถ้าถูกลงโทษแค่ปลดออก ครูยังจะได้รับสิทธิบำเหน็จ บำนาญ หรืออีกกรณีหนึ่งที่พบบ่อย คือ ครูไปลวนลามหรือมีความสัมพันธ์กับลูกศิษย์ ก็ถือว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากครูที่ถูกตัดสินแล้วคิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรม ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้         
          "ก่อนหน้านี้ ศธ.ไม่เคยกำหนดบทลงโทษครูที่ประพฤติผิดทางเพศ แต่มีแค่บทลงโทษของคุรุสภาที่กำหนดไว้แค่เพียงยึดและถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเท่านั้น แต่ขณะนี้วิชาชีพครูได้ถูกกำหนดให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง และเป็นผู้ที่จะต้องมีจรรยาบรรณ ดังนั้นศธ.จึงต้องกำหนดบทลงโทษขึ้นมา เพราะเรื่องนี้สังคมให้ความสนใจ" รมว.ศธ.กล่าวและว่า บทลงโทษดังกล่าว ศธ.จะทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังหน่วยงานการศึกษา ให้ถือปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว และหลังจากนั้นจะออกเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ และออกเป็นระเบียบกระทรวงศึกษาธิการต่อไป

          ที่นำเรื่องนี้มาเขียนในวันนี้เนื่องจาก เมื่อวานนี้ได้รับการเล่าฟังจากนักศึกษาปริญญาโท ของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งว่า

           “วันนี้มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับการผิดวินัยของข้าราชการ อาจารย์ผู้สอนที่เป็นสุภาพสตรี ได้พูด ถึงการมีกิ๊ก ไว้อย่างน่าคิดว่า “ ถ้าใครจะมีกิ๊ก ก็ไม่ว่าอะไร แต่อย่าเอากันที่ทำงาน ให้ไปเอากันที่อื่น(อาจารย์สตรีท่านนั้น พูดคำนี้จริงๆ(เอากัน)

          ผู้เขียนได้ยินแล้วรู้สึกสลดใจ เมื่อผู้ที่เป็นอาจารย์สอนหนังสือนักศึกษาระดับปริญญาโท ที่พูดเช่นนี้ หรืออาจ มองในมุมกลับว่า ผู้เรียนปริญญาโท เหล่านั้น ล้วนบรรลุนิติภาวะแล้ว จึงมีการพูดเช่นนี้ได้

    เสมือนเป็นการส่งเสริมว่า การมีกิ๊กนั้น เป็นสิ่งที่มีความชอบธรรม ไม่ผิดศิลธรรม.