บทความ
ปฏิรูป"ผู้นำ"ในภาวะวิกฤติ ก่อนจัดทัพเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย!
(จาก ข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐ)
จากคำว่า "ปฏิรูป" โดย นักวิชาการ และสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ที่บ้างก็อยากจะให้ปฏิรูประบบการศึกษา บ้างอยากจะให้ปฏิรูปสื่อ ปฏิรูปสังคม โอกาส และความเหลื่อมล้ำกระทั่งถึงความต้องการจะให้มีการ "ปฏิรูปประเทศ" ตามข้อเสนอของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในโครงการ "6 วัน 63 ล้านความคิด" เพื่อจะรวบรวมเอาความคิดเห็นทั้งหมดที่ได้ มาจัดการปฏิรูปประเทศไทยใหม่ภายใต้ แนวคิดที่เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศด้วยอย่างไรก็ตาม ในบรรดาแนวคิดหลากหลายข้างต้น ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งเห็นว่า ก่อนจะปฏิรูปสิ่งใดก็ตาม ในฐานะเจ้าของประเทศ ซึ่งเปรียบได้กับการเป็นเจ้าของ บริษัท ประเทศไทย จำกัด คนไทยควรเสนอให้มีการปฏิรูประบบการเมือง และคุณภาพของนักการเมือง อันจะนำมาซึ่งคุณภาพของผู้นำประเทศกันใหม่เพราะระบบการเมืองก็ดี นักการเมือง และผู้นำก็ดี ล้วนแต่เป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศ และคนไทย ต้องติดอยู่ในกับดัก และวังวนของความยากจน การไร้ซึ่งมาตรฐาน และความสามารถในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ความเป็นประเทศศิวิไลซ์อย่างที่ควรจะเป็น ภายใต้ทรัพยากร และศักยภาพ ที่มีอยู่อย่างล้นเหลือของประเทศและคนไทย
ผู้นำชาติในภาวะวิกฤติ
"วันนี้ อำนาจการเมืองบดบังศักยภาพด้านอื่นๆของประเทศไทยเราเกือบหมด ถ้าพวกเขาพอจะมีคุณภาพบ้าง เราคงไม่จำเป็นต้องมานั่งพูดเรื่องแบบนี้กัน"
นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ในฐานะผู้นำร่องให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่การสร้างผู้นำรุ่นใหม่ "ลีดเดอร์ชิป เวิร์กช็อป" Leadership Workshop ให้แก่นักศึกษา และผู้เข้าอบรมของ สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) องค์กรทางวิชาการภายใต้การกำกับดูแลของตลาหลักทรัพย์ กล่าวกับ ทีมเศรษฐกิจ ก่อนจะลงลึกไปในรายละเอียดของเวิร์กช็อปที่ให้แก่ผู้เข้าอบรมในหัวข้อ "ผู้นำชาติไทยในภาวะวิกฤติ"
"ผมเห็นว่า นักศึกษาของสถาบันวิทยาการตลาดทุน เป็นผู้บริหารระดับสูงที่คัดเลือกมาจากทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นวงการทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือแม้แต่องค์กรความมั่นคง ทุกคนล้วนแต่มีประสบการณ์ยาวนาน และผ่านร้อนผ่านหนาวในวิกฤติต่างๆ ของบ้าน เมือง รวมทั้งขององค์กรที่ตนอยู่มาหลายฝน จึงได้จัดหลักสูตรเวิร์กช็อปภาวะผู้นำให้พวกเขาไปทำมา โดยผมแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ ผู้นำทางการเมือง กลุ่มที่สอง สาม และสี่ คือ ผู้นำทางสังคม ผู้นำทางเศรษฐกิจ และผู้นำทางความมั่นคง"โดยสรุปเป็นรายงานมาเสนอว่า ผู้นำในแต่ละกลุ่มควรมีลักษณะอย่างไร จากนั้นทั้งหมดจะมา present paper กัน ก่อนจะนำไปเสนอนายกรัฐมนตรี นายสมพลโหมโรงก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาหลักที่เขาทำหน้าที่เป็นผู้เปิดประเด็นนำร่อง นายสมพลบอกกับเราว่า เขาเห็นว่า ความเชื่อถือ (Trust) เป็นแก่นสำคัญของผู้นำ และความเชื่อถือนี้จะต้องประกอบไปด้วยความเคารพ ศรัทธา ไว้วางใจ และมั่นใจ แต่คุณสมบัติของผู้นำที่จะทำให้เกิดความเชื่อถือ หรือเป็นผู้ที่เรียกว่า มีภาวะผู้นำตามที่ผู้คนในทุกวงการ และทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชุมชน ระดับประเทศ จนถึงระดับโลกถวิลหา ก็คือ จะต้องเป็นทั้งคนดี และคนเก่งอยู่ในตัว "คนดีที่พูดถึง ไม่ใช่แค่ดีเฉยๆ แต่จะต้องเป็นคนดีแบบที่เรียกว่า Integrity คือ มีความซื่อตรง ซื่อสัตย์ต่อผู้อื่น และต่อตนเอง ส่วนคนเก่ง ก็จะต้องมี Ability ซึ่งหมายถึงความเป็นคนเก่งที่ครบเครื่อง
ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของผู้นำ
เมื่อพูดถึงปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของผู้นำ นายสมพล ชี้ให้จับตาดูที่พื้นฐานของประเทศ ประชากร และสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นสำคัญ ถ้าพื้นฐานประเทศมีความมั่งคั่ง และสมบูรณ์ในทรัพยากร เช่น ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ประชากรส่วนใหญ่มีการศึกษา และเป็นคนมีคุณภาพ ขณะที่สถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศสงบเรียบร้อยดี ผู้นำประเทศ ก็ไม่มีอะไรต้องห่วง ทั้งยังสามารถสร้างความก้าวหน้าให้แก่ประเทศได้โดยไม่ต้องพะวงอยู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากนัก ว่าแต่สถานการณ์จริงไม่ได้ง่ายอย่างที่เราคิด เพราะปัจจัยเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซ้ำยังเกิดขึ้นรวดเร็ว และมีความสลับซับซ้อนมากขึ้นในทุกด้าน จนเป็นเหตุให้ผู้นำไม่น้อยออกมาแก้ตัวว่า เขาคาดไม่ถึง หรือไม่น่าเป็นไปได้ เพราะฉะนั้น ผู้นำที่ดีจึงต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกปัจจุบันได้
หัวหน้าทีม ลีดเดอร์ชิป เวิร์กช็อป ของ วตท.ยกตัวอย่าง ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เดวิด คาเมรอน ได้ชัยชนะ ในการเลือกตั้ง ก็เพราะพวกเขาแสดง ตัวชัดแจ้งว่า จะเป็นผู้นำการเปลี่ยน แปลง (Leader for change)
การจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สำเร็จได้ ผู้นั้นจะ ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ต้องสามารถจับกระแสการเปลี่ยนได้อย่างถูกต้อง และปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรอบคอบ เพื่อนำพาประเทศชาติ ประชาชน ตลอดจนถึงภาคธุรกิจเอกชน และภาครัฐ ไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และทันเหตุการณ์ได้ แน่นอนว่า ผู้นำที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง จะถูกเปลี่ยนแปลงเสียเองในที่สุด ทีนี้มาดูปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของผู้นำเป็นรายตัวกันบ้าง เริ่มจากพื้นฐานของประเทศไทยเป็นอันดับแรก "ผมถามนักศึกษา วตท.รุ่น 10 ว่า เขายังภาคภูมิใจในประเทศไทยซึ่งมีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นที่ตั้ง มีประวัติศาสตร์ชาติไทยอันยาวนานกว่า 700 ปี เป็นประเทศเอกราชที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร มีความสัมพันธ์กับนานาชาติ และมิตรประเทศจำนวนมาก...มีทรัพยากรธรรมชาตินานาชนิดที่สมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย มีทะเลสวย มีภูเขา ป่าไม้ โบราณสถาน สถานที่พักผ่อน หย่อนใจจำนวนมาก และที่ดีที่สุด เราไม่อยู่ในเขตภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่รุนแรงเหมือนประเทศอื่นๆ หรือไม่ ตรงนี้ ผมคิดว่า ทุกคนยังมีความ ภาคภูมิใจอยู่"
ผู้นำประเทศก็เหมือนกับซีอีโอของบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งมีหน้าที่ทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า และประชาชนอยู่ดีมีสุข อย่างน้อยที่สุดก็ต้องไม่ทำให้ประเทศชาติบ้านเมือง และเศรษฐกิจตกต่ำ หรือเลวร้ายลงไปกว่าเดิม แต่ปัญหาที่เป็นอยู่เวลานี้ก็คือ พวกเขาคิดถึงความจริงข้อนี้กันมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น.
ทีมเศรษฐกิจ
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมเศรษฐกิจ
- 5 กรกฎาคม 2553, 05:26 น.