การที่สอบเข้าโรงเรียนด้วยความสามารถพิเศษ ใช่ว่าจะเหนื่อยน้อยกว่าคนที่สอบเข้าด้วยข้อสอบ แต่มันมีความเหนื่อยที่พอ ๆ กัน .
     ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่สอบเข้ามาเรียนในโรงเรียนโดยใช้ความสามารถพิเศษ คือ ความสามารถพิเศษทางศิลปะโดยการวาดภาพ. ตอนแรกที่ไปสมัครก็เพราะว่าที่โรงเรียนนี้มีรับเด็กความสามารถพิเศษทางด้านการวาดภาพ ซึ่งดิฉันก็ถนัดด้านนี้พอดีจึงได้ไปสมัครดู พ่อและแม่ของดิฉันก็หวังว่าถ้าสอบได้ก็จะได้ไม่ต้องไปนั่งลำบากสอบข้อสอบอีก    หลังจากที่ดิฉันไปลงชื่อสมัครก็ได้มารู้ว่าที่โรงเรียนนี้เขารับคนที่มีความสามารถพิเศษทางด้านการวาดภาพแค่ 2 คน !!!!!!!!!!  ตอนแรกที่ดิฉันฟังแล้วก็อยากจะเป็นลม -*- ทุก ๆ คนลองคิดดูนะคะว่า เขาเอานักเรียนที่มาสอบความสามารถพิเศษด้านวาดภาพแค่ 2 คน ! เพราะฉะนั้นโอกาสที่เราจะได้ติดก็ดูเหมือนว่าจะมีน้อยลงไปทุกที  แต่ดิฉันกลับคิดว่า ในเมื่อดิฉันมาสมัครและตั้งใจที่จะสอบเข้าทางด้านนี้แล้วเราก็ต้องทำให้มันสุดความสามารถ ทำให้เต็มที่ แม้ว่าในบางครั้งผลมันจะไม่ได้ออกมาประสบผลสำเร็จเสมอไป เมื่อดิฉันคิดได้ดังนี้ ดิฉันจึงมุ่งหน้าฝึกวาดภาพฝึกซ้อมมือในทุก ๆ วัน คือ ดิฉันไปเรียนทางด้านวาดภาพทุก ๆ อาทิตย์ เรียนตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ทำอย่างนี้ทุก ๆ อาทิตย์บวกกับการที่ต้องอ่านหนังสือเรียนทุก ๆ วัน เผื่อว่าสอบความสามารถพิเศษไม่ติดก็ต้องสอบเป็นข้อสอบ แต่ดิฉันไม่รู้สึกเหนื่อยเพราะมีความตั้งใจที่ตะเข้าโรงเรียนนี้ให้ได้ อีกอย่างถ้าคนเรารู้จักแบ่งเวลาเราก็จะไม่ต้องเหนื่อยมาก และการที่ดิฉันยอมฝึกมือทุกวันซ้อมวาดภาพทุกวัน ก็ทำให้ดิฉันสอบความสามารถพิเศษติด ดิฉันรู้สึกดีใจมาก ไม่คิดว่าตัวเองก็จะสอบติดเพราะมีแต่คนวาดรูปกันเก่ง ๆ ทั้งนั้น จนทุกวันนี้ดิฉันก็ได้เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งวาดภาพอาจได้รางวัลมาบ้างและไม่ได้รางวัลมาบ้าง แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของโรงเรียน นี่คือประสบการณ์ของดิฉันที่ได้นำมาเล่าให้ทุกคนฟัง  ทุกคนอาจจะเห็นว่าในการสอบเข้าโดยใช้ความสามารถพิเศษเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องฝึกอะไรมากหรือไม่ต้องอ่านหนังสือมาก ดิฉันอยากจะบอกตรง ๆ เลย ว่าทุกคนคิดผิดเพราะเดี๋ยวนี้อะไรอะไรก็เปลี่ยนไปเด็กที่มีความสามารถก็เยอะมากขึ้นเด็กที่ฉลาดหรือเรียนเก่งก็มีเพิ่มมากขึ้นตรงนี้จึงเป็นจุดแข็งที่ดิฉันคิดว่า ก็ไม่ใช่เราที่จะเก่งคนเดียวคนอื่นที่เก่งเหมือนเราและเก่งกว่าเราก็มีเยอะ ตรงจุดนี้ทำให้ดิฉันคิดว่าเรายังต้องฝึกฝนทางด้านนี้อีกมาก เพราะฉะนั้นคนเราไม่ควรดูถูกกันเพราะแต่ละคนนั้นมีความสามารถและความถนัดไม่เหมือนกัน คนนี้อาจจะเก่งทางด้านนี้แต่คนนี้ก็อาจจะเก่งอีกด้านนึงและก็ไม่ใช่ว่าทุก ๆ คนจะเก่งไปซะทุกอย่าง .
 
ตอนนี้ดิฉันก็อยู่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ แล้ว แต่ก็ยังอยากจะเล่าเรื่องราวและประสบการณ์อันน่าภาคภูมิใจนี้ให้ทุกคนได้รับรู้ค่ะ ^^