ชีวิตที่ดีเริ่มต้น
เมื่อเรากิน - อยู่เป็น

ชีวิตที่มีคุณภาพเริ่มต้นจากการที่เราใช้ตา หู จมูก ลิ้น ร่างกาย และจิตใจของเราเป็น ใช้อย่างรู้เท่าทัน ใช้เพื่อทำประโยชน์ แต่ส่วนใหญ่ในชีวิต เรามักปล่อยตัวเองเป็นทาสแรงผลักในใจ ที่ทำให้เราเป็นปลาที่ฮุบเหยื่ออย่างเต็มเหนี่ยว โดยลืมว่า ทุกเหยื่อมีเบ็ดติดมาด้วย กว่าจะรู้ตัว ปากเราก็โดนเบ็ดเกี่ยว ปวดแสบปวดร้อน ทุกข์ทรมาน

เราตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา วันนี้ในเศรษฐกิจการตลาด ที่มีของขายชนิดซื้อเท่าใหร่ไม่หมด แสตมป์ที่ส่งจดหมายให้ไปลอยเป็นขยะในอวกาศก็ยังขายได้ โฆษณาทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร กระหน่ำใส่เรา ให้เรารู้สึกว่าเรายังดีไม่พอ สวยไม่พอ ยังไม่เป็นที่ยอมรับ จนกว่าเราจะมีในสิ่งที่เขาต้องการขาย

โฆษณาทางโทรทัศน์ชิ้นหนึ่งใช้ดาราสาวชื่อดังออกมาพูดว่า ผู้หญิงอย่างพวกเรา ต้องผิวขาวเท่านั้น ยอมให้ผิวคล้ำ ผิวดำกันไม่ได้เลย ต้องไปซื้อครีมที่เขาโฆษณามาใช้ จึงจะขาวพอยอมรับกันได้ เอ... แล้วถ้าคนบางคนเขาภูมิใจในผิวดำ ผิวคล้ำ ของเขาบ้าง จะไม่มีที่ว่างพอต้อนรับคนผิวดำเลยหรือ

The best things in life are free , but it costs a lot of time and money before you find this out.

 

ถ้าเราไม่มีความรู้ตัว ไม่มีสติคอยกำกับการรับรู้ข่าวสารข้อมูลต่างๆ ที่สามารถทำให้เราคล้อยตามได้ง่าย ใจเราก็จะไหลตามไปโดยที่เราไม่รู้ตัว กว่าที่จะรู้ตัวเราก็มีหนี้ก้อนโต หรือไปรักไปอยู่กับคนที่เราไม่ได้ต้องการ ทำงานที่ทำให้เราเป็นทุกข์ทุกวัน แต่ต้องทนทำไป เพราะเรามีภาระหนี้สินมากเกินกว่าที่จะถอยหลังได้

ดังนั้น เรารู้เท่าทันจิตใจของเราจะเป็นเข็มทิศในชีวิต ที่คอยป้องกันแต่ละขณะ ไม่ให้เราเบี่ยงเบนไปวันละ 1 องศา จนในที่สุดไปจบในที่ที่เราไม่ได้ต้องการไป


เข็มทิศ
ลองสักเกตจิตใจของเราเวลา เห็นโฆษณา จากที่เคยปกติดี เราก็จะเริ่มรู้สึกอยากลองซื้อ เห็นอะไร ดูอะไร ใจเราก็จะลอยเคลิบเคลิ้มไป กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็หิ้วถุงใบโตกลับบ้าน หรือไม่ก็ตอนบิลเรียกเก็บเงินบัตรเครดิตมาถึงบ้าน ให้เราผ่อนจนหัวโต

 

 

 

....

Image

อะไรก็ช่วยไม่ได้

ตอนนี่เราไม่เคยฝึกตามดูจิตใจตัวเอง เราไม่รู้สาเหตุว่าไฟในใจที่เผาไหม้ให้เราร้อนรน เริ่มที่ในใจเราเอง เราก็จะเสาะแสวงหาวัตถุ คน สิ่งต่างๆ หวังว่าเมื่อได้มาแล้วจะทำให้เราสุขมากขึ้น

แต่ในความเป็นจริงแล้ว วัตถุไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้เลย ถ้าเราไม่ได้ฝึกตัวเอง เช่น

- เรามีรถยนต์เพื่อประหยัดเวลาเดินทาง แต่เรากลับเสียเวลาบนท้องถนนกับการเดินทางมากขึ้น เราเหน็ดเหนื่อยมากขึ้น เพราะเราเลือกที่จะเดินทางไปไหนด้วยความสะดวกของ การมีรถ และเพราะคนอื่นก็ทำเหมือนกับเราเช่นกัน

- เราเพิ่มถนนเพื่อให้รถติดน้อยลง ยอมถมคลอง รื้อบ้านคนให้ออกไปอยู่ไกลๆ ทุกคนซื้อรถเพิ่มขึ้น ฝนตกลงมา น้ำท่วม คลองระบายไม่ทัน เพราะถูกถมทำถนนหมด รถติดมากขึ้น เราเสียเวลาในชีวิตมากขึ้นไปอีก

- อุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องล้างจาน ก็ไม่ได้ช่วยให้เราใช้เวลาทำงานบ้านน้อยลง เพราะถึงจะทำงานเร็วขึ้น แต่เราเพิ่มงานมากขึ้น เพราะเราใช้เสื้อผ้า ใช้จานเปลืองมากขึ้น

- เรามีโทรศัพท์เพื่อประหยัดเวลาการติดต่อกับคนอื่น ไม่ต้องเดินทางไปพบ หรือเขียนจดหมายส่งไปหา แต่เรากลับเสียเวลามากขึ้นเพื่อพูดคุย แม้กระทั่งในเวลาที่เราอยู่กับครอบครัว

- เรามีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เครื่องทุ่นแรง มากกว่าชาวบ้านที่ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เรากลับมีเวลาให้ตัวเองน้อยลง เพราะเราต้องใช้เวลากับอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านั้นทำงานที่เมื่อก่อนเราไม่ทำ

ในที่สุดเราก็จะพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราหา โตไม่ทันกับปริมาณความอยากในใจเรา ความสุขสมบูรณ์ในชีวิตจึงไม่เคยมาถึง จนกว่าเราจะรู้จักปรับความอยากในใจเราเอง

 

 

...

Image

 

ใจเสพติด

วัตถุสิ่งของ งาน เพื่อน คนรัก ต่างก็เป็นสิ่งที่มองเห็น จับต้องได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราพบว่า เมื่อเราเบื่อ หงุดหงิด เครียด กระวนกระวาย เราจะหันไปเสพติดสิ่งต่างๆ ที่จะช่วยให้เอาใจออกไปจากปัญหาที่แท้จริง คือใจ แม้เพียงชั่วครั้งชั่วคราวก็ตาม

แต่สิ่งต่างๆ ภายนอกที่เราเพียรหามาด้วยความยากลำบาก แลกกับแรงกายแรงใจ เวลาที่จะได้อยู่กับตัวเอง หรือกับคนที่เรารัก นอกจากจะไม่ได้ให้ความสุขกับเราอย่างแท้จริงแล้ว ยังให้โทษกับเราในระยะยาว เพราะมันจะทำให้เราเคยชินกับการแก้ปัญหาแบบหนีปัญหา เหมือนคนติดยาเสพติด ที่ต้องการหนีโดยการเสพยาเพียงแต่เราเสพคน วัตถุ สิ่งของ ชื่อเสียง และงาน เท่านั้น

