วันนี้ดิฉันจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับแม่ของดิฉันให้ได้อ่านกัน

ดิฉันคิดว่าทุกคนนั้นรักแม่มาก  เรื่องมีอยู่ว่า วันปีใหม่พ.ศ.2550แม่ได้พาดิฉันไปเที่ยวที่เชียงใหม่ ตอนนั้นดิฉันกับแม่มีความสุขมากและคิดว่าเราจะมาเที่ยวกันอีก  แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นแม่ของดิฉันเป็นมะเร็งที่ปอดระยะสุดท้าย  หมอบอกกับแม่ว่าแม่จะอยู่ได้อีก2เดือนแม่ของดิฉันได้ปิดบังครอบครัวแต่ได้บอกกับพ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น  แต่ในที่สุดดิฉันกับพี่ชายก็ได้รู้ว่าแม่เป็นอะไร ในตอนแรกนั้นเรา2คนไม่ได้คิดว่ามะเร็งนะร้ายเพียงใด ในช่วงแรกดิฉันกับพี่ก็ไม่ค่อยได้สนใจแม่เท่าไรนักเพราะแม่มีพ่อดูแลอยู่แล้ว และประมาณในช่วงปิดเทอมดิฉันไปเยี่ยมแม่ที่ย้ายไปรักษาตัวด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดอยู่ต่างจังหวัดดิฉันเห็นแม่แทบจะร้องไห้เลยก็ว่าได้เพราะภาพที่เห็นนั้นแม่ผอมมากผอมขนาดที่ว่าหนังติดกระดูก ดิฉันได้เข้าไปกอดแม่และแอบร้องไห้ดิฉันคิดว่าแม่รู้ว่าดิฉันร้องไห้ ดิฉันได้ใช้เวลาอยู่ดูแลแม่ประมาณ1เดือน ใน1เดือนนั้นดิฉันได้อาบน้ำให้แม่ ได้ตัดเล็บให้แม่ ได้ป้อนข้าวป้อนน้ำให้แม่ดิฉันคิดว่าแม่ของดิฉันไม่เป็นอะไรแล้วเพราะว่าแม่นั้นร่างกายอยู่สดใสขึ้นดิฉันจึงขึ้นมาอยู่กับพี่ชายด้วยกัน2คนที่กรุงเทพ หลังจากนั้นในวันที่19ตุลาคมพ.ศ.2550ดิฉันกับพี่ชายก็ได้ไปเยี่ยมแม่ไปถึงบ้านประมาณบ่ายสองโมงกว่าญาติของดิฉันได้ตะโกนว่า”แม่แกเป็นไรไม่รู้”ดิฉันกับพี่ต่างก็ตกใจจึง วิ่งเข้าไปดูภาพที่ดิฉันเห็นคือพ่อของดิฉันนั้นได้กำลังปั้มหัวใจให้แม่อยู่ในระหว่างนั้นแม่ชีศันสนีย์ ก็ได้โทรมาให้กำลังใจดิฉันกับครอบครัวและอีกไม่กี่นาที่ต่อมาแม่ของดิฉันก็ได้ก็เสียชีวิตลง

สิ่งที่ดิฉันได้ภูมิใจคือได้ดูแลแม่ก่อนที่จะเสียชีวิตลงแม้ว่ามันจะเป็นเวลาน้อยนิก็ตามนั้นคือโอกาสที่ดิฉันได้ทดแทนบุญคุณที่แม่ให้ดิฉันมา...