Basic Grammar
ฺ
ที่มาของภาพ http://www.worldvision.or.th/special%20events/minibox/news1.jpg
What is a noun? |
![]()
| Definition | |
|
A noun is a member of a syntactic class |
|
|
|
| Discussion | |
|
Nouns embody one of the most time-stable concepts in a language. As with verbs, however, this time-stability criterion defines only the prototypical nouns. Other, non-prototypical nouns must be identified by distributional similarities to prototypical nouns. |
|
| Examples (English) | |
|
|
|
These nouns are prototypical nouns in English because they are perceived as concrete, physical, compact entities which do not change significantly over time. |
|
|
The following nouns are less prototypical because they represent concepts or items that are not perceived as staying the same for a long period of time, or are not concrete: |
|
|
|
ที่มาของเนื้อหา http://www.sil.org/linguistics/GlossaryOfLinguisticTerms/WhatIsANoun.htm
คำนาม คือ อะไร ?
ก่อนอื่นลองหลับตาสักสองสามวินาที แล้วลืมตาขึ้น…………..หลังจากนั้นลองมองไปรอบ ๆ ตัวดูซิ
เห็นอะไรบ้างเอ่ย ?? สิ่งที่เราเห็น และจับต้องได้ทั้งหมดนั่นแหละคือคำนามครับ เช่น
cat แค็ท แมว
car คา รถยนต์
boy บอย เด็กชาย
school สกูล โรงเรียน
สรุปแล้ว คำนามคือ คำที่ใช้แทนคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ ครับ
คำนามของภาษาไทยและภาษาอังกฤษต่างกันตรงไหน ?
นี่แหละคือประเด็นสำคัญที่สร้างความปวดหัวให้กับคนไทย เพราะว่าคำนามในภาษาไทยนั้น นามที่เป็นเอกพจน์และพหูพจน์ เป็นตัวเดียวกัน เช่น เป็ดหนึ่งตัว เป็ดสิบตัว ในขณะที่ภาษาอังกฤษนั้นบางคำก็ไม่เปลี่ยน บางคำเติม s บางคำเติม es บางคำตัด y ออกแล้วเติม ies และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเราจะได้เรียนรู้กันอย่างแจ่มแจ้งเลยครับ
เดี๋ยวก่อน เอกพจน์และพหูพจน์คืออะไร ?
พจน์ แปลว่าคำพูด หรือถ้อยคำ
เอก แปลว่า หนึ่ง
พหู แปลว่า หลาย
ในทางไวยากรณ์นั้น เอกพจน์หมายถึง จำนวนเพียงจำนวนเดียว หรือพูดสั้น ๆ ก็คือ ตัวเดียว อันเดียวนั้นแหละ ส่วนพหูพจน์ก็ตรงกันข้ามกัน คือจำนวนมาก หรือหลายตัว หลายอันนั่นเอง
ดังนั้น คำนามเอกพจน์ หมายถึงคำนามที่มีเพียงจำนวนเดียว (อันเดียว) คำนามพหูพจน์ คือคำนามที่มีหลายจำนวน (หลายอัน)
คำนามเอกพจน์และพหูพจน์ต่างกันอย่างไร
คำนามเอกพจน์และพหูพจน์ ในภาษาอังกฤษค่อนข้างสร้างความสับสน ให้กับนักเรียนไทยค่อนข้างมาก เพราะคำนามบางคำเติม s บางคำ เติม es หรือบางคำก็คงรูปไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องศึกษาในระดับสูง ๆ ต่อไป
สำหรับคำนามใน Level 1 นี้ ขอให้นักเรียนได้เรียนรู้คำนามเอกพจน์ และพหูพจน์ในระดับง่าย ๆ ก่อนนะครับ
คำนามเอกพจน์คือ คำนามที่ไม่มีการเติม S
ส่วนคำนามพหูพจน์ คือคำนามที่มี S ต่อท้ายครับ
มาดูตัวอย่างคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์กันครับ
| เอกพจน์ | พหูพจน์ | คำอ่าน | ความหมาย |
| sister
boy teacher cat dog bird egg pen house school market bank |
sisters
boys teacher cats dogs birds eggs pens houses schools markets banks |
ซิสเตอะ
บอย ทีชเชอะ แค็ท ดอก เบิด เอก เพ็น เฮาส สกูล ม๊าคิท แบ็งค |
พี่สาว
เด็กชาย ครู แมว สุนัข นก ไข่ ปากกา บ้าน โรงเรียน ตลาด ธนาคาร |
ความหมายของคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์ต่างกันหรือเปล่า
ต่างกันครับ เวลาที่นักเรียนแปลเป็นไทยให้แปลดังนี้ครับ
cat ให้แปลว่า แมว เช่น a cat แมว หนึ่งตัว (การใช้ a/ an จะได้เรียนบทถัดไป) my cat แมวของฉัน เป็นต้น
ส่วน cats ให้แปลว่า แมวหลายตัว แต่ถ้ามีคำบ่งบอกจำนวนอยู่ด้วย คำว่าหลายตัวไม่ต้องแปลก็ได้ครับ เช่น ten cats แมวสิบตัว many cat แมวหลายตัว (คำว่า many แปลว่า หลายอยู่แล้ว )
ส่วนคำอื่น ๆ ก็ทำนองเดียวกันครับ
ตัวอย่างประโยคคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์
A boy is swimming.
อะ บอย ยิส สวิมมิง (เด็กชายคนหนึ่งกำลังว่ายน้ำ)
Boys are swimming.
บอยส ซา สวิมมิง (เด็กชายหลายคนกำลังว่ายน้ำ)
I have one cat.
อาย แฮฝ วัน แค็ท (ฉันมีแมวหนึ่งตัว)
You have five cats.
ยู แฮฝ ไฟฝ แค็ทส (คุณมีแมวห้าตัว)
My house is small.
มาย เฮาส ซิส สมอล (บ้านของฉันหลังเล็ก)
There are ten houses in town.
แด รา เท็น เฮาสิซ ซิน ทาวน (มีบ้านสิบหลังในเมือง)
สังเกตเห็นความแตกต่างระหว่างคำนามของภาษาไทย กับภาษาอังกฤษหรือยังเอ่ย
คำนามในภาษาไทยไม่มีการเปลี่ยนรูปแต่อย่างใด ในขณะที่คำนามในภาษาอังกฤษนั้น แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด คำนามเอกพจน์และพหูพจน์ ยังไม่จบนะครับ กรุณาศึกษาหัวข้อถัดไปครับ
ที่มาของเนื้อหาภาษาไทย http://oporjang.com