ที่สำคัญที่สุด เมื่อเราเสพติดมันไปเรื่อยๆ จะทำให้เราหมดความสามารถที่จะมีความสุขได้ด้วยตัวเอง ชีวิตเราต้องพึ่งพาสิ่งต่างๆ นอกตัวอยู่ตลอดเวลา ในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆ ของอย่างเดิมๆ ให้ความสุขได้น้อยลง ต้องหาชิ้นใหม่สิ่งใหม่เรื่อยๆไปไม่รู้จบ เพื่อตอบสนองนิสัยเสพติดอันนี้ ทำให้เราต้องทำงานหาเงินมากขึ้น เสี่ยงมากขึ้น เบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายหลักที่แท้จริงของเราไปทีละนิดๆ ทุกวัน

 

 

...

Image

 

คำพิพากษา

เราตัดสินคนอื่นตลอดเวลา ลองนึกทบทวนดูเวลาที่มีใครมีความเห็น ตีค่าความคิด วัดจิตสำนึกของเรา เราจะไม่ชอบเลย ที่เขาเอากรอบความคิดของเขาเอาประสบการณ์ส่วนตัวของเขามาเป็นบรรทัดฐานในการตีค่า ว่าเราเป็นอย่างไรแล้วพูดบอกเหมือนติดป้ายให้เราตามความคิดของเขา เราก็ไม่ชอบ

คนอื่นก็เหมือนกัน ไม่มีใครอยากถูกตัดสินตีค่าตลอดเวลา เราไม่มีทางรู้จักใครจนสามารถประเมิณคุณค่าของใครได้อย่างแท้จริง เพราะเราไม่ได้นั่งอยู่ในใจของเขา คนแต่ละคนมีเหตุผลในการทำ พูด คิดของตัวเอง ตามประสบการณ์ ตามแรงผลักในใจและสถานการณ์ที่เขาเผชิญ

เราสามารถคอยรู้ท้นกรอบความคิดอคติในใจเรา มองคน มองโลกอย่างเป็นกลาง พยายามเข้าใจตามสภาพที่เกิดขึ้น ตามความเป็นจริง ก่อนตัดสินใจเลือกความคิด คำพูด และการกระทำของตัวเอง

 

เมื่อเราเข้าใจเห็นธรรมชาติที่ร้ายกาจ น่าเกลียดของตัวเอง เราก็จะเข้าใจเวลาที่คนอื่นเป็นเหมือนเรา ถ้าความรู้สึกนึกคิด และคำพูดของเราไม่ได้มีน้ำหนัก ไม่ได้เป็นแก่นสารที่คงทน

เป็นสิ่งหนึ่งที่ผุดขึ้นแล้วก็หายไป คำพูด คำวิจารณ์ของคนอื่น ทีสักแต่เป็นคลื่นเสียงลอยอยู่ในอากาศเพียงครู่เดียวก็หายไป ก็ไม่น่าจะทำร้าย ไม่เป็ฯก้อนหินหนักให้ใจเราแบกเหมือนกัน

แต่ถึงแม้เราจะคอยปรับแก้ว ปรับปัจจัยภายในคือ ความอยากของเรา ไม่สร้างความทุกข์ให้ใจเรา เราก็ต้องดูด้วยว่าน้ำในแก้ว ปัจจัยภายนอก หรือคนที่เราเลือกนั้นเหมาะสมกับเป้าหมายและวิถีชีวิตของเราหรือไม่

ชีวิตที่ดีงามของคนคนหนึ่ง มีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะพาชีวิตเราให้ขึ้นสูงหรือลงต่ำก็ได้ ก็คือคนรอบตัว เพื่อน ครู กัลยาณมิตร ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเลือกให้ดี หรือมีอยู่แล้วก็ต้องพัฒนาไม่ให้สร้างปัญหาจนใจเราก็รับไม่ไหว

 

 

...

