จากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้เป็นแบบไหน.......ก็แน่นอนว่าคุณคงจะตอบว่าได้มาจากร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคุณเองคิดว่าโปรแกรมที่ลงนั้นมันเป็นโปรแกรมที่ถูกกฏหมาย แต่ท่านหารู้ไหมว่าแท้จริงมันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง แล้วท่านคิดว่าใครเป็นคนผิด
ประสบการณ์การทำงานของผมที่เคยทำเช่นนี้ ผมเปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์มาแล้วซึ่งแน่นอนเป็นธุรกิจที่ทำรายได้อย่างมหาศาล ทำไปได้ในระยะนานก็มีเงินทองพอสมควร ตอนแรกๆก็มีความสุขกับธุรกิจซ่อมคอมมากๆ ต่อมาผมก็ได้เรียนต่อระดับปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ เรียนไปถึงเทอมสุดท้ายทางมหาลัยก็ให้ผมทำโครงงานส่งคนละ 1 เรื่อง ผมก็เป็คนหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ก็ได้ตัดสินใจเลือกทำโครงงานประเภทพัฒนาโปรแกรม ซึ่งผมก็ได้เขียนโปรแกรม ระบบบริหารจัดการร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ขึ้น ซึ่งใช้เวลาในการเขียนนานพอสมควรกว่าที่จะผ่านมาได้ ทำให้ผมกลับคิดตรงกันข้ามกับตอนแรกๆที่ผมเปิดร้านซ่อมคอม ผมได้รู้ว่าโปรแกรมแต่ละตัวกว่าจะสมบูรณ์ได้ต้องใช้ทั้งทักษะ ความรู้ ความอดทด เป็นอะไรๆที่มันยากมากๆ ก็เกิดสำนึกผิดและคิดเสมอมาว่า "เรานี่น่ะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมากๆ เอาสิทธิทางปัญญาผู้อื่นมาใช้หากินอยู่ได้ ไม่คิดที่จะทำอะไรให้มันถูกต้องบ้างเหรอ" คิดเท่าไหรๆ ก็ไม่มีความสุขกับเงินที่หามาได้เลย
จากการที่ไม่มีความสุขนี้ ผมก็ได้มีแนวคิดใหม่เกิดขึ้น คือผมเลิกการเอาเปรียบคนอื่นโดยได้บริหารร้านซ่อมคอมใหม่หันมาใช้โปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ทั้งหมด "ซึ่งเป็นเรื่องที่ละอายใจมากๆ อย่าคิดว่าคนอื่นเขาไม่รู้ ใช่คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่ตัวเราซิรู้อยู่ว่าทำอะไร ละอายใจตัวเองบ้าง" และผมก็ทำได้ประสบความสำเร็จ
ตั้งแต่นั้นมาก็ทำให้ผมภูมิใจเพราะเป็นอะไรๆที่ทำแล้วไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผมตอนนี้ตรงข้ามกับเมื่อก่อนมากๆ มีความสุขกับการงาน เพราะเราไม่ได้ไปเอาเปรียบใครทำอะไรๆ ด้วยนำแรงเราทั้งนั้นหรือถ้าใช้น้ำแรงคนอื่นก็ทำได้อย่างไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ผมเชื่อว่าสักวันถ้าเราเป็นใหญ่ได้ผมก็ภูมิใจมากๆ เพราะว่าเป็นอาชีพที่เราสร้างขึ้นเองด้วยสักศรีของเราแท้ๆ
สุดท้ายรายได้อาจจะลดน้อยลงบ้างด้วยต้นทุนที่สูงแต่ก็พูดได้เต็มปากว่า "ไม่เคยเอาเปรียบ เบียดเบียนใคร ยืนได้ด้วยลำแข้งของเราเอง" ไม่ว่าอาชีพอะไรถ้าทำแบบโกงๆต่อให้มีเงินทองมากมายก็ใช่ว่าจะมีความสุข สู้อาชีพที่พอเพียงทำด้วยความถูกต้องแล้วมีความสุขไม่ได้อย่างแน่นอน "ตายไปแล้วไม่ใช่ว่าจะเอามันไปได้ สุดท้ายก็ไปตัวเปล่าเสื้อผ้าหรือแม้กระทั่งร่างกายก็ยังไม่มี มีแค่ดวงวิญญาณเท่านั้น"
บันทึกแรกของผมครับถ้าหากผมใช้คำพูดบางคำไม่ดีก็ขออภัยด้วยครับ
ตามมาให้กำลังใจครับ
นั่นคือการเรียนรู้ เรียนจากของจริงประสบการณ์ตรง มันจะเป็นความรู้สึก ความสำนึกที่ติดแน่น ยิ่งกว่าการอ่านการท่องใดๆทั้งสิ้น
ขอบคุณที่นำเสนอเรื่องดีๆมาแบ่งปันในสังคมแห่งการเรียนรู้แห่งนี้ครับ
และเขียนจากใจ...
ส่วนตนมากกว่าจิตสำนึกที่ถูกต้อง
ไม่แน่ใจว่าตั้งรึเปล่านะคะ ที่เขียน 'ศักดิ์ศรี' เป็น 'สักศรี' จากท่อนที่ว่า "เพราะว่าเป็นอาชีพที่เราสร้างขึ้นเองด้วยสักศรีของเราแท้ๆ"
และ ตกไม้โทในคำว่าน้ำ ในท่อนที่ว่า "ด้วยนำแรงเราทั้งนั้นหรือถ้าใช้น้ำแรงคนอื่นก็ทำได้อย่างไม่เอารัดเอาเปรียบกัน"
--------------------------------------------------------------------------
เพราะเรื่องนี้ดีค่ะ เลยอยากให้สมบูรณ์แบบ :)
เยี่ยมมากคะน้องเจต บ้านเราร้านคอมส่วนมากไม่ค่อยจะคิดถึงตรงนี้ อย่างซีดี ดีวีดี เถื่อน ก็มีขายกันเกลื่อนเมือง กฎหมายก็บอกว่าผิด แต่งง? เห็นขายกันตลอดมีกันทุกตลาด ที่บ้านพี่ตั้งใจเลยว่าไม่ซื้อกัน ถ้าไม่มีตังค์ซื้อของลิขสิทธิ์ ก็สมัครร้านเช่าไปเลยดีกว่า ว่าแต่....รับบริการนอกสถานที่บ้างมั้ย ถ้าว่างจะให้ช่วยมาเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ให้หน่อย.....งานเข้าซะ....
สวัสดีค่ะยอดเยี่ยมมากๆกับความคิดแบบนี้ เพราะคนส่วนใหญ่จะไม่คิดกันจึงเกิดการเห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบกันมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน ยังไงก็ยังมีคนที่คิดได้อยู่ ดีใจจริงๆ
คนเรามักเอาเปรียบโดยทุกเรื่อง แผ่นซีดีเพลงของแท้แผ่นไม่กี่ร้อยยังเอามาทําเป็นแผ่นผี
นับอะไรจากแผ่นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จําเป็นทุกคน
ผมให้กําลังใจพี่น่ะครับ พี่เก่งมากๆๆครับ
สวัสดีค่ะ คุณพนมกร ทองสอน
ในสมัยนี้คนส่วนมากชอบของที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แต่หารู้ไหมว่ามันผิดกฎหมาย ดังนั้นเราจึงหันมาใช้ของที่ถูกกฎหมายเพราะว่ามันก็ไม่แพงเท่าที่ควร