สมุนไพรไทย...ภูมิปัญญาไทยที่ควรสืบทอด

สมุนไพรไทย...ภูมิปัญญาไทยที่ควรสืบทอด

*****************************************

                                                     โดย  ศุภฤกษ์  ภมรรัตนปัญญา

                        ประเทศไทย  ถือเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี  ความเชื่อ  มาแต่ครั้งโบราณกาลในเรื่องของภูมิปัญญาไทย เช่นเดียวกันที่บรรพบุรุษของเราได้สั่งสมวิชาความรู้ และประสบการณ์  เพื่อถ่ายทอดให้แก่คนรุ่นหลังได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและประเทศชาติ

                        สมุนไพร  เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาของคนไทยที่ได้รับการถ่ายทอด  และสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันเพราะเป็นพืชที่มีสรรพคุณในการรักษาโรค หรืออาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ของมนุษย์

                        แต่เดิมยาจะทำจากพืช  สัตว์ และแร่ธาตุต่าง ๆ ตามสภาพธรรมชาติแต่ต่อมาได้มีวิวัฒนาการปรับปรุงหรือแปรสภาพโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ผลิตยาที่เรียกว่า ยาสังเคราะห์ แต่ยาที่ทำจากพืช สัตว์และแร่ธาตุตามสภาพธรรมชาตินี้ที่ยังไม่ได้มีการผสม ปรุง หรือแปรสภาพเราจะเรียกว่า ยาสมุนไพร  แต่ถ้าผสมปรุงหรือแปรสภาพตามตำรายาแผนโบราณที่คณะรัฐมนตรีประกาศอนุญาตให้ใช้ได้เราเรียกว่า ยาแผนโบราณ

                        ปัจจุบันเมื่อเรามีอาการเจ็บป่วยส่วนใหญ่แล้วจะไปหาซื้อยาตามร้านขายยาทั่วไปมารับประทานเองหรือไปหาหมอให้ช่วยรักษาแต่อันที่จริงแล้ว อาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเรานั้น  สามารถที่จะรักษาเองได้  ถ้าเรารู้จักการใช้สมุนไพรซึ่งเป็นพืชที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคบางชนิด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบางสถานที่บางแห่งที่เราสามารถหาซื้อยาได้ สมุนไพรก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ

                        ในการปรุงยาสมุนไพรนั้น ผู้ปรุงจำเป็นที่จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับชื่อและลักษณะของพืช สัตว์หรือแร่ธาตุที่นำมาใช้ว่ามีรูปร่าง กลิ่น และสีเป็นอย่างไร และต้องรู้จักรสของสิ่งนั้นว่ามีคุณสมบัติเป็นยารสเย็น ร้อน สุขุม หรือฝาด หวาน ขม มัน เค็ม หรือเผ็ดร้อน เพราะว่าแต่ละรสจะมีสรรพคุณในการรักษาโรคที่ไม่เหมือนกัน นอกจากนั้น ยังต้องรู้ว่าจะต้องใช้อะไรประกอบกันเป็นเครื่องยา  รวมทั้งรู้วีการปรุงยาด้วย

                        สำหรับวิธีการปรุงยาสมุนไพรนั้น มีวิธีการปรุงง่าย ๆ ที่ไม่ซับซ้อนและสามารถนำมาใช้รักษาอาการเจ็บป่วยขั้นพื้นฐานได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น การต้ม การชง การดอง การปั้นเป็นลูกกลอน การตำคั้นเอาน้ำกิน และการพอกเช่น

                        กระชาย  นำเหง้าแห้งมาต้มเอาน้ำดื่ม เพื่อแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

                        กระเทียม  นำมาขูดผิวหนัง ส่วนที่เป็นเกลื้อนฝาหัวกระเทียมทาถูลงไปเพื่อแก้กลากเกลื้อน

                        ขิง  นำมาฝนเหง้าขิงกับน้ำมะนาวผสมเกลือเล็กน้อย ใช้กวาดคอหรือจิบบ่อย ๆ เพื่อระงับการไอ และขับเสมหะ

                        ขมิ้น  นำเหง้ามาตำจนละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำใส่แผลสด เพื่อรักษาบาดแผลสด

                        น้อยหน่า  นำใบหรือเมล็ดมาโขลกให้ละเอียด ผสมน้ำแล้วทาศีรษะทิ้งไว้เพื่อฆ่าเหาและทำให้ไข่เหาฝ่อ

                        ฝรั่ง  นำใบมาโขลกพอแหลกแล้วใส่ลงในน้ำ ต้มให้เดือดใส่เกลือแล้วนำน้ำมาดื่มเพื่อแก้ท้องร่วง

                        จะเห็นได้ว่า  การใช้ยาสมุนไพรจะสามารถรักษาโรคและอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้หลายอย่างเพราะการพึ่งพาแพทย์พื้นบ้านนั้นยังมีความสำคัญต่อคนไทยเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในชนบทที่ห่างไกลจากสถานบริการของรัฐ  การรักษาตนเองจะมีข้อดีที่เป็นการรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นก่อนที่อาการจะกำเริบมากขึ้น  และยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยแต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับโรคที่สามารถวินิจฉัยและสามารถรักษาตนเองในเบื้องต้นได้เท่านั้น

