12.jpg picture by saksit08

  ศักดิ์สิทธิ์  บัวคำ

 เกิดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2528

327/2 หมู่4 ตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

การศึกษา

ประถมศึกษา โรงเรียนน้ำยืน

มัธยมศึกษา โรงเรียนน้ำยืนวิทยา

ปริญญาตรี  ศิลปกรรมศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

กำลังศึกษา ปริญญาโท   ศิลปกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

        เริ่มสนใจในศิลปะตั้งแต่เด็ก รู้สึกมีความสุขกับการขีดเขียนตามพื้นทราย ใช้ถ่านไม้ที่มีสีดำมาขีดเขียนตามผนังของที่อาศัยที่เรียกว่าเถียงนา จนเปื้อนไปหมด บางครั้งก็โดนแม่กับพ่อดุ แต่ก็มีแกนนำคือพี่ชายที่ชอบในงานศิลปะเหมือนกัน  นับว่าเป็นการสร้างสรรค์แบบเด็กๆ ที่อยู่ห่างไกลความเจริญ  เวลาอยู่กับครอบครัวตามท้องไร่ท้องนา

เมื่อเข้ารับการศึกษารู้สึกตื่นเต้นกับชั่วโมงวาดเขียน เนื่องจากจะได้แสดงในสิ่งที่ตนถนัดมากกว่าคนอื่น  ซึ่งมีคนเดียวในห้องเรียนที่วาดรูปสวย  (เพื่อนบอก) เมื่อเข้าเรียนในระดับมัธยม ซึ่งเรียนในสาย วิทย์-คณิต  เกือบจะไม่ได้จับพู่กันวาดรูป งานศิลปะ เป็นแค่งานอดิเรกยามว่างเท่านั้น แต่ก็มีบางครั้งที่มีการจัดประกวดทักษะทางด้านศิลปกรรม ก็เข้าร่วม แล้วได้รางวัล เป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักเรียนคนหนึ่งที่ชอบศิลปะที่เรียนสายวิทย์-คณิต แต่ก็หาเงินช่วยทางบ้านได้จากการวาดรูป

    จนถึงวันที่ต้องจาก ความเป็น ขาสั้นคอซอง (วันที่จบการศึกษาตอนปลาย)ดันสอบติดศิลปกรรมศาสตร์ ปัญหาใหญ่ก็เกิดขึ้น กับการเลือกทางเดินของชีวิต หนึ่งคือความฝันของญาติพี่น้อง (ข้าราชการที่มีเครื่องแบบ)อีกหนึ่งคือความฝันของเราเอง แต่สุดท้ายก็ต้องนำชีวิตเข้าสู่โลกของศิลปะ(กล่อมพ่อแม่อยู่นานกว่าจะเข้าใจ)ทันทีที่สอบได้ก็มาสอบและรายงานตัวที่มหาวิยาลัยมหาสารคามเป็นที่ที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ถ้าเปรียบกับหนังจีนกำลังภายใน ก็เป็นสำนักที่มีจอมยุทธที่มีฝีมือและโด่งดังไปทั่วปฐพี

 

 

                       untitled.jpg picture by saksit08                 

                                     ทุ่งนา

ภาพลายเส้น  ดินสอ ในช่วงการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับปริญาญาตรี

 

 

 untitled.jpg picture by saksit08

                        ภาพเหมือน

 ภาพลายเส้น  ดินสอ ในช่วงการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับปริญาญาตรี

 

 12.jpg picture by saksit08

                                หุ่นนิ่ง

 

 

DSC06637.jpg picture by saksit08

นิทรรศการ ทิวทัศน์  วังเวียง สปป.ลาว

 

  ในระยะเวลาที่อยู่ในคณะศิลปกรรมศาสตร์ก็ได้บ่มเพาะตัวเองในด้านศิลปะจากคณาจารย์หลายๆท่านที่หยิบยื่นความรู้ให้ทำให้มีแรงบันดาลใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกสู่สาธารณชน ซึ่งผลงานนั้นเน้นความเป็นชนบท เป็นสิ่งที่ผูกพันตั้งแต่เด็กประกอบกับเป็นคนที่ชอบธรรมชาติ การใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ชอบควาย ทุ่งนา โคลนก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในชุด สัญลักษณ์การดำรงชีวิตในท้องนา   

