ปรับโฉมสาธารณสุข

จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000085374

  สธ.ปรับรูปแบบ รพ.ยุคใหม่ 10,679 แห่ง เน้นสุขกายสบายใจรูปแบบ 3S มุ่งลดปัญหากระทบกระทั่งการฟ้องร้อง ย้ำ 12 ส.ค.เห็นเป็นรูปธรรม พร้อมประเมินคุณภาพอีก 3 เดือน ด้านพนักงานต้อนรับเตรียมอวดโฉมเครื่องแบบใหม่ สดใส สะอาด ผ่อนคลาย 

         นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายในการประชุมชี้แจง “โครงการพลิกโฉมโรงพยาบาลยุคใหม่ : สุขกาย สบายใจ” ว่า โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงสถานพยาบาลในสังกัด สธ.จำนวน 10,679 แห่ง ให้ทันสมัย 3 ด้าน หรือ 3 เอส (3 S) ประกอบด้วย 1. การปรับปรุงระบบโครงสร้าง บรรยากาศ (Structure) เช่น การปรับโฉมด้านกายภาพพื้นที่บริการผู้ป่วยนอกให้ผ่อนคลาย รวมไปถึงเครื่องแบบของพนักงานต้อนรับในแต่ละโรงพยาบาล (รพ.) จะต้องมีลักษณะคล้ายกัน คือ เป็นเสื้อเชิ้ตลายสีฟ้าอ่อน มีตราสัญลักษณ์ รพ.ยุคใหม่ มีวงกลม 3 วงกลมเป็นรูปหน้ายิ้ม 3 สี โดยสีส้ม คือ สีแห่งการเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการที่ดี สีฟ้า คือ ประชาชนได้รับการบริการที่ดี และสีเขียว คือ ความสะอาด และความผ่อนคลาย โดยการปรับปรุงในด้านนี้ใช้งบประมาณ 260 ล้านบาท
       
       นายจุรินทร กล่าวว่า 2.ระบบบริการการแพทย์และการบริการทั่วไป (Service) เน้นลดเวลาการรอคอยการให้บริการต่างๆ ตั้งเป้าเวลาตั้งแต่ 09.00-10.00 น.ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจรักษา โดย รพ.ศูนย์และ รพ.ทั่วไป (รพศ./รพท.) อาจต้องมีคลินิกรุ่งอรุณ คลินิกเที่ยงวัน และคลินิกตอนเย็น และ 3.ระบบการบริหารจัดการภายใน รพ. (System) กำหนดให้มีคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพ รพ. โดยให้ปลัด สธ.เป็นผู้วางระบบให้เหมือนกันในทุก รพ. แต่ต้องไม่กระทบกับระบบรับรองคุณภาพ รพ.หรือ เอชเอ (HA) ทั้งนี้ ที่วางไว้ในแบบเดิม ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเริ่มภายใน 50 วัน และประมาณวันที่ 12 ส.ค.นี้จะเริ่มเป็นรูปธรรม จากนั้นจะติดตามประเมินคุณภาพภายใน 3 เดือน
       
       รัฐมนตรี สธ.กล่าวเพิ่มเติมว่า เกณฑ์ชี้วัดจะมีข้อกำหนดแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.รพศ.รพท. รพ.สังกัดกรมการแพทย์ และกรมสุขภาพจิต ซึ่งจะต้องผ่านเกณฑ์ 18 ข้อ และมีสิ่งที่ควรทำหรือไม่ทำก็ได้อีก 6 ข้อ 2.รพ.ขนาดมากกว่า 60 เตียงมีเกณฑ์ประเมิน 60 ข้อ และมีสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำอีก 6 ข้อ รพ.ต่ำกว่า 60 เตียงมีเกณฑ์ประเมินชี้วัด 15 ข้อ สิ่งที่ควรทำและไมควรทำอีก 5 ข้อ ส่วน รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ต้องผ่านเกณฑ์ชี้วัด 11 ข้อ และมีสิ่งที่ควรทำหรือไม่ทำก็ได้อีก 5 ข้อ อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวนอกจากจะทำให้สถานพยาบาลสังกัด สธ.ทุกแห่งมีความทันสมัยในรูปแบบ 3 เอส แล้ว ก็จะช่วยให้ศักยภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยพอใจ และลดปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะการฟ้องร้องจากการรับบริการสาธารณสุขก็น่าจะลดลงด้วย
       
       “สำหรับเกณฑ์ชี้วัดของ 3 เอส ประกอบด้วย 1.Structure การปรับปรุงระบบโครงสร้าง บรรยากาศ ยกตัวอย่าง การปรับโฉมด้านกายภาพพื้นที่บริการผู้ป่วยนอกให้ดูทันสมัย จัดพื้นที่บริการด่านหน้า อย่างพื้นที่รอรับบริการห้องตรวจ ห้องน้ำ มุมพักผ่อน จัดให้มีมุมความรู้ด้านสุขภาพในรูปแบบต่างๆ จัดโซนพักผ่อนสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก หรือโซนกิจกรรมที่เหมาะสม เป็นต้น 2.Service ระบบบริการการแพทย์และการบริการทั่วไป ยกตัวอย่าง ลดเวลาการรอคอย ทั้งการรอพบแพทย์ การรอรับยา มีจุดบริการให้คำปรึกษา และแนะนำการปฏิบัติตัวก่อนกลับบ้าน ให้มีบริการ One stop service ในคลินิกโรคเฉพาะ เช่น ทันตกรรม เบาหวาน ข้อเสื่อม จัดบริการนัดทางอิเล็กทรอนิกส์ และ 3.System ระบบการบริหารจัดการ ยกตัวอย่าง ให้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนา รพ. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมโดยมีตัวแทนจากภาครัฐ เอกชน ผู้รับบริการ ฯลฯ ร่วมเป็นกรรมการ พร้อมทั้งต้องมีระบบประกันคุณภาพตามความเหมาะสม เช่น เอชเอ (HA) เป็นต้น

