ชาวสวนชวนเที่ยว

               กาลครั้งหนึ่ง เมื่องกลางเดือนสิงหาคม ปี52 ด้วยความใจง่ายของพลพรรคเรา พอมีพี่สาวที่เชียงใหม่เสนอแผนการอันน่าสนใจ  ในการเที่ยวชมไร่กาแฟอราบิกาที่เชียงราย  เหล่าพลพรรคก็ตอบตกลงในทันที  ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นหน้าเจ้าของสวนแม้แต่ครั้งเดียว  รู้แต่ว่าน้องเป็นคนดี  มีความตั้งใจจะเปิดกิจการขายเมล็ดกาแฟคั่วที่ปลูกเอง สร้างแบรนด์ของตัวเอง  ในนามกาแฟอาข่าอาม่า 

              ได้ยินแค่นี้ก็น้ำลายหยดกันแล้ว  นัดรวมพลกันทันใด  3 สาวจาก กทม. และ2 สาว จากเชียงใหม่ และสุดท้ายหนึ่งหนุ่มเจ้าของไร่  รถไฟตู้นอน 3 ที่ จากกรุงเทพสู่เชียงใหม่ ช่างเป็นการเดินทางที่ต้องลุ้นระทึกเหลือเกิน  เมื่อหัวรถจักลากขบวนขึ้นเขาขุนตาลไม่ไหว  ต้องนั่งรอในขบวนให้หาตัวช่วยมาลากขึ้นได้ ใช้เวลาตั้ง3 ชั่วโมง บนเขาขุนตาล (เฮ้อ!!!!!!!!!!!) รอดมาได้แต่หิวโหย

   จากรถไฟไปอาเขต  พร้อมหน้าพร้อมตา แนะนำตัวกับผู้เป็นเจ้าของบ้านและน้องสาวอีกคนที่มาแจมกับพี่สาวจาวเจียงใหม่  ทันใดมิตรภาพก็เกิดขึ้น  เพราะฟ้าส่งเรามาเจอกัน

  มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สรวย  จังหวัดเชียงราย  ระหว่างทางครึ้มฟ้าครึ้มฝน  สองข้างริมถนนเป็นสีเขียวชอุ่ม  มองแล้วสดชื่นสบายตา สบายใจ  ไร่ข้าวโพดกำลังงามรับหน้าฝนหวังว่าราคาคงจะดีเพื่อชาวไร่ตาดำๆ  ลงรถประจำทางที่แม่ต๋ำ ก่อนถึงอำเภอแม่สรวย  น้องชายเจ้าของไร่ใจดีขับรถกระบะโฟร์วิลล์ มารับเราชาวแก๊งส์  เดินทางผ่านหุบเขาสลับซับซ้อนสวยขจี  เต็มไปด้วยไร่ข้าวและสวนลำใย  ทางโค้งหักศอกรถขับไปต้องบีบแตรให้สัญญาณไป  ผ่านไปเกือบชั่วโมงยังไม่ถึงครึ่งของจุดหมายปลายทาง

    รถจอดแวะจุดชมวิวถ่ายรูปเป็นระยะ(มิน่า..ช้า)   สลับกับฝนตกปรอยๆ  แต่เราไม่หวั่น จนมาถึงโรงเรียนแม่น้ำขุ่น  อยู่ในขุนเขา  ที่นี่เด็กๆเรียนสองภาษา  เพราะเป็นคนเชื้อสายจีนฮ่อกับชนเผ่า  ภาษาจีนและภาษาไทย  โรงเรียนใหญ่เป็นอันดับสองของอำเภอแม่สรวย  เห็นเด็กๆวิ่งเล่นกันแล้วอยากกลับเป็นเด็กอีก  เป็นวัยที่มีความสุข สดใสเหลือเกิน

     และแล้วความไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับการเดินทางอีก 3 กิโลเมตร ก่อนถึงบ้านแม่จันใต้  เจ้าแห่งกาแฟแบรนด์อาข่าอาม่า  ที่ชาวแกงส์ประทับใจไม่มีวันลืม (โปรดติดตามตอนต่อไป)