                        ดังนั้น  การเลือกสมุนไพรที่จะนำไปใช้ในการสาธารณสุขขั้นมูลฐาน  ก็ต้องเป็นสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่สามารถวินิจฉัยได้เอง  เช่น  อาการจุกเสียด  ท้องผูก ท้องเสีย  บาดแผลเล็กน้อย  โรคผิวหนังบางชนิด เป็นสมุนไพรที่หาง่ายในท้องถิ่นเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและต้องแน่ใจว่าสมุนไพรนั้นให้ผลดี ปลอดภัย  อย่างน้อยควรจะมีหลักฐานทางเภสัชวิทยาที่ยืนยันผลการใช้และถ้าจะให้เป็นที่ยอมรับจะต้องมีหลักฐานครบถ้วนทั้งทางเภสัชวิทยา  พิษวิทยา และการทดลองทางคลินิก ที่สำคัญสมุนไพรที่นำมาใช้ต้องถูกชนิดจึงจะได้ผลดีในการรักษา  แต่ทั้งนี้การใช้สมุนไพรในการรักษาโรคก็มีข้อควรระวังด้วยเช่นกัน คือ

                       ๑.  ไม่ควรใช้ยาสมุนไพรนานเกินความจำเป็น  ถ้าใช้ยาสมุนไพรแล้ว ๓ - ๕ วันอาการยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์อาจใช้ยาไม่ถูกกับโรค

                        ๒. เมื่อใช้ยาสมุนไพรควรสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

                        ๓. ควรใช้ยาตามหลักการรักษาแพทย์แผนโบราณอย่างเคร่งครัด เพราะการดัดแปลงเพื่อความสะดวกของผู้ใช้อาจทำให้เกิดอันตรายได้

                        ๔.  อย่าใช้ยาเข้มข้นเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดพิษได้

                        ๕.  การใช้ยาสมุนไพร  ควรดูที่ขนาดและปริมาณการใช้สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ด้วย

                        ๖.  ควรระวังความสะอาดของสมุนไพร  เพราะบางทีที่ซื้อมาจากร้านอาจเก่ามาก ถ้าสังเกตเห็นราหรือแลงชอนไช  ไม่ควรใช้ ทั้งนี้  เนื่องจากสาระสำคัญอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วทำให้ใช้ไม่ได้ผล และยังอาจได้รับพิษจากแมลงหรือเชื้อรานั้นได้

                        ปัจจุบันสมุนไพรหาได้ยากมากเพราะป่าไม้ได้ถูกทำลายลงเป็นจำนวนมาก  แต่เนื่องจากสมุนไพรมีบทบาทอย่างมากในอุตสาหกรรมยาแพทย์แผนปัจจุบันเพราะใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตยาแผนปัจจุบันด้วย  จึงถือได้ว่าสมุนไพรเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งของชาติที่บรรพบุรุษของเราได้ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยมานานหลายชั่วอายุคน  จนนับได้ว่าสมุนไพรและการรักษาโรคแบบพื้นบ้านของคนไทยเรานั้นเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่สมควรจะอนุรักษ์ไว้  และสืบทอดให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป  แต่ทั้งนี้จะสำเร็จได้นั้นขึ้นอยู่กับการพัฒนาสมุนไพรให้มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคได้อย่างแท้จริง  มีรูปแบบสำหรับการใช้ที่เหมาะสมที่สำคัญต้องปลอดภัยและราคาถูก  จึงจะสามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนยอมรับในตัวยาสมุนไพรไทย  และสามารถทดแทนการใช้ยาแผนปัจจุบันบางชนิดที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศได้ พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการใช้เป็นยาในสถานพยาบาลของรัฐอย่างแพร่หลายต่อไป

                        จากเหตุผลดังกล่าวทำให้รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญจึงได้กำหนดเป็นนโยบายของชาติให้มีการเร่งรัดพัฒนาสมุนไพรให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และส่งเสริมให้มีการใช้เป็นยาอย่างแพร่หลาย  รวมทั้งการส่งออกสมุนไพรไทยเข้าสู่ตลาดโลกด้วย  ดังนั้น พวกเราในฐานะคนไทยควรที่จะรักษา  และสืบทอดภูมิปัญญาไทยที่สำคัญยิ่งนี้  โดยการอนุรักษ์สมุนไพรไทยการปลูกและการกระจายพันธุ์สมุนไพรไทย  รวมทั้งวิธีการปรุงยาสมุนไพร  ให้มีการถ่ายทอด และสืบทอดไปสู่อนุชนรุ่นหลังเพื่อประโยชน์ต่อการแพทย์ของไทยในอนาคต

 **************************************************