นอนอย่างมีความสุข.....ถ้าห้องนอนสะอาดปราศจากสิ่งสนับสนุนให้เกิดมลพิษ
ในการดูแลสุขภาพเราอาจะมองข้ามห้องที่เรานอนไป เพราะเช้าตื่นขึ้นมาก็ไปทำงาน กลับมาตอนเย็นปรุงอาหาร รับประทาน ดูโทรทัศน์แล้วก็เข้านอน วันหยุดงานก็มัววุ่นกับเรื่องอื่น ๆ จนลืมห้องที่ตัวเราเองต้องวางร่างกายพักผ่อนในห้องนี้ คืนละ 8 ชั่วโมงโดยประมาณ เราให้ร่างกายพักผ่อนทุกส่วนระยะหนึ่ง มากน้อยขึ้นอยู่กับการจัดการของแต่ละคน แต่หากไม่มีการกำกับดูแลที่ดี ห้องนี้ก็จะเกิดเป็นมลพิษขึ้นมาสัมผัสกับเราโดยไม่รู้ตัวและไม่คาดคิดว่าผลที่จะเกิดขึ้นนั้นจะบั่นทอนสุขภาพของเราขนาดไหน และบางรายเมื่อรู้ว่าโรคภัยเกิดจากในห้องนอนเราเองมันก็สายเกินไปที่จะแก้ไขได้ทัน
วันนี้หลังจากอ่านบันทึกนี้แล้วลองกลับไปตรวจดูห้องนอนของเราว่า เรานอนอยู่ในห้องเก็บของหรือเปล่า เพราะต้องการให้ที่อื่นโล่งเลยเอาของที่ไม่จำเป็นจะใช้มาเก็บไวในห้องนอนแทน เราสะสมฝุ่นหรือเปล่าเพราะห้องนอนเราปูด้วยพรม เรานอนอยู่ในตู้ไม้หรือเปล่าเพราะไม่มีช่องระบายอากาศ นี่เป็นแค่ตัวอย่างที่เราสามารถประเมินได้ว่าเราไม่ได้เห็นความสำคัญของห้องนอนของเราเท่าที่ควรนั่นเอง
ในวงการแพทย์ของประเทศไทย จึงได้ให้ความสนใจกับการจัดแต่งบ้านและห้องนอนมากขึ้น เนื่องจากเป็นส่วนที่เราสัมผัสอยู่เป็นประจำ ซึ่งแพทย์ได้แนะนำว่าห้องนอนควรจะจัดแต่งด้วยเครื่องประดับที่กอปรด้วยสารก่อภูมิแพ้ให้น้อยที่สุด และพยายามรักษาจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ สารที่ก่อภูมิแพ้ในบ้านเรา ได้แก่ ฝุ่นละอองและ ตัวไรที่ติดมากับฝุ่นในบ้าน ขนสัตว์ และเชื้อเรา และ ห้องนอน นอกจากจะแลดูสวยงามสดชื่นตามรูปแบบที่ชอบแล้ว ยังต้องพิถีพิถันในการเลือกสรรวัสดุและเครื่องเรือนสำหรับการตกแต่งรวมทั้งต้องมีช่องถ่ายเทระบายอากาศที่เหมาะสมอีกด้วย
เพื่อให้เกิดความสะดวกในการทำความสะอาดเตียงนอนและเครื่องนอน ควรเลือกเตียงนอนแบบไม่มีขาเตียง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปขังใต้เตียง และที่นอนก็ควรเลือกวัสดุที่ไม่เป็นฝุ่นฟุ้ง ได้แก่ ที่นอนทำด้วย ฟองน้ำ ยาง หรือที่นอนสปริง โดยมีผ้าหุ้มมิดชิด ส่วนผ้าปูที่นอนควรทำด้วยผ้าฝ้าย เพื่อหลีกเลี่ยงสารที่ก่อเกิดอาการแพ้ทางผิวหนัง และควรเปลี่ยนผ้าปูอย่างน้อยสัปดาห์ ละ 2 ครั้ง ส่วนหมอนนั้น ถ้าทำด้วยใยสังเคราะห์ก็จะเป็นการดีทีเดียว เนื่องจากนำมาซักทำความสะอาดได้ ส่วนของผ้าห่มก็เช่นกันควรจะเลือกที่เป็นใยสังเคราะห์
เครื่องประดับห้อง ควรมีน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นที่เก็บกักฝุ่นและตัวไร เช่น ตุ๊กตาขนฟู หมอนประดับที่ไม่จำเป็น ส่วนเก็บหนังสือและส่วนแต่งตัว ควรแยกเป็นสัดส่วน เสื้อผ้าเก็บไว้ในตู้ให้เรียบร้อย บริเวณที่แต่งหน้าผัดแป้งใส่น้ำหอม ควรมีฉากปรับเลื่อนกั้นออกจากส่วนนอน หรือจะออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของห้องน้ำก็ได้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้แป้งฟุ้งสะสมอยู่ในห้อง พื้นห้องนอน ควรปูด้วยเสื่อที่ทำจากพืช เช่นเสื่อจูด เสื่อเตยหรือพื้นไม้ และไม่ควรปูด้วยพรมผ้าม่าน เลือกผ้าที่ฝุ่นสะสมยาก และแบบที่ไม่เป็นจีบซับซ้อน หรือเลือกมู่ลี่ที่ถอดทำความสะอาดได้ง่าย
หน้าต่างและการระบายอากาศ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเราใช้เครื่องปรับอากาศเพื่อความสบาย แต่ก็ควรเปิดหน้าต่างให้อากาศหมุนเวียน และเปิดม่านออกให้ห้องนอนได้รับแสงแดดพอสมควร เพราะห้องนอนควรมีอากาศที่สดชื่น ปราศจากกลิ่นควันของบุหรี่ หรือควันธูป หรือน้ำหอมต่าง ๆ รวมทั้งกลิ่นอาหาร กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ติดไปกับเสื้อผ้าที่รีดแล้วเก็บไว้ในห้องนอน การติดเครื่องกรองอากาศ ควบคู่กับเครื่องปรับอากาศก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้ แต่ให้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของเจ้าของห้องนอนว่าควรจะดำเนินการหรือไม่อย่างไร
เรามัวแต่สนใจกิจกรรมนอกบ้านจนลืมการดูแลห้องนอน จึงขอเชิญชวนให้มวลสมาชิกหันกลับไปห้องนอนของทุกคนที่บ้านโดยทำการปรับปรุงให้โล่งโปร่งใส ชวนให้น่านอน โดยเฉาะอย่างยิ่งบ้านที่มีผู้สูงอายุพักอยู่ในบ้าน ท่านเหล่านี้จะมีเวลาพักผ่อนมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน การจัดสถานที่พักผ่อนให้ถูกสุขลักษณะมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ลูกหลานจะต้องเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษ ข้อเสนอแนะนี้เป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น หากยังมีแนวทางอื่น ๆ ที่เห็นว่าจะเป็นส่วนส่งเสริมให้ผู้หลับนอนมีสุขภาพเป็นไปตามปกติได้ก็น่าจะนำมาใช้ได้ซึ่งให้เป็นไปตามความสะดวกของเจ้าของห้องนอนเป็นผู้ตัดสินใจได้อย่างต็มที่ได้
…………………………………………………………………………
แหล่งอ้างอิงที่มา www.thaihomemaster.com