ทำงานได้เงินเดือน เท่าไร?
เป็นธรรมดาของมนุษย์ทุกคน เมือเรียนหนังสือจบมาแล้ว
อยากได้งานทำดีๆ มีรายได้สูงๆ เพื่อไว้เลี้ยงครอบครัว
กลายเป็นคำถามแรกๆ ที่มิตรรักมักถามยามเมื่อเจอหน้ากัน
“ทำงานได้เงินเดือนเท่าไร?”
คนมีเงินเดือนสูงๆ มีความสุขมากกว่าคนเดือนน้อยจริงหรือ ?
.....ไม่จริงเสมอไป..............
คนมีเงินเดือนน้อย มีทุกข์ มากกว่าคนมีเงินสูงจริงหรือ ?
.................ไม่จริงเสมอไป..................
ความสุขของคนอยู่ที่ไหน ????
บ่อยครั้งที่ผู้เขียนถูกถามว่า.....”ได้เงินเดือน เดือนละเท่าไร”
“แค่นี้จะพอใช้เหรอ”....เป็นคำพูดที่ได้ยินเสมอ
หลังจากที่ผู้เขียนให้คำตอบว่าได้เงินเดือนเท่าไร
ทุกวันนี้ผู้เขียน มีความสุขอยู่กับการเป็นอาจารย์สอนหนังสือ
ที่มีผู้เรียนทั้งที่เป็นพระระดับเจ้าอาวาส จนกระทั่งสามเณรน้อย
รวมทั้งข้าราชการที่มีตั้งแต่ ตำรวจ ทหาร พยาบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
ไปจนกระทั่งแม่ค้า ที่มาสมัครเป็นนิสิตของสถาบันการศึกษาแห่งนี้
ทำไมต้องมีเงินเดือนสูงๆ ด้วย เมื่อมีความสุขกับการได้สอนหนังสือ
ในเมื่อแต่ละวันมีนิสิตมาพบเพื่อปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับวิชาที่เรียน
ได้ตอบปัญหาและอธิบายจนทุกท่านเข้าใจ
กล่าวลาไปด้วยความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น
เพียงแค่อาจารย์ก็มีความสุขแล้ว
ผู้เขียนบอกกับนิสิตทุกท่านที่เข้าพบเพื่อปรึกษาการเล่าเรียนเสมอว่า
เมื่อมาปรึกษาเรื่องเรียน ไม่ต้องมีของมาฝาก ไม่ต้องพาไปเลี้ยงที่ไหน
ขอให้ทุกท่านที่มาปรึกษาผมแล้วมีความรู้เพียงแค่นี้ก็พอแล้ว
เห็นอาจารย์หลายท่าน เดินทางไปสอนต่างจังหวัด
ต้องทำงานแข่งกับเวลา ผู้เขียนตัวเองเสมอว่า
“ทำไมต้องไปสอนหนังสือหลายที่ เพราะต้องให้ความรู้แก่นักศึกษาจริงหรือ
หรือว่าเพียงเพราะต้องการเงินจากการสอนนักศึกษา
หรือเพียงอยากเงินเดือนสูงๆ
คู่ชีวิตของผู้เขียน เรียนต่อปริญญาโท
อาจารย์นั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาสอน ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ
สอนหนังสือ เพียงเพื่อต้องการหาเงินส่งเสียให้ลูกเรียนแพทย์
ตามที่พ่อแม่หวัง แต่ดูเหมือนความผิดหวังจะมาเยือน
เมื่อลูกไม่ค่อยสนองความต้องการของผู้ที่เป็นแม่
เพราะไม่อยากเรียนแพทย์ ที่แม่อุตสาห์ทำงานหนัก
เพื่อหาเงินมาให้ลูกเรียน เมื่อลูกเรียนจบจะได้มีงานดีๆ
มีเงินเดือนสูงๆ
“เพื่อจะไปตอบคำถามว่า “ลูกอาจารย์ ทำงานได้เดือนละเท่าไร?”
ตอนบรรจุเป็นครูใหม่ๆเงินเดือนแค่พันกว่าบาท แต่เงินเดือนตอนนั้นซื้อทองได้หนัก 4 บาท ทำงานมานานโข หนี้สินเพิ่มพูน ไหนจะผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ส่งลูก ตอนนี้ตัวเลขเงินเดือนคงพอซื้อทองได้สัก 2 บาท แต่ความเป็นจริงเงินเหลือไม่พอซื้อทองสักบาท ทำงานได้เงินเดือนเท่าไหร่คงไม่สำคัญ ความสุขในการทำงานนี่สิสำคัญกว่า ขอให้ทุกท่านที่ได้อ่านมีความสุขในการทำงานเหมือนอาจารย์ฤทธิชัยนะคะ
จำแม่นเรื่องคล้ายๆ กันนี้ค่ะ ป๋าเล่าว่าตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยเงินเดือน ๗๐๐ บ. คู่รักวัยดึกก็คิดว่าถ้ามีเงินเพิ่มขึ้นอีกนิดคงพอนะ ผ่านไปมีลูกเพิ่มๆ เงินเพิ่มๆ สุขก็ยังอยู่ที่ใจ เช่นเดิม .. ขอบคุณแง่คิดดีๆ ค่ะอ. ปูก็ได้บอกเพื่อนที่มาปรึกษาเรื่องเลือกใครดี?ค่ะ ;)
ในความคิดของผม เห็นด้วยกับเจ้าของบทความจริงครับ เงินไม่ใช่ทั้งหมดของความสุขในชีวิตครู อืมมม บางทีผมว่าถ้าบริหารจัดการด้านการศึกษาดีดี บางทีเรื่องรายรับของครู หรือสวัสดิการของครู อาจดีขึ้นเหมือนอย่างในฟินแลนด์ หรือประเทศในแถบยุโรปบ้างก็ได้นะครับ ^ ^
ตึกยังรู้พัง สตางค์ยังรู้หมด ไมตรีอันสวยสด ไม่มีลดเหมือนสตางค์
ชื่นชมน้องชายมากค่ะ
สวัสดีครับธรรมทิพย์
มนุษย์ทุกวันนี้ ถือว่าเงินคือพระเจ้า ทำทุกอย่างเพื่อจะได้เงินมาครับ
ขอบคุณที่ชอบบทความนี้
สวัสดีครับครูต้อย
ขอให้มีความสุขในการทำงาน เพียงนี้ก็พอใจแล้วครับ
สวัสดีครับ poo
เงินทำให้คนมีความสุขจริงหรือ ?
ขอบคุณที่แวะมาทัก
ขอให้มีความสุขในวันทำงาน
สวัสดีครับ นฤดล
ผมเห็นด้วยที่ว่า ถ้าบริหารจัดการด้านการศึกษาดีดี บางทีเรื่องรายรับของครู หรือสวัสดิการของครู อาจดีขึ้น
แล้วครู้เป็นหนี้เพราะอะไรครับ ???
สวัสดีครับ ครูอ้อย แซ่เฮ
ขอบคุณที่แวะมาทัก
ขอให้มีความสุขกับงาน ได้เงินเยอะ น่ครับ
หรือว่าจะมีความสุขกับงานดี