Image

 

นักบวชกับจีวร

มีเรื่องเล่าว่า พระบวชใหม่รูปหนึ่งมีความใส่ใจในการภาวนามาก อาจารย์เลยให้ไปอยู่ภาวนาคนเดียวในกุฏิชายป่า วันหนึ่งมีหนูมากัดจีวร แทนที่พระจะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง โดยการเก็บจีวรให้พ้นหนู หรือป้องกันหนูเข้ามา พระรูปนั้นตัดสินใจไปขอแมวมาใช้จับหนู เมื่อมีแมวก็ต้องมีนมให้แมวกิน เมื่อขี้เกียจเดินไปขอนมจากชาวบ้านทุกวัน ก็แก้ปัญหาด้วยการไปขอวัวมาเลี้ยง เลยต้องหาหญ้ามาให้วัวกิน แต่ตัวเองก็ต้องภาวนา จึงไปจ้างผู้หญิงชาวบ้านมาตัดหญ้าให้วัว นานวันไป ไม่ต้องเสียค่าจ้างตัดหญ้า ก็เลยแต่งงานอยู่กินกับหญิงชาวบ้านนั้น เลยต้องสึกออกมาทำมาหากิน

การแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด แทนที่จะแก้ปัญหาตรงหนูและจีวร แต่กลับหวังว่าสิ่งอื่นจะมาช่วยแก้ปัญหาให้ ทำให้นักบวชผู้นี้เบี่ยงเบนจากเป้าหมายของตัวเองไปไกลเพียงเพื่อที่จะรักษาจีวร ผลสุดท้ายกลายเป็นต้องสึกออกมาทำมาหากินแบบชาวบ้าน สละเพศบรรพชิตเพื่อรักษาจีวร

เหมือนเราที่ใจมันโหวงๆ ก็คิดว่าชีวิตนี้ยังไม่อิ่มไม่เต็ม เพราะยังไม่มีคู่ ก็ไปหาคู่มา โดยไม่เคยรู้เลยว่า ไม่มีใครสามารถมาเติมความโหวงในใจเราได้ นอกจากใจเราเอง คู่ครองที่หามาอาจจะต้องเป็นภาระให้ใจเราแบกมากขึ้น ถ้าเราวางใจไม่เป็น ถึงมีคู่แล้ว หลุมในใจก็อาจจะยิ่งลึกลงไปทวีคูณ หลายคู่พอรู้สึกว่าชีวิตคู่ยังไม่ทำให้รู้สึกมั่นคงขึ้น ก็คิดว่าต้องมีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจพ่อแม่ผูกให้อยู่ด้วยกัน แล้วชีวิตคู่จะสมบูรณ์ขึ้น แล้วก็เหมือนเดิม ถ้าวางใจไม่ถูก ไม่จัดการทีใจก่อน ก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นคง ทีนี้พอรู้สึกเราไม่มั่นคง ครอบครัวไม่มั่นคงก็ต้องไปกู้เงิน ซื้อบ้าน ซื้อรถ กู้เงินขยายธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว ทำงานจนหัวปั่นจนไม่ได้มีโอกาสอยู่ในบ้านที่หาเงินผ่อนแทบตาย ไม่ได้เห็นหน้าครอบครัวที่แสนรัก กลัวธนาคารจะมายึดบ้าน ยึดรถ ยึดธุรกิจไป

นักธุรกิจคนหนึ่งทำงานหนักมาก กำลังจะขับรถพาครอบครัวไปเที่ยวต่างจังหวัด เป็นการร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบปี บริษัทไฟแนนซ์มายึดรถที่ขาดการผ่อนส่ง นักธุรกิจคนนั้นเลยคว้าปืนมายิงเจ้าหน้าที่ที่มายึดรถ แล้วยิงตัวเองตายตามไปต่อหน้าลูกเมีย

จากจุดเริ่มต้นของความรู้สึกไม่มั่นคง ปั่นป่วน โหวงๆ ที่ใจ เราก็แก้ปัญหาผิดจุด จนกลายเป็นการผูกเงื่อนปมใหม่ๆ ให้ชีวิตมากมาย จนไม่มีวันแก้หลุด

 

 

....