       ผลงานมีแนวความคิดเกี่ยวกับการดำรงชีวิตในท้องทุ่งซึ่งมีการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างคนกับธรรมชาติ ชาวนากับควาย ซึ่งเป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากมาตั้งแต้อดีต ในทุกกิจกรรมในท้องทุ่งย่อมมีคนกับควายอยู่เสมอๆ ไถ คราด หว่าน ดำ เป็นเหมือนดั่งการฝากชีวิตไว้กับท้องนาที่ตนเองรัก และเป็นแนวทางการดำรงชีวิตที่ สงบสุข พอเพียง

 

1SymbolofLivingintheField1mixmedia2.jpg picture by saksit08

1.Symbol of Living in the Field1,mixmedia,230x300 cm,2008

 

2SymbolofLivingintheField2mixmedia2.jpg picture by saksit08

2.Symbol of Living in the Field2,mixmedia,230x300 cm,2008

 

          9walkmixmedia250x245cm2008.jpg picture by saksit08

3.walk,mixmedia,250x245 cm,2008.

 

 4harvest1mixmedia120x120cm2009.jpg picture by saksit08

4.harvest1,mixmedia,120x120 cm,2009

 

7lifestyleoffarmermixmedia80x120cm2.jpg picture by saksit08

5.lifestyle of farmer,mixmedia, 80x120 cm, 2009

 

 

 ผลงานบางส่วนในการศึกษาในระดับปริญญาโท

 ผลงานช่วงแรกเป็นการสร้างสรรค์จากวัสดุที่มีในชนบทเช่น ไม้ไผ่ ดิน ฟาง   เครื่องไม้เครื่องมือ จอบเสียม ฯลฯ เพื่อสร้างสรรค์เป็นสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตชนบท เพื่อแสดงให้เห็นการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ มีอยู่มีกิน ซึ่งเป็นชีวิตที่พอเพียง

P1100889-1.jpg picture by saksit08

 

 

P1100888-1.jpg picture by saksit08

 

P1100901.jpg picture by saksit08

 

P1100899.jpg picture by saksit08

 

P1100892.jpg picture by saksit08

 

P1100887.jpg picture by saksit08

 ผลงานช่วงนี้ได้นำเอาวัสดุที่มีในท้องถิ่นคือมูลควาย นำมาสร้างสรรค์โดยใช้กรรมวิธีการอัดถอดเป็นพิมพ์ที่มีร่องรอยของเครื่องมือเครื่องใช้ในชนบท เป็นการทำกระดาษจากมูลสัตว์คือมูลควายและบันทึกชีวิตของชาวนาชนบทผ่านเครื่องมือเครื่องใช้ จะทำให้เกิดร่องรอยของชีวิตที่ฝังอยู่ในแผ่นของมูลควาย ผลงานชุนี้ได้แรงบันดาลใจจากการพบเห็นวัสดุแล้วนึกถึงการทำงานของชาวนาที่มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติอย่างกลมเกลียวและเป็นระยะเวลายาวนาน มูลควายเป็นเหมือนแผ่นที่บันทึกความทรงจำและความจริงของชีวิตชาวนา

DSCF5369.jpg picture by saksit08

 

DSCF5366.jpg picture by saksit08

 

 

 DSCF5359.jpg picture by saksit08

 

 

 

DSCF5364.jpg picture by saksit08

 ผลงานที่สร้างจากมูลควาย

 

 

      ประสบกาณ์ของเด็กชนบทคนหนึ่งได้มีโอกาสที่จะแสดงออกทางด้านศิลปะในแนวเรื่องที่ตนชื่นชอบ กับการเดินทางของชีวิตที่ ลุ่มๆดอนๆ กระท่อนกระแท่น จนถึงปัจจุบันช่างเหนื่อยซะเหลือเกิน อย่างไรก็ตามสำหรับผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นมานั้นได้นำเสนอการดำรงชีวิตในชนบท ผู้สร้างสรรค์ได้พยามทำสิ่งที่ผูกพันและเป็นตัวเรามากที่สุด โดยนำประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาหรือสิ่งที่สนใจและศึกษา รวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์ ถึงสัญลักษณ์ เทคนิค กรรมวิธี ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นคุณค่า ซึ่งเป็นความจริงในสังคมชนบท และเป็นแนวทางการสร้างสรรค์ และการศึกษาต่อไป