เรียนรู้เรื่องยาคุมกำเนิด
ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นการคุมกำเนิดแบบรับประทาน ซึ่งป้องกันการตั้งครรภ์โดยการยับยั้งการตกไข่ ซึ่งในยาแต่ละเม็ดจะประกอบด้วยสารเคมีสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติเช่นฮอร์โมน คือ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งฮอร์โมนจะไปยับยั้งฮอร์โมนของสมองและต่อมใต้สมองไม่ให้กระตุ้นที่รังไข่ จึงทำให้ไม่มีการตกไข่ มีมูกเหนียวที่ปากมดลูก ทำให้เชื้ออสุจิผ่านเข้าไปในท่อนำไข่ได้ลำบาก และเมื่อใช้ไปหลายเดือนก็จะทำให้โพรงมดลูกบางตัวทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้ ซึ่งการออกฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดจะเต็มที่ภายใน 7วัน ในการรับประทานยาแต่ละรอบ เมื่อรอบการตกไข่ปกติประมาณ 14 -15 ±2 วัน นับจากการมีประจำเดือนวันแรก ดังนั้จึงควรเริ่มทานยาภายใน 3- 5วัน นับจากวันแรกของการมีประจำเดือน แต่การรับประทานยาในวันที่ 7 ของการมีประจำเดือนจะทำให้ประสิทะธิภาพการคุมกำเนิดลดลง
กลไกการออกฤทธิ์ในการคุมกำเนิดของ Progestogen
1.ยับยั้งการหลั่งของ FH,LHจากต่อมใต้สมองทำให้ไม่มีการตกไข่
2.มีผลทำให้มูกบริเวณปากมดลูกเหนียวข้น
3.มีผลต่อเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้ฝ่อตัว ไม่เหมาะกับการฝังตัวของตัวอ่อน
4.เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวของท่อนำไข่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเดินทางของตัวอสุจิและไข่ที่ผสมแล้วและยังทำลายความสามารถของอสุจิที่จะไปผสมกับไข่ด้วย
กลไกการออกฤทธิ์ในการคุมกำเนิดของ Estrogen
1.ยับยั้งการหลั่งของ FSH ทำให้ไข่ไม่สุก
2. Estrogen เพิ่มฤทธิ์ของ Progestogen ต่อเนื้อเยื่อเป้าหมาย
3.Estrogen จะช่วยลดปัญหาเลือดออกกะปริดกะปรอยจากการใช้ progestogen
ชนิดของยาเม็ดคุมกำเนิด
ชนิดฮอร์โมนรวม
1.Monophasic pill เป็นยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีระดับฮอร์โมนเท่ากันทุกเม็ดในยาแผงเดียวกัน ซึ่งมีทั้งชนิดที่ประมาณฮอร์โมนต่ำ คือ มี esthinyle estradial 30 ไมโครกรัม
และProgestogen 150ไมโครกรัม ชนิดฮอร์โมนสูง มีesthinyle estradial 50 ไมโครกรัม Progestogen 500 ไมโครกรัม
2.Multiphasic pill เป็นยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนในแต่ละเม็ดไม่เท่ากัน มีทั้งสองกลุ่มในเม็ดเดียวกัน และสามกลุ่มในเม็ดเดียวกันด้วย
ชนิดโฮอร์โมนเดี่ยว
1. ชนิดlow -dose /mini pill ซึ่งใช้ในสตรีหลังคลอดและให้นมบุตร หรือผู้ที่มีข้อห้ามในการใช้ estrogen
2.ชนิดใช้หลังร่วมเพศ ซึ่งจะต้องรับประทานยาภายใน 1 ชั่วโมงหลังการร่วมเพศ
หรือไม่เกิน 72ชั่วโมง หลังจากนั้นอีก 12 ชั่วโมงให้รับประทานซ้ำอีก 1เม็ด
วิธีการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด
1.เริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดภายใน 5 วัน ของการมีประจำเดือน
*ภายหลังคลอดบุตรให้รับประทาน 4-6 สัปดาห์หลังคลอด
*ภายหลังเเท้งบุตรถ้าเป็นการเเท้งในไตรมาสเเรกให้รับประทานทันทีหลังเเท้ง
*เเต่ถ้าเป็นการเเท้งบุตรในช่วงไตรมาสที่สองให้รับประทานสัปดาห์ที่ 2-4 หลังเเท้ง
2.ให้รับประทานยาทุกวัน ถ้าเป็นไปได้ให้รับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน เเนะนำให้รับประทานเวลาก่อนที่คุณจะนอน เนื่องจากจะช่วยลดในเรื่องของผลข้างเคียงที่จะทำให้มีอาการ คลื่นไส้ อาเจียนได้
หากคุณลืมรับประทานยาคุมกำเนิดจะทำอย่างไร?
*กรณีนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในผู้ที่ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดเพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลง เเต่ถ้าหากเกิดปัญหาควรปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.ลืม 1 เม็ดให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้เเละรับประทานยาที่เหลือตามปกติ
2.ถ้าลืม 2 เม็ด ในช่วงสัปดาห์เเรก ให้รับประทานยาวันละ 2 เม็ด ติดต่อกัน 2 วัน เเล้ว
รับประทานยาที่เหลือตามปกติ
3.ถ้าลืม 2 เม็ด ในช่วงสัปดาห์ที่สาม หรือ ถ้าลืมมากกว่า 3 เม็ด ในช่วงใดก็ตามให้หยุดยาเเผงนั้นเเละเริ่มต้นเเผงใหม่ทันที
*ในทุกกรณีข้างต้น หากใช้การคุมกำเนิดชนิดอื่น เช่น การใช้ถุงยางอนามัยเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดียิ่งขึ้น
สวัสดีครับ...มาทบทวนเรื่องการรับประทานยาคุมกำเนิด
ขอให้สนุกกับการฝึกงานนะครับ
ข้อห้ามในการกินยาคุมกำเนิด
1.ภาวะมีครรภ์
2.โรคของหลอดเลือดอักเสบหรืออุดตัน เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้มีการแข็งตัวของเลือดเพิ่มมากขึ้น
3.โรคตับ เนื่องจากพบว่า การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดอาจทำให้ตับ ทำงานเปลี่ยนไป
4.มะเร็งเต้านมและอวัยวะสืบพันธ์
5.เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ
6.โรคหัวใจและโรคไต เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจน จะมีผลทำให้การดูดซึมของเกลือโซเดียมขึ้น และน้ำจากไตมาก จึงทำให้น้ำและโซเดียม คั่งอยู่ในร่างกายมาก และมีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
7.ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจน อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ของการทำงานของต่อมไทรอยด์
8.ปวดศีรษะ โดยเฉพาะปวดข้างเดียว เพราะจะมีการคั่งของน้ำและเกลือ ทำให้มีอาการมากขึ้น
ดีจร้าปุน เค้าจะอธิบายเรื่องการทานยาคุมกำเนิดนะจร้า การกินยาคุมควรรับประทานวันละเม็ดในเวลาที่ใกล้เคียงกันทุกวัน ที่นิยมปฏิบัติ คือหลังอาหารเย็นหรือก่อนนอน ให้รับประทานยาติดต่อกันทุกวัน
ปกติแล้วยาคุมกำเนิดจะอยู่ในรูปแบบที่เป็นแผง มี 2 ชนิด คือ แผงละ 21 เม็ด และแผงละ 28 เม็ด ทั้ง 2 ชนิดจะมีตัวยาที่เหมือนกัน 21 เม็ด แต่ชนิดที่เป็นแผง 28 เม็ดจะเป็นยาหลอกหรือวิตามินเพิ่มอีก 7 เม็ด บนแผงแต่ละเม็ดจะมีตัวอักษร วันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ กำกับอยู่ การเริ่มรับประทานก็ให้เริ่มตรงเม็ดที่ตรงกับวันของสัปดาห์วันนั้นที่ตรงต้นๆ แผง แล้วรับประทานเรียงกันไปในแต่ละวัน
สำหรับชนิดที่เป็นแบบแผงละ 21 เม็ดก็เริ่มรับประทานเรียงกันไปจนครบ 21 วัน ก็เว้นอีก 7 วัน พอวันที่ 8 ก็เริ่มรับประทานใหม่ วิธีสังเกต คือ ถ้าเราเริ่มรับประทานแผงแรกที่วันไหน เช่น เริ่มต้นที่วันพุธ แผงต่อไปก็จะเริ่มที่วันพุธเหมือนกัน ระหว่างช่วงที่เว้นรับประทานยา 7 วันนั้นจะมีประจำเดือนมา (มักจะเริ่มมาหลังจากหยุดยาแล้ว 3-4 วัน)
ยาทั้ง 2 ชนิดจะให้ประสิทธิภาพเท่ากัน เพียงแต่ชนิดแผงละ 28 เม็ดต้องรับประทานทุกวันเพื่อจะไม่ลืมรับประทานแผงใหม่หลังจากเว้นแผงเก่า ในระหว่าง รับประทานยาคุมกำเนิด ประจำเดือนจะมาสม่ำเสมอและมาน้อยลง คนที่เคยมีอาการปวดประจำเดือนอาจจะทุเลาลง หรือหายปวดได้ ถ้ารับประทานยาคุมกำเนิดอย่างถูกต้องจะสามารถคุมกำเนิดได้เกือบ 100% มีโอกาสผิดพลาดตั้งครรภ์ได้ 0.4% ต่อปี เมื่อรับประทานยาตามที่แนะนำมาดังกล่าวแล้วจะมีเพศสัมพันธ์กันวันไหนก็เรียกได้ว่าไม่มีโอกาสตั้ง
ครรภ์
การคุมกำเนิดง่ายนิดเดียวช่ายไหม
มักเน่
เสริมให้นะ..ที่ได้ไปหาเรื่องคนอ้วนห้ามใส่ห่วงอนามัยอ่ะ
ที่จริงใส่ได้นะ..เป็นวิธีที่โอเคก็ว่าได้
หากเค้ากินยาคุมแล้วอ้วนจากผลของฮอร์โมนอ่ะ ก็ต้องเปลี่ยนวิธีหนีจากฮอร์โมน โดยอาจเป็ยการใส่ห่วงนั้นเอง
^^