ความคิดเห็น

ที่  1  -อ่านดูแล้วก็ดีนะ ปรับโครงสร้าง บรรยากาศ ปรับเรื่องบริการ ปรับเรื่องระบบบริหารงาน แต่ว่า ถ้าไปดูรายละเอียดในหลาย รพ. เขาก็ทำกันอยู่แล้วนะ ระดับปฏิบัติการส่วนใหญ่ก็ทำกันหัวซุกหัวซุนนะ สำหรับผู้ป่วยแล้วนับว่าดี
--ทีนี้ขอมั่งนะ ขอสำหรับผู้ปฏิบัติงานนะ จะขอให้ผู้บริหารนับตั้งแต่ระดับรอง ผอ. ผอ. ขึ้นไปจนถึงในกระทรวง ผู้ปฏิบัติงานต้องการ 4M คือ 1. moral ขอให้ผู้บริหารมีคุณธรรมให้มากๆ อย่าเล่นพวกเล่นพ้องมากนัก ระเบียบ ข้อบังคับ ธรรมเนียมที่ดีก็ขอให้ยึดถือปฏิบัติอย่างจริงจัง อย่าเป็นลูบหน้าปะจมูก ยิ่งใกล้ฤดูโยกย้าย ยิ่งต้องขอให้มาก ผู้บริหารอย่าอยู่นานมากจนรากงอกสร้างอิทธิพล ประเภทแต่งตั้งคนของตนเองมารับตำแหน่งต่อ ก็อย่าทำ
2. man ขอกำลังคนทำงานให้มากกว่านี้ ทุกวันนี้ผู้ป่วยเยอะมาก คนทำงานยังเท่าเดิม 3. material ขอของใช้เพื่อมาทำงาน ขอยากเหลือเกิน 4. management ขอการบริหารจัดการที่เข้าท่าเข้าทาง ฟังเสียงผู้ปฏิบัติด้วย มิใช่นั่งบนหอคอย มีขุนพลอยพยัก ใส่ข้อมูลผิดๆถูกๆ

ที่  2   ปรับสิ่งอาภรณ์ แต่จิตใต้สำนึกต่ำเกิดมาตรฐานผู้บริหารคำนึงถึงมั้ย เอางบประมาณ มาชื้อน้ำบริการให้ประชาชนได้ดื่มได้กินตาม รพ ศูนย์น้ำขาดแคลนมากเป็นปัญหาพื่นฐานที่พวกบริหารที่ความรู้สูงมองข้าม พวกบริหารใช้สมองแก้ปัญหาพื้นฐานให้ได้ผลหน่อย.พวกคุณไม่รู้มองไม่เห็นปัญหาไม่ได้จริงประชาชนชาวบ้านเขาไม่กล้าที่บอกปัญหาของตัวเองกลัว จนท.โกธรจะให้บริการไม่ดี หรือไม่ให้บรการเลย. แก้ปัญหาใกล้ตัวเองได้ผลสำเร็จปัญหาอื่นก็แก้ได้

ที่ 3  หยุดเสียที การมุ่งที่จะพัฒนาระบบ (กระพี้) ขอให้ Focus ไปที่คนเป็นหลักครับ สีเสื้อใหม่ไม่ใช่การการันตีว่าคุณภาพการบริการที่ประชาชนได้รับจะดีขึ้น (Meet Patient Need) ไปแก้ไขที่แนวคิด (Paradigm) เสียก่อน ทำอย่างไรจะให้คนทำงานมีความสุข มีคุณภาพ งานสาธารณสุขโดยเฉพาะหมอมีความเสี่ยงสูงมาก งานหนักมาก ไปแก้ตรงนั้นซิครับ แก้ที่คนไงละ ค่าตอบแทนเหมาะสมไหม Turn-over rate จะได้ลดลง ออกจาก กพ. ให้เร็วที่สุด ลดอำนาจนักการเมืองและข้าราชการ (ผู้บริหาร) ลง แล้วให้คณะกรรมการชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากๆ จะแก้ปัญหาความไม่เข้าใจ ฟ้องร้องลงได้อย่างมากครับ มันดีที่ไหน หมอกับผู้ป่วยมานั่งตั้งแง่ใส่กัน คนหนึ่งทำตามหน้าที่ คนหนึ่งไปพึ่งเขา ไม่อยากให้เขาทำด้วยใจหรือครับ?

สิ่งที่ประชาชนสะท้อนขึ้นมา บางอย่างเราก็รู้ พยายามทำ แต่บางเรื่องก็เหนือความคาดหมายของเรา