ไม่มีฤทธิ์ Anticholinergic จึงลดน้ำมูกไม่ได้ดีในกรณีที่น้ำมูกไหลจากหวัด( น้ำมูกไหลจากหวัดไม่ได้เกิดจากการกระตุ้น Histamine)

  ของฝากจากการประชุมที่ รพ.จุฬาฯ เมื่อ 22-25 มิย 53 วันนี้ขอเสนอเรื่องการเลือกใช้ anti-histamine เวลาน้ำมูกไหล มีเกร็ดเล็กๆน้อยๆที่อาจเข้าใจผิดมาเล่าให้ฟัง (เน้นยาที่ รพ. เรามีนะ)    Antihistamine ของเรามีอยู่ 2 กลุ่มคือ

   1 Antihistamine รุ่น 1 ( First generation) ก็คือ Chlorpheniramine (CPM) , Hydroxyzine , ยาสูตรActifed ( Tripolidine+Pseudoephredine ) ยาพวกนี้มีฤทธิ์ Antihistamine และ Anticholinergic (ตัว anticholinergicนี้ลด secretion ทำให้ปากแห้ง น้ำมูกแห้งเหมือน Atropine,Hyoscine )  ใช้ได้ดีในการลดน้ำมูกจากหวัด ลดอาการคัน  แต่มี side effect เรื่องง่วงซึม ปัจจุบันจึงไม่แนะนำให้ใช้เป็นยารักษาอาการภูมิแพ้เหมือนก่อน เนื่องจากต้องกินต่อเนื่องนาน ผู้ป่วยเกิดผลเสียหลายอย่างจาก side effect

   2 Antihistamine รุ่น 2 (Second generation ) ของเราก็มี Loratadine กับ Cetririzine(กำลังจะเอาเข้า รพ.)  กลุ่มนี้มีฤทธิ์ Antihistamine เท่านั้น ไม่มีฤทธิ์ Anticholinergic จึงลดน้ำมูกไม่ได้ดีในกรณีที่น้ำมูกไหลจากหวัด( น้ำมูกไหลจากหวัดไม่ได้เกิดจากการกระตุ้น Histamine)  แต่ใช้ได้ดีในโรคภูมิแพ้ที่มีอาการคันหรือน้ำมูกไหล และแนะนำให้ใช้ระยะยาวได้เนื่องจาก Side effect เรื่องง่วงซึมน้อยมาก

   โดยสรุป 
    CPM, ยาสูตร Actifed , Hydroxyzine(Atarax) ใช้ลดน้ำมูกในโรคหวัด , แก้คัน เน้นใช้ในระยะสั้น ไม่แนะนำให้ใช้รักษาภูมิแพ้แล้ว 

   Loratadine, Cetririzine ใช้ในภูมิแพ้เพื่อลดน้ำมูกและแก้คัน ใช้นานๆได้  ใช้ลดน้ำมูกในโรคหวัดไม่ดีนัก  ใช้ยารุ่น 1 จะดีกว่าแต่ง่วงหน่อยนะ  /   Boss