ขั้นตอนการผลิตสื่อนวัตกรรม
1. กระบวนการจัดทำ/การผลิต
การศึกษา การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ลักษณะการเมืองการปกครองสมัยอยุธยา วิชาสังคมศึกษา ส 204 (ประเทศของเรา 3) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งผู้ศึกษามีวิธีดำเนินการ ศึกษาตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง
2. ตัวแปรในการศึกษา
3. เครื่องมือวัด
4. การเก็บรวบรวมข้อมูล
5. การวิเคราะห์ข้อมูล
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านแควมะกอก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านแควมะกอก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 3 คน
เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษา ในครั้งนี้เน้นเนื้อหาวิชาสังคมศึกษา ส 204 (ประเทศของเรา 3) เรื่อง การเมืองการปกครองสมัยอยุธยา
ตัวแปรในการศึกษา
1. ตัวแปรต้น คือ บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ลักษณะการเมืองการปกครองสมัยอยุธยา วิชาสังคมศึกษา ส 204 (ประเทศของเรา 3)
2. ตัวแปรตาม คือ
2.1 ผลการทดสอบก่อนและหลังการใช้บทเรียนสำเร็จรูป
2.2 ประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ลักษณะการเมืองการปกครองสมัย
อยุธยา
2.3 ความสอดคล้องความตรงตามเนื้อหากับจุดประสงค์ วิชาสังคมศึกษา ส 204
(ประเทศของเรา 3)
เครื่องมือวัด
เครื่องมือที่วัดในใช้การวัด ได้แก่ แบบทดสอบก่อน – หลังเรียน ซึ่งมีลักษณะดังนี้
- แบบทดสอบก่อน – หลังเรียน เป็นแบบทดสอบชุดเดียวกัน ใช้วัดผลก่อนที่จะเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป
2. แบบทดสอบจะเป็นชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน
ขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบ
1.ศึกษาหลักสูตร วิเคราะห์เนื้อหา จุดประสงค์รายวิชาสังคมศึกษา ส 204 (ประเทศของเรา 3) เรื่อง การเมืองการปกครองสมัยอยุธยา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
2. ศึกษาเอกสารทางวิชาการ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง วิธีสอน
3. กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม กำหนดกิจกรรมการเรียนการสอน
4. สร้างแบบทดสอบระหว่างเรียน แบบทดสอบหลังเรียน
5. สร้างแบบประเมินความสอดคล้องความตรงตามเนื้อหากับจุดประสงค์ของแบบทดสอบ
การหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ
เครื่องมือที่เป็นแบบทดสอบ
- นำเครื่องมือที่เป็นแบบทดสอบจำนวน 30 ข้อ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ประเมินความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับจุดประสงค์
- นำผลการประเมินไปคำนวณหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับจุดประสงค์ (IOC)
- ปรับปรุงแบบทดสอบตามคำเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญแล้วนำแบบทดสอบ ไปทดสอบครั้งเดียวกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 3 คนโดยการสุ่มแบบเจาะจง เนื่องจากนักเรียนมีจำนวนน้อย
- นำไปทดลองแบบเดี่ยว (1 : 1) ได้ทดลองกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีความสามารถต่ำ ปานกลาง และเก่ง เพื่อศึกษาข้อบกพร่องของบทเรียนสำเร็จรูปลำดับขั้นของการนำเสนอเนื้อหากิจกรรมภาษาที่ใช้ว่ามีความเหมาะสมเพียงใด เพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุง แก้ไข ในการทดลองนี้ผู้ศึกษาได้ทำการทดลองด้วยตนเองโดยใช้เกณฑ์ E1 / E2 : 80 / 80
การเก็บรวบรวมข้อมูล
ดำเนินการทดลองใช้บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ลักษณะการเมืองการปกครองสมัยอยุธยา วิชาสังคมศึกษา ส 204 (ประเทศของเรา 3) กับกลุ่มตัวอย่างได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 3 คน ดังมีรายละเอียดดังนี้
1.ทดสอบกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ลักษณะการเมืองการปกครองสมัยอยุธยา จำนวน 30 ข้อ
2.ผู้ศึกษาสอน บทเรียนสำเร็จรูป จำนวน 5 เล่ม นักเรียนได้ศึกษาตามขั้นตอนที่กำหนดทุกเล่ม
3. เมื่อสอนเสร็จครบแล้วให้กลุ่มตัวอย่าง ทำแบบทดสอบหลังเรียนโดยใช้แบบทดสอบชุดเดียวกันกับแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 30 ข้อ
4. คะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนมาคำนวณหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับจุดประสงค์ (IOC)
5. หาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูป โดยนำคะแนนเฉลี่ยกระบวนการ และผลลัพธ์มาเปรียบเทียบเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ E1/ E2 : 80/80
การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้จัดระบบข้อมูลวิเคราะห์ดังนี้
1.ค่า I.O.C = R/N
เมื่อ IOC = ดัชนีความสอดคล้องของข้อสอบระหว่าง
เนื้อหากับจุดประสงค์
= ดัชนีความสอดคล้องของแผนการสอน
ระหว่างเนื้อหา จุดประสงค์ กิจกรรม สื่อ
และเวลา
R = ผลรวมของคะแนนการประเมินของผู้
เชี่ยวชาญ
N = จำนวนของผู้เชี่ยวชาญ
2.สถิติที่ใช้ในการหาค่าประสิทธิภาพชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความตามเกณฑ์ 80/ 80 ใช้ สูตร
E1 = X / N x 100
A
E2 = X / N x 100
B
เมื่อ E1 = ร้อยละของคะแนนแบบทดสอบย่อย
E2 = ร้อยละของคะแนนแบบทดสอบ
หลังเรียน
X = คะแนนรวมของผู้เรียนจากการทำแบบ
ทดสอบย่อย / คะแนนรวมของผู้เรียน
จากการทำแบบทดสอบหลังเรียน
N = จำนวนนักเรียน
A = คะแนนเต็มของแบบทดสอบย่อย
B = คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน