ชื่อ: อิศรา  วรนาม

 การศึกษา: โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย

             : ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาจิตรกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น

                : กำลังศึกษาปริญญาโท สาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ผมเกิดที่จังหวัดร้อยเอ็ด......ตัดมาที่ตอนเรียน ม.ปลายเลยดีกว่า ช่วงนี้เริ่มกลับมาสนใจการวาดรูปอย่างจริงๆจังๆอีกครังหลังจากที่เห็นพี่ชายเอ็นฯติดที่ ม.ขอนแก่น ก็เลยให้แม่หาที่ติวให้ ก็ไปติวกับอาจารย์ที่อาชีวะร้อยเอ็ดจนเอ็นฯติด ตอนนั้นดีใจมาก เพราะเป็นคนเดียวของห้องที่เอ็นติดโคต้า ม.ขอนแก่น แล้วทั้งห้องก็มีผมคนเดียวที่เรียนที่นั้น ช่วงชีวิตตอนปีหนึ่งสนุกมาก ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ กิน นอน เที่ยวกับเพื่อน อดอยากด้วยกันช่วงเวลานั้นแหละที่ทำให้รู้ว่าความเป็นผู้ใหญ่เริ่มย่างกลายเข้ามาใกล้ตัวทีละนิด

งานศิลปะช่วงที่ทำสมัยเรียน ป.ตรี นั้น เป็นงานที่ทำขึ้นเพื่อตอบโจทย์ของความโดดเดี่ยวทางความคิดอันยากที่คนอื่นๆจะเข้าใจ ภาพที่แสดงออกมาบ่งบอกถึงความ หดหู่ เคร้าหมองและเดียวดาย

งาน Drawing

งานสีน้ำ

  

สีอะคลายลิค

 

สีน้ำมัน

 

งาน Thesis ไม่ได้เก็บไว้แต่จะพยายามหามาให้ได้รับชมกันนะ

ความรักอันเป็นที่มาของความสุขสามารถหล่อเลี้ยงชะโลมจิตใจที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดโมโหร้ายให้คลายอ่อนตัวลง

จนจบการศึกษามาแบบงงๆ ว่า กูจะทำอะไรต่อไปดีวะ


เพื่อนโทรมาบอกว่าให้ตามมาเขียนงานรีโปรดักฯที่พัทยา กูเคลียร์ทางไว้ให้หมดแล้วเราก็ตามไป พอไปถึงมันบอกว่ามันถอดใจแล้ว กำลังจะกลับบ้าน อ้าว! ไอ้_่า กูอุตส่าห์มา ให้กูลองดูก่อน พวกผมก็เลยเช่าห้องอยู่ด้วยกันในรูหนูมุมมืดของเมืองพัทยาแบบ3คนผัวเมีย อยู่ได้อาทิตย์นึงเพื่อนคนนึงขายงานได้ชิ้นนึง1500บาทแล้วมันก็หนีกลับบ้าน ปล่อยให้อีกสองคนเผชิญชะตากรรมต่อไป

ศิลปะคืออะไร? ทำไมมันยากจัง ผมครุ่นคิดคอยหาคำตอบกับคำถามที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยวของห้วงคำนึง ความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาหาเป็นระยะตั้งแต่ได้รู้จักกับศิลปะ

เพื่อนคนนึงกลับไปแล้ว.....อีกสองชีวิตกำลังนั่งจ๋อยในห้องเล็กกระจ้อยเท่ารูหนูก็มิปาน มีเพียงวิทยุมือสองที่เพิ่งซื้อมาในราคา59 คอยขับกล่อมบรรเลงเพลงพื้นถิ่น ร่างของชายหนุ่มวัยกลัดมันสองคนนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นเสื่อสากๆสิ้นไร้เรี่ยวแรงในการมีชีวิตอยู่ต่อ เนื่องจากการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย วันทั้งวันกินแต่ส้มตำรถเข็นที่ป้าข้างห้องนำมาจุนเจือ อยากมีอนาคตดีๆ อยากเกิดเป็นลูกคนรวย อยากมีรถขับเที่ยวไปวันๆโดยไม่แคร์สายตาสื่อมวลชน.........ตื่นๆ มึงจะวาดวิมาณในอากาศไปทำไม มึงยังมือมีเท้ายังมีวิชาติดตัวอยู่ ลองฮึดสู้อีกซักตั้ง ให้รู้ว่าเราได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว แล้วก็ปลุกเพื่อนอีกคนให้ลุกขึ้นมาวาดรูปต่อ

พวกเราใช้วิธีเดินเข้าไปในแกลลอรี่เพื่อขายสินค้าของเรา เวลาผ่านไปจนดึกดื่นแต่ความคึกคักของถนนวอกกิ้งสตีทยังไม่คลายลงไป สินค้าของเราได้รับการปฏิเสธอย่างประณีประนอมด้วยความที่เค้าเข้าใจศิลปินเหมือนกัน คำตอบที่ออกมาจะคล้ายๆกันหมด "ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว ของขายไม่ค่อยได้"

ผมถอดใจ เพื่อนถอดใจ เราสองคนกลับกันเถอะ อนาคตดีๆคงไม่ได้อยู่ในสถานที่อโคจรเยี่ยงนี้

ผมเข้ากรุงเทพฯ เพื่อนกลับขอนแก่น ผมแดกเหล้าต่อกับเพื่อนที่กรุงเทพฯ เพื่อนกลับไปขอนแก่นเพื่อหาเพื่อน ได้ข่าวว่ามันเครียดมากไม่หลับไม่นอนจนกระอักเลือดครอบครัวต้องเอาตัวกลับไปบำบัดที่บ้านที่ชุมพร

ผมกลับบ้านที่ร้อยเอ็ดเพื่อหางานทำ เดินเข้าไปที่ร้านกราฟิคที่ดูท่าทางจะดีโดยขาดความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ เปิด-ปิด เป็น เท่านั้นเอง สิ่งแรกที่ผมได้ทำคือพนักงานชั้นเลว แบกๆหามๆ ไม่ได้อยู่หน้าจอ นั่งทำงานในห้องแอร์โก้หรู เงินเดือน3000........โห..นี่เหรอเงินเดือนสต๊าทของปริญญาตรี ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย ทำอย่างนั้นอยู่3เดือน เข้างาน 3 โมงเช้า เลิกตี 1 นรกชัดๆ......แต่ก็ทน..จนเค้าเห็นความตั้งใจจริงเลยสอนกราฟิกให้

ลายเสื้อที่ออกแบบช่วงแรกๆ

หน้าที่ของผมคือออกแบบลายเสื้อที่ขายให้กับพวกเด็กๆ เช่น ลายนักมวยปล้ำ ลายรถถัง ทำงานที่นั่นอยู่8เดือน เดือนสุดท้ายได้เงินเดือน 4500 ความรู้ใหม่อีกแล้ว

เพื่อนชวนไปทำงานบริษัทรุ่นน้องที่กรุงเทพ ออกแบบลายกระเป๋า....

มีต่อนะครับ ที่ลิ้งด้านล่าง ก๊อบไปวางเลยครับ

http://gotoknow.org/blog/yhiavjung/375818


http://i752.photobucket.com/albums/xx162/yhiavjung/my06.jpg