 

Image

 

ไม่มีใครอยากรักคนที่ไม่รักตัวเอง

อทิตยามารอพบดิฉันข้างเวทีที่ดิฉันกำลังจะขึ้นบรรยาย หน้าตาเธอมีเค้าความสวย สง่างาม ทว่าดูซีดเซียว ตาบวมช้ำอย่างน่ากลัว เธอเป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคารยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย วันหนึ่งเธอพบว่า สามีของเธออาจจะมีใจชอบผู้หญิงอื่น เพียงเท่านั้นหัวใจเธอเหมือนแตกสลาย

จากผู้หญิงสง่างาม มีความสุข ประสบความสำเร็จ มั่นใจในตัวเอง กลายเป็นคนที่รู้สึกไม่มีค่า

ทุกวันได้แต่ขอร้องให้เขากอดเธอ รักเธอ อย่าทิ้งเธอไป ทั้งที่สามีก็รับปากและทำหน้าที่เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่เธอก็ยังกลัว หวาดระแวงทุกครั้งที่โทรศัพท์มือถือของเขาดัง ว่าจะเป็นผู้หญิงอื่นโทรมาตามเขา

เธอตรวจสอบคาดคั้นให้เขารักเธอ จนเขาค่อยๆเปลี่ยนไป กลายเป็นเหมือนคนแปลกหน้า ยิ่งเธอตามเขาก็ยิ่งหนี จากเมื่อก่อนที่เขาเคยภาคภูมิใจในตัวเธอ พาเธอไปออกงานด้วยทุกครั้ง ก็ไม่มีเลย

ดิฉันบอกเธอว่าสิ่งที่เธอทำนั่นแหละ ที่ผลักให้เขาออกไปจากชีวิตของเธอ ถึงเขาจะไม่มีใครเลย แต่การที่เธอเกาะแข้งเกาะขาขอร้องให้เขารักเธอ ความรู้สึกเขาก็แทบจะอยากเอาขาสลัดเธอไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ
ไม่มีใครอยากรักคนที่ไม่รักตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า เพราะใจของคนนั้นจะเร่าร้อนทุรนทุราย มีแต่ความคาดหวังคาดคั้นจากคนอื่น ถ้าเรายังไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง แล้วคนอื่นจะเห็นคุณค่าของเราได้อย่างไร ทุกอย่างที่เราพูด ทำ คิด จากความพร่องในใจ เป็นสิ่งที่ผลักให้ทุกคนอยากหนีจากเรา

People are lonely because they build walls instead of bridges.

Joseph F. Newton.


เข็มทิศ

ความรักของเราทำให้คนที่เรารักต้องรับภาระในการเติมหลุมในใจให้เรา หรือเป็นความรักที่เป็นกระแสของความปรารถนาดีจากใจที่อิ่มเต็ม

 

 

...

Image

ต้นธารความสุขใกล้ตัว

คนที่เรารักและรักเราเป็นต้นธารแห่งความสุขใกล้ตัว ที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ ขอเพียงมีเวลาที่จะอยู่ชื่นชม รื่นรมย์ก้บเขา มีเวลาที่จะเรียนรู้ แบ่งปัน เป็นกำลังใจให้กันในขณะเดียวกัน คนที่เรารักและรักเรา ก็สามารถเป็นตัวสร้างปัญหาได้เหมือนกัน โชคดีก็คือ มีปัญหาแต่ไม่จำเป็นต้องมีความไม่สบายใจ

Image
รักโดยไม่เอากิเลสเราเป็นตัววัด

ตั้งแต่เกิด มนุษย์ต้องการความรัก ความรักทำให้เรามีความสุข แต่การรักไม่เป็นก็ทำให้มีความทุกข์ ตัวปัญหาก็คือตัวเติม คือใจของเราที่มีความอยากให้สิ่งต่างๆเป็นอย่างใจเรานั่นเอง

