knowledge management

    KM ไม่ใช่ของใหม่ครับ   มีมานานแล้ว   แต่ว่าขอนำมาเล่าใหม่   เพราะที่ผ่านมา  ผมยังติดใจอยู่ครับ


      หลายๆ คน ชอบอ้าง KM กันมากครับ  เมื่อก่อนผมก็เฉยๆ  เพราะไม่รู้ว่า KM นั้น คือ อะไร  (ยังดีนะครับ   ที่ผู้ใหญ่ลีไม่ลุกขึ้นมาตอบทันใด)


      จากประสบการณ์ของผมที่ผ่านมา   ผมว่า  KM ที่แท้จริง  คือ คำตอบที่ได้จากการพูดโดยมีผู้ฟังที่ลดอัตตา   ครับ


      หัวใจ อยู่ที่  "ผู้ฟังที่ลดอัตตา"


    ดังนั้น  ถ้าที่ไหนมีผู้ฟังที่ลดอัตตา   ผมว่าที่นั่นมีกระบวนการ KM ครับ


    ขออนุญาตยกตัวอย่างในวงการศึกษา


       คุณครูที่สามารถลดอัตตา  มาฟังเด็กๆพูด   อย่างตั้งใจ  ตั้งแต่ต้นจนจบ   โดยไม่มีอคติ  ไม่ตัดสิน   และ  ยอมรับฟังทุกคำพูดอย่างเข้าใจ


        จะพบความมหัศจรรย์ของกระบวนการ KM ที่ได้จากตัวเด็กครับ  เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงครับ ไม่ใช่พูดขึ้นมาลอยๆ


        ด้่านผู้บริหารโรงเรียน


        ผู้บริหารโรงเรียนที่สามารถลดอัตตา  มาฟังคุณครูทุกคนพูด  อย่างตั้งใจ  ตั้งแต่ต้นจนจบ  โดยไม่มีอคติ  ไม่ตัดสิน  และ ยอมรับฟังทุกคำพูดอย่างเข้าใจ


       ก็จะพบกระบวนการ KM ที่มาจากคุณครูผู้สอนครับ


       ด้านศึกษานิเทศก์


      ศึกษานิเทศก์ที่สามารถลดอัตตา  มาฟังคุณครูและผู้บริหารโรงเรียนพูด อย่างคั้งใจ ตั้งแต่ต้นจนจบ   โดยไม่มีอคติ ไม่ตัดสิน   และ ยอมรับฟังทุกคำพูดอย่างตั้งใจ


      ผมว่า ศึกษานิเทศก์  ก็น่าจะได้กระบวนการ KM จากโรงเรียนครับ


      ครับ ผมว่ากระบวนการ  KM  เป็นวัฒนธรรมของการเรียนรู้แบบ Buttom up  ครับ  จึงจะถือว่าเป็น KM ในมุมมองของผม  เพราะเป็น KM เชิงเนื้อหา KM เชิงปัญญา  เป็น KM มนุษย์นิยม   เป็น KM   ที่ได้  tacit knowledge


     KM ที่พูดๆกัน  บางทีก็เป็น KM แบบ Top down ครับ เป็น KM เชิง อำนาจ  KM เชิงรูปแบบ  KM อำนาจนิยม ที่มีให้เห็นอยู่แพร่หลาย   เป็น KM ที่ได้  Explicit knowledge


     สำหรับผม  ผมชอบ KM แบบ buttom up หรือKM ที่ได้ tacit knowledge ครับ