ความจริงคือสิ่งที่รับรู้และเชื่อว่าจริง

การวิจัย หมายถึง กระบวนการค้นหาความรู้ความจริง ด้วยวิธีการที่เป็นระบบน่าเชื่อถือ ในความหมายนี้มีสาระสำคัญอยู่ 2 ส่วน คือ ความรู้ความจริง และวิธีการ(ที่ใช้ค้นหาความรู้ความจริง)

            ความรู้กับความจริงเป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่อย่างไร ความรู้ คือ สิ่งที่เรารู้หรือถูกรู้ แต่สิ่งที่รู้อาจเป็นความจริงหรือไม่ก็ได้ เช่น รู้ว่าในแก้วนี้คือน้ำไม่ใช่ไวน์ เมื่อเห็นน้ำใสๆไม่มีสีไม่มีกลิ่น ก็รู้ว่าเป็นน้ำสะอาดบริสุทธิ์ แต่จริงๆอาจมีเชื้อโรคหรือจุลินทรีย์อยู่มากมายที่ตามองไม่เห็น ถ้ามีแต่ตาเปล่า ความรู้ คือ น้ำ ถ้ามีกล้องจุลทรรศน์ธรรมดา ความรู้ คือน้ำปนด้วยเชื้อจุลินทรีย์ ถ้ามีกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนที่สามารถเห็นรูปทรงของจุลินทรีย์ ความรู้ คือน้ำปนด้วยจุลินทรีย์ชนิดนั้นๆ จะเห็นว่าสิ่งที่ถูกรู้คือความรู้ แต่ความรู้เป็นเพียงความจริงระดับหนึ่ง ถ้ามีเครื่องมือหรือวิธีเข้าถึงความจริงที่ดีกว่า ความรู้ก็จะเปลี่ยนไป ดังนั้น ความรู้อาจจะเป็นสิ่งเดียวกับความจริงก็ได้ ถ้าผู้ค้นพบความจริงมีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะค้นหาความรู้ที่ดีพอ และผู้ค้นหาหาความรู้มีศักยภาพที่จะใช้เครื่องไม้เครื่องมือเหล่านั้นได้

            ความจริงคืออะไร เป็นคำถามเชิงปรัชญาสาขาอภิปรัชญา (Metaphysics) ที่ไม่มีคำตอยเป็นหนึ่งเดียว เพราะมีความเห็นหรือความเชื่อแตกต่างกัน 3 กลุ่ม กล่าวคือ กลุ่มแรก เชื่อว่า ความจริงของสิ่งใดๆต้องมีความเป็นหนึ่งเดียวจัดเป็นกลุ่มเอกนิยม (Monism) ซึ่งกลุ่มนี้ก็ยังแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายจิตนิยม (Idealism) กับฝ่ายสสารนิยม (Materialism) กลุ่มเอกนิยมฝ่ายจิตนิยม เชื่อว่าความจริงคือสิ่งที่รับรู้ด้วยจิตมีรูปลักษณ์ตามที่จิตคิด มีตัวตนที่ไม่แน่นอน แต่ฝ่ายสสารนิยมเชื่อว่าความจริงคือสิ่งที่เห็นเป็นกายภาพ มีตัวตน เช่น แก้วของฝ่ายสสารนิยมคือภาชนะทรงกระบอกหรือทรงสูงที่บรรจุของเหลวได้ทำจากทรายมีความเปราะบาง แต่ฝ่ายจิตนิยมจะจินตนาการแก้วเป็นเพียงภาชนะที่มีรูปทรงไว้ใส่ของเหลวดื่ม แก้วของฝ่ายจิตนิยมอาจเป็น “แบบ” แก้วหลายๆใบที่มีความสูงไม่เท่ากัน รูปทรงต่างกัน แก้วไวน์ แก้วพลาสติก ก็จินตนาการเป็นแก้วหมด         พวกจิตนิยม มองมนุษย์ที่จิตใจของมนุษย์  ในขณะที่มนุษย์ของพวกสสารนิยม คือ ร่างการของมนุษย์ กลุ่มที่สอง เชื่อว่า ความจริงต้องมี 2 ส่วนประกอบกัน เป็นพวกทวินิยม (Dualism) กลุ่มนี้เมื่อมองสรรพสิ่งใดๆจะพิจารณาทั้งจิตและกายภาพ เช่น แก้ว จะมองทั้ง “ความเป็นแก้ว” (จิต) และรูปทรงของแก้ว ถ้ามองมนุษย์ก็จะศึกษาส่วนที่เป็นร่างกายและส่วนที่เป็นจิตใจคู่กันไป กลุ่มที่สามเชื่อว่าความจริงประกอบด้วยหลายส่วน หรือหลายมิติ หรือเรียกว่า พหุนิยม (Pluralism) เช่น แก้วจะพิจารณาทั้งความเป็นแก้ว รูปทรง ความจุ วัสดุที่ใช้ทำแก้ว บทบาทหน้าที่ ความแข็ง (ความทนต่อการกระทบกระแทก) เป็นต้น  ถ้าป็นมนุษย์จะมองหลายแง่มุมเช่น ความดี ความงาม ความเก่ง ลักษณะกายภาพ เป็นต้น