เมื่อไหร่ที่เรารักคนด้วยใจที่มีหลุม เราทำทุกอย่างให้เขา เพราะต้องการการสนองตอบมาเติมหลุมในใจเรา เป็นความรักที่มีตัวเราเป็นศูนย์กลาง ใช้กิเลสของเราเป็นตัววัด เมื่อไรที่การตอบสนองของเขาไม่ได้อย่างใจเรา อย่างที่ความโหยหาในใจเราต้องการ เราก็น้อยใจ หงุดหงิด ขุ่นเคือง หนักเข้าก้แสดงออกเป็นการกระทำ คำพูด ที่ไม่เอื้อให้ชีวิตรักของเรางอกงามเลย

ในทางตรงกันข้าม หากเราสังเตกเห็นหลุมเห็นความอยากในใจเรา แล้วเราดับได้ด้วยตัวเอง การกระทำของเราก็จะมาจากความปรารถนาดีจริงๆ เป็นความรักที่เป็นอิสระ ไม่เห็นแก่ตัวเอง ไม่ทำให้เป็นทุกข์ และไม่เป็นภาระให้คนที่เรารักต้องแบก เป็นความปรารถนาดีด้วยใจที่อิ่มเต็ม เป็นการแสดงความรักโดยไม่มีความอยากกำกับ มีกระแสของความสุขที่คนอื่นรับรู้ได้

ความรักที่เต็มไปด้วยความอยาก เป็นความรู้สึกที่แข็ง มีความขุ่น ความโกรธ ความไม่พอใจ และความคาดหมายเจือปนอยู่ตลอดเวลา เหมือนเราสร้างกรงของความทุกข์ไว้ขังตัวเอง แล้วเราก็เฝ้าสงสัยว่าทำไมความรักของเราจึงไม่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขมั่นคงอย่างแท้จริงได้

 

 

 

...

Image

 

ลิงกำถั่ว

หลายคน โดยเฉพาะธนาคารมักจะถามเสมอว่า ใช้หนี้หมดได้เร็วขนาดนี้ได้อย่างในในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ดิฉันมักจะเล่าเรื่องที่มีคนเล่าให้ฟังต่อๆ กันมาว่า สารคดีเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกเคยฉายให้ดูวิธีที่ชาวสวนไทยดักจับลิงที่มาทำลายพืชผล คือปรกติลิงจะเป็นสัตว์ที่ว่องไงมาก ทั้งวิ่งหนี ปีนต้นไม้ แต่ชาวสวนไทยจะนำกะลามะพร้าวมาเจาะรู ขูดเนื้อมะพร้าว หรือใส่ถั่วที่ลิงชอบไว้ในกะลา เจ้าลิงพอได้กลิ่นของชอบก็วิ่งมา ล้วงมือเข้าไปในลูกมะพร้าว กำของโปรดของมันไว้แน่น แล้วคราวนี้มันจะพบว่า พอมันจะดึงมือออกมา มันกลับดึงออกมาไม่ได้ นั่งรอจนชาวสวนมาจับตัวได้ มนุษย์มากมายหัวเราะเยาะลิงว่า โง่จริงๆ ถ้าอยากให้มือหลุดออกไป ก็แค่ปล่อยผลไม้ที่มันกำไว้แน่น

วันนี้ ทุกปัญหา ทุกความทุกข์ที่เราทุกข์กับมันนักหนา เราก็เหมือนลิงกำถั่ว ที่กำความคิด ความอยาก ความยึดว่านี่ของเรา เอาไว้อย่างแน่นหนา

