เข็นรถขึ้นเขา

       เหมือนฟ้าบันดาล  พวกเราเคลื่อนพลออกจากกโรงเรียนแม่น้ำขุ่น  ในเวลาประมาณสี่โมงเย็น  เลาะไปตามทางเล็กๆที่ลาดปูนซีเมนต์ไว้เฉพาะขนาดล้อรถยนต์ซ้ายขวาเท่านั้น ตรงกลางและด้านนอกแนวถูกน้ำกัดเซาะเป็นร่องลึก  คนขับต้องชำนาญทางเป็นพิเศษระยะทางนี้อีก3 กิโลเมตรเป็นทางขึ้นถึงหมู่บ้านบนดอย 

ทางแค่พอล้อรถ (ห้ามหลุดไลน์ ) 

       และแล้วสิ่งไม่คาดก็เกิดขึ้น  เมื่อเราขึ้นเขาได้ประมาณไม่ถึง200 เมตร ฝนก็ตกลงมาอีก ถนนแคบๆนี้ก็ลื่นตามปริมาณฝนอันโปรยปรอย  รถที่เรานั่งมาจนจะถึงหมู่บ้าน  เกิดอาการน้อยใจ  เข้าเกียร์โฟร์วิลล์ไม่ได้  แล้วเราจะทำอย่างไรได้  นอกจากลงจากรถมาตั้งหลัก  คิดแก้ไขปัญหาร่วมกัน  มองทางขึ้นเขาที่ลาดชัน  คิดในใจ  งานเข้าแล้วสาวๆ  น้องคนขับพยายามถอยลงมาตั้งลำใหม่  อาศัยแรงส่ง  แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ  จนยางล้อมีกลิ่นเหม็นไหม้ ดอกยางเกลี้ยงไม่เหลือให้เกาะถนน

       5 สาวปรึกษาหารือกันเสร็จสรุปได้ความว่า  สงสัยเราจะต้องแสดงพลังสตรี  ที่สวย ถึก และบึกบึน  ที่เราเก็บซ่อนไว้ไม่บอกใคร  ปฎิบัติภารกิจเฉพาะหน้า                " เข็นรถขึ้นภูเขา " 

      โชคยังดีสำหรับสาวๆ  ที่มีน้องๆชาวบ้านผ่านมาเจอ  หลังจากทั้งหนุนล้อ เข็นรถ  ล้มลุกคลุกคลาน  ค่อยๆเข็นขึ้นดอยทีละลูก  ระยะทางสามกิโลแม้ว  จนลืมนับว่าทั้งหมดขึ้นเขากี่เนิน  สาวๆตาดำๆซึ้งในน้ำใจน้องๆนะคะ  หลังจากพยามยามกันเป็นชั่วโมงก็ยังไม่ผ่านเขาลูกแรก  เราต้องกระโจนหลบรถไถลลงนับครั้งไม่ถ้วน( ฝึกความไวมาดี )

    ระหว่างทางที่หยุดพักเหนื่อย  จากการเข็นรถ ( โฟร์วิลล์ ) ขึ้นเขา  มีพรรณไม้แปลกๆให้เราได้ได้เก็บมาฝาก

                     มีน้ำตกเล็กๆให้ล้างหน้าตา  ล้างโคลนจากเท้าและมือให้เย็นชื่นใจ

      ด้วยแรงกายจากสาวๆและน้องๆเจ้าถิ่น  ทำให้เราขึ้นดอยอย่างปลอดภัย  ในสภาพที่เห็น

   ใครว่าเข็นครกขึ้นภูเขาว่ายาก  อยากจะบอกว่าเข็นรถขึ้นภูเขานั้นยากยิ่งกว่าเป็นไหนๆ