เป็นตอนที่สองของเรื่องราวที่แม่กอบ...ได้บอกเล่าเรื่องการทำงานอันเป็นความประทับใจฟังให้ฟัง จากตอนแรกที่ได้พูดถึง จุดประกายและเดินไปถึง...หมออนามัย

ตอนที่ ๒

เมื่อต้นปี ๒๕๕๒ มีผู้ป่วยชายไทยวัยกลางคนป่วยเป็นวัณโรคมานอนรักษาตัวที่ รพ.ยโสธร ประมาณ ๑ เดือน เพราะปอดเขามีปัญหารักษาสูตร ๑ ไม่ได้ ต้องรักษาด้วยสูตร ๒ มีการฉีดยา streptomycin วันละ ๑ gm. m  ด้วย หมอจำหน่ายออกจาก รพ. ไปและให้ยาไปฉีดที่บ้านต่อ บ้านของผู้ป่วยอยู่ห่างจากบ้านของดิฉันประมาณ ๒๐๐ เมตร เขามีอาชีพรับซื้อของเก่าไปขาย ค่อนข้างจะขาดแขลนด้านทุนทรัพย์ ทั้งบ้านเขามีอยู่ด้วยกัน ๔ คน พ่อ แม่ ลูกสาว ลูกชาย (ลูกสาวกำลังท้อง) เขาไม่สามารถเดินได้ เพราะวิงเวียน ตอนเย็นประมาณ ๑๗.๐๐ น. ภรรยาของเขาได้มาบอกดิฉันว่าคุณป้าไปฉีดยาให้แฟนเขาหน่อย เพราะคุณหมอบอกว่าให้ไปฉีดที่สถานีอนามัยใกล้บ้าน เขาไม่สามารถไปได้

ด้วยความเป็นหมอชุมชนของดิฉันก็ตัดสินใจไป เมื่อไปถึงได้ถามทุกอย่างแล้วปรากฏว่าไม่มีเข็ม syring เลยมีแต่ยา ดิฉันเลยตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซต์ไปขอเบิกเข็ม syring แอลกอฮอร์ สำลี อุปกรณ์ป้องกันตัว จาก สอ.ตาดทองมาดำเนินการให้เขา เพราะเขาเกิดความวิตกกังวลมาก อยู่ รพ.เคยฉีดหลังกินอาหารเย็นและฉีดไม่เกิน ๑๘.๐๐ น. ถ้าเกินนั้นเขาจะไม่หาย

เมื่อดิฉันฉีดให้เขาเรียบร้อยแล้ว เขาก้มลงกราบขอบคุณดิฉันทั้งน้ำตาไหล และพูดว่าขอให้ดิฉันไปฉีดให้เขาจนครบ ๒ เดือน จะได้หรือไม่ เมื่อดิฉันตอบตกลงว่าได้เขาดีใจมาก อีก ... ๑ วันต่อมา ดิฉันไปฉีดยาให้ พร้อมทั้งให้สุขศึกษาเกี่ยวโรคและการปฏิบัติตัวทั้งครอบครัว จัดแยกที่นอน อุปกรณ์ของใช้ให้แยกและทำความสะอาด บริเวณบ้านและสถานที่ต่างๆ ให้เป็นระเบียบ เพื่อป้องกันการระบาดของโรค สุดท้ายได้แนะนำให้ครอบครัวเขาทุกคนมาตรวจโรคที่ รพ.ด้วย เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ในผู้สัมผัสต่อไป...

ดิฉันก็ปฏิบัติอย่างนั้นมาตลอด มีอยู่หลายวันที่ดิฉันทำเปิ่น คือ การรีบร้อนกลัวจะเลยเวลาฉีดยาให้เขา ตัวเองก็ติดประชุมเลิกค่ำ กลับถึงบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ผ้าถุงคาดอก เตรียมยาเสร็จผูกผ้าปิดปาก ก็เดินไปฉีดยา พอกลับมาถอดผ้าปิดปาก ล้างมือจะไปอาบน้ำ ... สามีก็เลยพูดว่า ผมเคยเห็นแต่หมออนามัยตีนเปล่า แต่นี่เมียผมเป็นหมออนามัยไร้เสื้อผ้าเลยหรือ ดิฉันก็หัวเราะ เขาก็หัวเราะ มาคิดอีกทีก็น่าขำ คิดถึงแต่ความรู้สึกของคนไข้ ลืมคิดถึงความรู้สึกของคนรอบข้าง หรือของตัวเองไปว่าเราทำแบบนั้นมันเหมาะสมหรือไม่

ฝากเป็นข้อคิดในผู้ป่วยรายนี้ ดิฉันก็ปฏิบัติต่อผู้ป่วยและญาติเขาอย่างดีเป็นเวลา ๒ เดือนเศษ ได้ทั้งน้ำใจ ได้ทั้งคุณงามความดี ตลอดจนได้บริจาคทุนทรัพย์ส่วนหนึ่งเพื่อการดำรงชีพของเขา และเมื่อลูกสาวเขาคลอดก็ได้พามาคลอดที่ รพ.ยโสธร กลับบ้านก็ดูแลเยี่ยมมารดาและทารกตลอดจนขอบริจาคเสื้อผ้าเด็กจากเจ้าที่เวชกรรมสังคม ไปบริจาคให้แม่และเด็กด้วยเพื่อเป็นการทำบุญร่วมกัน ดิฉันได้ปฏิบัติตัวเป็นหมออนามัยที่ดี ตั้งแต่ต้นจนเท่าเกษียนตามที่ปวารณาไว้ ผลของการทำดีก็ส่งผลบุญให้ ครอบครัวของดิฉันเป็นครอบครัวที่อบอุ่นเพียงพอ ครอบครัวที่อุดมไปด้วยความรักตลอดมา

 

อุไร  วิรุฬบุตร

เมื่อเรื่องเล่าของแม่กอบจบลง...ข้าพเจ้าได้แต่มองเห็นถึงใจที่เปี่ยมด้วย "ความกรุณา" ของแม่กอบ...ที่มีต่อผู้อื่น

ในทัศนะของข้าพเจ้า...มองว่า ทุกวันนี้เพียงแค่ความเมตตา ใจของเราก็อ่อนโยนยิ่งนัก หากแต่เติมด้วยหยดน้ำใจแห่งความกรุณาด้วยแล้ว ความเกื้อกูลเกื้อหนุนกันจะแผ่ขยาย และถักทอเป็นสายใยแห่งสังคมให้นำไปสู่ความร่มเย็น ศานติ...

 

--------------------------------------