เรากำความคิดว่า หนี้ก้อนนี้ต้องจ่ายเท่านี้ ไม่งั้นก็ยอดยืดเยื้อฟ้องร้องกัน ที่ดินแปลงนี้ต้องขายได้เท่าที่เราอยากได้ ไม่อย่างนั้น ก็ยอมให้ธนาคารยึดไป ทั้งๆที่เราขาดทุนมากขึ้นด้วยซ้ำ หรือผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นคนออกไปจากชีวิตของแฟนเรา ไม่อย่างนั้นก็ยอมทนทุกข์ทรมานกันอยู่แบบนี้ คนนั้นต้องพูดให้ถูกใจเรา ทำให้ถูกใจเราเสียก่อน หรือฝังใจยึดอยู่กับอดีตที่เราเคยมี เคยรวย เขาเคยรักเรา จมแช่อยู่กับความรู้สึกเศร้าโศก จนพลาดโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ในชีวิตที่อาจจะดีกว่าเก่าเสียด้วยซ้ำ

 

ผู้หญิงคนหนึ่งถูกโกงเงินไปจำนวนหลายล้านบาท เธอเป็นทุกข์อย่างแสนสาหัส เสียดายเงินที่ถูกโกงไป จนไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นมาทำธุรกิจมูลค่าหลายสิบล้านของตัวเองต่อไป จนบริษัทต้องปิดตัวไป กระแสรายได้ที่จะมาจุนเจือครอบครัวต้องชะงักลง และยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง เพียงเพราะใจที่ไม่สามารถวางความรู้สึกเสียดาย เสียใจลงได้

ถ้าเจ้าลิงน้อยมันเคยฝึกดูจิตใจตัวเอง มันจะเห็นเลยว่า ที่มือมันติดอยู่ในลูกมะพร้าว เพราะกำลังกำบางสิ่งบางอย่างไว้ เพียงแค่มันปล่อย ชีวิตมีทางเลือกอีกมากมาย ถอยหลังมาอีกไม่กี่ก้าว มีผลไม้อีกมากมายให้เลือก หรืออาจจะหาก้อนหินมาทุบลูกมะพร้าวให้แตกไปเสียเลย ก็ยังดีกว่าขังตัวเองไว้ในปัญหา ไว้ในลูกมะพร้าวโดยไม่มีทางออก
ไม่มีอะไรสร้างปัญหาให้เราได้ นอกจากใจเราเอง ทุกอย่างเป็นเพียงแค่เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นกับทุกคนได้ตลอดเวลา แต่เมื่อมันเกิดขึ้นกับเรา เราทุกข์เพราะเราอยากให้มันเป็นอย่างไรใจเรา เมื่อเราไม่รู้ทันใจตัวเอง เรายึดความคิดความต้องการของเราอย่างแน่นหนา จนลืมมองว่า ความอยากของเราทำให้ตัวเอง ทุกข์ทรมานอยู่ขณะนี้ และสร้างเงื่อนไขขังตัวเองจนมองไม่เห็นทางออกรอบตัว

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ที่เรารู้สึกว่าหนัก ทุกข์ใจกับมัน มองให้เห็นทันความอยากในใจเรา ที่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น หรืออยากให้มันไม่เป็นอย่างนั้น ให้ใจมันตื่น หยุดอยาก ผ่อนคลาย รู้สึกตัวให้เต็มที่ ใจจะเบาสบาย เมื่อความอยากถูกปล่อยไป ใจจะเห็นเหตุการณ์ตามความเป็นจริง มีปัญญามองทะลุไปถึงต้นตอของเหตุการณ์ ทำหน้าที่ด้วยใจตั้งมั่น รู้ทันว่าบางอย่างแก้ได้ บางอย่างแก้ภายนอกไม่ได้ แต่แก้ภายในได้ ด้วยใจที่ปล่อยวาง ความอยากและด้วยปัญญาที่เข้าใจ

ความระลึกได้ รู้เท่าทัน เป็นเข็มทิศนำทางความคิด คำพูด การดำเนินชีวิตของเราไม่ให้ไหลไปตามสถานการณ์ จนชีวิตบิดเบี้ยว หลงทางโดยที่เราไม่รู้ตัว