พันคำ(รวมทั้งท่านผู้อ่าน)สังเกตว่า สังคมและชุมชน(เกือบในทุกระดับ) เปลี่ยนแปลงไปมากในด้านต่างๆ เกิดมีชุมชนออนไลน์การซื้อสินค้าออนไลน์ด้วย และมีโนว์ฮาว (know-how) ที่สามารถค้นหาจากอินเตอร์เน็ต มาเติมเต็มและให้โอกาสแก่คนจากทั่วโลกมากขึ้น บางอย่างทำให้ความต้องการ (demand) เดิมที่เคยมีลดลงจนน่าเป็นห่วง หรือธุรกิจบางอย่างต้องยกเลิกไป (ตัวอย่างเช่น ตลาดธุรกิจฟิล์มกล้องถ่ายรูป เล็กลง เปลี่ยนมาจัดเก็บในแผ่นซีดีแทน)

รู้สึกเหมือนว่า เศรษฐกิจทั้งโลก ปรับตัวไปสู่อีกจุดหนึ่ง เป็นจุดสมดุลใหม่ (คิดว่ายุคก่อนหน้านี้ เราทุกคนก็โชคดีที่มีชีวิตส่วนหนึ่งในสมดุลครั้งก่อน) ซึ่งจุดนั้นเป็นความต้องการแท้จริงของผู้บริโภคที่ไม่สามารถหาได้ทั่วไป

ในขณะที่เศรษฐกิจการเงินโลกถดถอย บางประเทศประกาศชัดเจนที่จะลดงบประมาณด้านต่างๆเพื่อประหยัดและแก้ภาวะติดลบที่มีมานาน รวมทั้งเรียกเก็บภาษี VAT สูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ (นั่นหมายความว่ารายการสินค้าบางอย่างจะมีราคาขายสูงมาก และจะขายได้เฉพาะผู้ที่มีกำลังทรัพย์สูง และต้องแข่งขันกับผู้ขายรายอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะคู่แข่งที่สามารถปรับลดราคาและมีกลยุทธ์การตลาดที่ดีกว่า)

ผู้ซื้อส่วนมาก จำเป็นต้องซื้อสินค้า แบบ value for value คือมีคุณค่าสมกับราคา

นักธุรกิจที่มองความต้องการออก และไม่ลงทุนในสินค้าที่มีมากแล้วแย่งตลาดกันเองน่าจะอยู่รอดได้ดี ธุรกิจเดิมที่วางรากฐานมายาวนานลงทุนไปมาก อาจต้องประคองธุรกิจเดิมด้วยการเพิ่มทางเลือกที่คิดว่าไม่สูญเสียเพื่อใช้มาหนุนธุรกิจเดิม อาจย้ายแรงงานหรือลดเซอร์วิสเดิมมาเติมเต็มอันใหม่ อาจมีการเรียกร้องความสนใจ--โฆษณาความดีของสินค้า

สินค้าและบริการ แบบไหนที่ผู้บริโภคมองว่า value for value

ทั้งนี้ยังขึ้นกับว่าสินค้าและบริการนั้นออกแบบเพื่อกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใด กลุ่มไฮ-คลาสก็จะมีจำนวนผู้บริโภคน้อยหน่อย กลุ่มอื่นๆจะมีผู้บริโภคมากขึ้นแต่กำลังซื้อลดลง หรืออาจออกแบรนด์เนมใหม่เพื่อเปิดสินค้าที่ใกล้เคียงกันให้ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อน้อยได้มีโอกาสใช้

..

(คิดไปเรื่อยๆ ยังไม่จบ เชิญเพิ่มทัศนะของท่านข้างล่าง)

  1. กลุ่มผู้บริโภค พูดกันตลอดเลยว่าจะเข้ายุคที่มีประชากรจำนวนเป็นผู้สูงอายุ เพราะอัตราเกิดลดลง สินค้าและบริการที่สร้างเพื่อให้กลุ่มนี้ก็จะมีตลาดใหญ่ตามยุค ก็เหลือว่าจะมีไอเดียสำหรับสินค้า value for value สำหรับผู้บริโภคนี้อย่างไร
  2. ธุรกิจนั้นควรจะเสริมแรงการเพิ่มคุณค่าและพัฒนาสังคมด้วย เพราะถ้าธุรกิจใดเกิดขึ้นแล้วไม่มีจุดดังกล่าวอาจโตได้แต่อาจไม่ยั่งยืน
  3. เปิดตลาดสินค้าที่เป็นวัสดุจากการรีไซเคิล ตัวอย่างที่ต่างประเทศทำ คือนำวัสดุรองเท้าไปรีไซเคิล (ประเทศเลบานอน) ไปทำแผ่นพื้นสนามบาสเก็ตบอล นอกจากจะสามารถลดค่าผลิตต้นทุนสินค้า ยังสามารถโฆษณาโดยใช้มุมมองกับลูกค้าที่ห่วงใยภาวะของโลกและก็เห็นด้วยว่าสินค้านั้นไม่จำเป็นต้อผลิตเม็ดพลาสติกใหม่ รวมทั้งทำให้ผู้บริโภคเห็นว่าพวกเขามีส่วนช่วยการสร้างแรงงานและกำจัดขยะ