ภัยมันใกล้ตัวเราทุกที

เหตุการณ์ที่ 1
ผู้หญิงคนหนึ่งจะมีนิสัยเมื่อขึ้นรถแล้วต้องกดเซนทรัลล๊อคทั้งก่อนสตาร์ทเครื่อง และก่อนดับเครื่องมีรถเก๋งคันหนึ่งสีเงิน  มีคนสองคนเดินลงมาจากรถแล้วก็เดินมาที่รถของเราอย่างสุภาพขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกำลังเล่นกับลูกอยู่ เพลินๆก็ได้ยินเสียงตึ๊กจากข้างหลังผู้หญิงคนนั้นก็ตกใจรู้สึกตัวว่ามีคนพยายามเปิดประตูหลังของรถเธอ แต่เพราะรถล๊อคพวกเขาก็เดินกลับ ไปขึ้นรถเหมือนไม่มีอะไรเกิด ขึ้น ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง   ตัวเองยังคิดว่าเหลือเชื่อจริงๆ กลางวัน แสกๆ แท้ๆ ถ้าหากบังเอิญรถไม่ได้ล๊อค ไม่กล้าคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
อยากจะให้ทุกคนมีนิสัย ขึ้นรถต้องล๊อครถพวกผู้ร้ายมักจะลงมือจากเบาะหลังเพราะจะ ควบคุมสถานการณ์ได้ง่าย

เหตุการณ์ที่ 2
หลังจากจ่ายเงินค่าจอดรถเลี้ยวออกจากโรงพยาบาล  ก็จอดติดไฟแดงขณะนั้น  ( ยังไม่ ถึง 3 นาที ระบบล๊อคอัตโนมัติคงยังไม่ทำ งาน ) ชายหนุ่มสองคนก็เข้ามานั่งที่เบาะหลังของรถโชคดีที่คนในรถไหวตัวเร็วมาก รีบถอดเข็มขัดนิรภัยดับเครื่องดึงกุญแจออกแล้วออกมายืนนอกรถโดยเร็ว คนทั้งสองคนนั้นก็ยังนั่งอยู่ในรถหน้าตาเฉย จนกระทั่งเจ้าของรถตะโกนใส่พวกเขาว่า  พวกเรายังมีเพื่อนฝูงอยู่ในโรงพยาบาลอีกเยอะ
จะให้ เรียกพวกเขาลงมาคุยกับพวกแกไหม ? พวกเขาจึงออกมาจากรถแล้วบอกว่าขอโทษ ขึ้นผิดคัน ( นี่มันปล้นกันชัดๆ ) แล้วรถคันข้างหลัง ( มีคนอยู่ในรถสองคน )  ก็ขับมารับพวกเขาจากไป น่ากลัวที่สุด


เหตุการณ์ที่ 3
ตอนรถจอดติดไฟแดง รถอยู่ห่างจากทางแยกประมาณคันที่สามหรือสี่ สักครู่หนึ่งจู่ ๆก็มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดอยู่ท้าย บนรถมีชายหนุ่มอายุประมาณ 20 กว่าสองคน แล้วที่น่าสงสัยก็คือ พวกเขาพยายามมองเข้ามาในรถ
เจ้าของรถจึงจ้องพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง พอไฟเขียวก็ออกรถพร้อมมัน บังเอิญได้ยินหนึ่งในนั้นพูดขึ้นว่า "รถมันล๊อคหมด" แล้วก็ขับเลยไป 
 
 
เตือนให้ระวังตัวไว้ก่อน เพราะเดี่ยวนี้ภัยมันใกล้ตัวเหลือเกิน

ที่มา : FWD mail