“ ทางเดินชีวิต  วิถีที่เราเลือกได้  ”  ตอนที่  2

                วิธีที่จะทำให้เรามองเห็นคุณค่าของการให้กำเนิดชีวิตของตนเองทั้งในอดีตและปัจจุบัน  เพื่อเชื่อมโยงไปสู่อนาคตให้เกิดเป็นความงดงามได้ก็คือ  “ การมองให้เห็นคุณค่าของชีวิตที่ได้มาอย่างเป็นสุขทุกขณะ ”

                บางคนอาจมีคำถามว่า  แล้วจะสร้างสุขในการให้กำเนิดชีวิตของตัวเองได้อย่างไร?  เหตุเพราะเมื่อได้ชีวิตมาและต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆที่เข้ามากระทบ  เรามักมีใจเอนเอียงไปในทิศทางที่ทำให้ชีวิตติดลบเป็นส่วนมาก  เราจึงไม่สามารถมองเห็นความงามที่ปรากฏอยู่ในชีวิตของตน  ทั้งที่คุณค่าของชีวิตนั้น  ไม่ใช่อยู่ที่เราได้อะไรมาเพิ่มมากขึ้นทางวัตถุแต่อย่างใด  แต่อยู่ที่ว่า  “ ชีวิตที่ได้มานั้น  เราได้เรียนรู้ทุกเรื่องด้วยความเข้าใจหรือไม่ต่างหาก ”

                เพราะในสิทธิ์ของการเลือก  เราสามารถที่จะเลือกมองทุกการเคลื่อนไหวของชีวิตได้ทั้งในมุมที่ร้าย  แล้วปรับให้เป็นเรื่องที่ดีได้  และทำเรื่องดีๆให้มีคุณค่ามากขึ้นกว่าเดิม  ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะสร้างมุมมองใดให้เข้ามาแนบชิดในชีวิตจิตใจของเรา

                หากมองชีวิตด้วยมุมมองที่เป็นสุข  มีใจที่พร้อมจะเมตตาต่อทุกปัญหาที่เกิดขึ้น  แล้วรู้จักให้อภัยในความบกพร่องที่ผ่านมาของตัวเอง  พร้อมกับรู้จักแก้ไขอย่างผู้มีใจยอมรับ  เราย่อมมองเห็นสิ่งที่เป็นปัญหา  แล้วพัฒนาให้เกิดเป็นปัญญาได้ในทุกกรณี

                ความสุขที่เราได้มาจากการให้กำเนิดชีวิตของตัวเองก็จะเริ่มแบ่งฝ่ายในการจัดสรรสิ่งต่างๆ อย่างที่มันควรจะเป็น  ทั้งจากการย้อนไปยังอดีตที่ผ่านมา  ที่ทำให้เรามองเห็นคุณค่าของชีวิตที่กว่าจะได้มาว่ามีความลำบากเพียงใด  ทำให้เรารู้จักที่จะหวงแหนชีวิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน  และชีวิตที่เหลืออยู่ซึ่งเราเข้าใจว่ามันคืออนาคตด้วยความรู้สึกขอบคุณและใส่ใจที่จะดูแลรักษาให้ดีขึ้นกว่าเดิม

                ถือว่าเป็นการสร้างใจที่เคยคับแคบให้ขยายพื้นที่ให้กว้างมากขึ้น  และพร้อมที่จะยิ้มรับสิ่งที่ผุดขึ้นมาจากอดีต  เพื่อก้าวไปสู่ปัจจุบันที่มีความหมาย  ตลอดทั้งพร้อมที่จะสานต่อปัจจุบันที่มีอยู่  ให้ก้าวไปสู่อนาคตของความสุขที่วาดหวังไว้ได้อย่างไม่ยากเย็น

                ดังนั้น  เราจงเรียนรู้ที่จะสร้างความสุขในการทำหน้าที่ให้กำเนิดชีวิตของตัวเองให้ได้  ด้วยการรู้จักมองทุกอย่างด้วยจิตที่มีเมตตา  และมีสติปัญญาคอยนำทาง  เพื่อให้ชีวิตที่เราได้มาและที่เหลืออยู่นี้  ได้ก้าวไปสู่วิถีแห่งความสุขที่แท้จริงตลอดไป

                เป็นวิถีชีวิตที่เราสามารถเลือกได้ว่า  จะให้ตัวเองเดินไปสู่ทิศทางใด  โดยมีเหตุผลอยู่ที่ว่าเรามองเห็นคุณค่าของตัวเอง  หรือเห็นแค่ว่าตัวเองเป็นเพียงเศษเสี้ยวของชีวิตที่ไม่ควรแยแส

                ทางเดินชีวิตที่เราแต่ละคนต้องเดินนั้น  ชื่อว่าเป็นวิถีที่เราสามารถเลือกได้ด้วยตัวของเราเอง  และเป็นวิถีที่แสดงถึงการตัดสินใจที่ถูกห่อหุ้มด้วยความรักที่มาจากใจของเราอยู่ในที  และแสดงถึงความเขลาของใจเรา  หากวิถีทางนั้นเราเลือกโดยการใช้เพียงความรู้สึกและอารมณ์เป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจ

“ ชีวิตจะดีหรือร้าย  ขึ้นอยู่ที่เราเป็นผู้กำหนดเส้นทางที่จะให้ตัวเองก้าวเดินไปอย่างไร”