ตั้งแต่ได้ข่าวว่าจะมีการจัดประชุมสังคมสงเคราะห์โลกครั้งที่1โดยใช้ชื่อว่า 2010 Joint world Conference on Social Work and Social Development : The Agendaที่ฮ่องกงไม่ไกลจากบ้านเราพอเก็บเงินไปได้แถมปีนี้คณะมีงบประมาณสนับสนุนให้คณาจารย์ได้พัฒนาตนเองมากขึ้น เราก็ไม่ต้องจ่ายเองมากนักมีหรือจะไม่เข้าร่วมโอกาสที่จะได้พบได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักสังคมสงเคราะห์ทั่วโลก

     ตามโปรแกรมมี theme ใหญ่ๆอยู่ 3 ประเด็นคือ1. Life Course Challenges and Actualization 2. Equity and Social Inclusion3. Sustainable Environment.ซึ่งtheme ดังกล่าวยังแยกย่อยเป็นหัวข้อตามกลุ่มเป้าหมายและประเภทของงานสังคมสงเคราะห์อีกกว่า20หัวข้อ แต่ที่แปลกใจมากก็คงเป็นเรื่องหัวข้อความหมายของงานสังคมสงเคราะห์ อ้าวงานสังคมสงเคราะห์วิชาชีพมีมาเกือบร้อยปีเรายังต้องมาคุยกันเรื่องความหมายอยู่อีกหรือ นึกว่ามีแต่เมืองไทยที่เราเองก็ต้องกลับมาหาความหมายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมเพราะเรากำลังเสนอขอใบประกอบวิชาชีพโรคศิลปะให้แก่นักสังคมสงเคราะห์คลินิก ยังงี้ต้องไปหาคำตอบ

      จากจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 2000 กว่าคน จาก 113 ประเทศเลือกเข้าประชุมว่าด้วยความหมายสังคมสงเคราะห์ 200 กว่าคนโดยมี ผู้แทนจาก IASSW  และ IFSW เป็นผู้ดำเนิการจัดกระบวนการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยน ขั้นแรกวิทยากรให้เราแต่ละคนเขียนความหมายของงานสังคมสงเคราะห์แล้ววิทยากรก็สุ่มถามแต่ละคน ปรากฏว่าเราให้ความหมายที่แตกต่างกันตามงานที่แต่ละคนทำอยู่ นี่แหละเป็นประเด็นที่ทำให้ต้องจัดให้มีการประชุมเรื่องความหมายเพราะเรานักสังคมสงเคราะห์เหมือนกันแต่ก็ให้ความหมายแตกต่างกันแม้ว่าจะมีแกนหลักๆคล้ายกันแต่เราก็เห็นความแตกต่างที่มีอยู่ แล้วคนอื่นเขาจะเข้าใจหรือไม่ว่าสังคมสงเคราะห์คืออะไร เราจึงต้องมาหาความหมายที่อธิบายตัวตนของวิชาชีพเราให้ชัดเจนและเป็นสากล( ตรงนี้ก็เป็นประเด็นว่าจะเป็นสากลหรือพื้นถิ่นดี )

     วิทยากรได้ยกความหมายสังคมสงเคราะห์ระหว่างประเทศที่ได้มีการประชุมของนักวิชาการและผู้ปฎิบัติงานที่กรุงโคเปนเฮเกนเมื่อปี 2001 และได้มีมติตกลงว่าจะใช้ความหมายนี้ร่วมกันคือ

วิชาชีพสังคมสงเคราะห์” ส่งเสริมสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การแก้ปัญหาความสัมพันธ์ของมนุษย์ เสริมพลังและส่งเสริมเสรีภาพของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยใช้ทฤษฎีที่เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์และระบบทางสังคม งานสังคมสงเคราะห์ต้องเข้าแทรกแซงช่วยเหลือในจุดที่คนมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมของเขา  สิทธิมนุษยชนและความเป็นธรรมทางสังคมเป็นหลักการพื้นฐานในงานสังคมสงเคราะห์

      วิทยากรให้เราแบ่งกลุ่มย่อยๆ4-5คนแล้วให้แต่ละกลุ่มพูดคุยเพื่อหาคำตอบให้กับคำถามที่ว่าเรารู้และเคยได้ยินเรื่องความหมายนี้หรือไม่ ใครมีส่วนร่วมได้จัดทำบ้างและท่านคิดว่าความหมายนี้เหมาะสมหรือไม่อย่างไร อยากจะเปลี่ยนแปลง หรือมีส่วนร่วมในกระบวนการให้คำจำกัดความสังคมสงเคราะห์ต่อไปหรือไม่ 

      ส่วนใหญ่ของที่ประชุมไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดความหมายแต่พอทราบข่าวบ้าง ส่วนที่ว่าความหมายอันนี้เหมาะสมหรือไม่แต่ละกลุ่มก็มีความคิดเห็นว่าความหมายเขียนเชิงนามธรรมมากเกินไปอยากให้เขียนเป็นรูปธรรมสะท้อนการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ และมีประเด็นแนวคิดอีกหลายอย่างที่ยังไม่ถูกหยิบยกขึ้นมา การพูดคุยในกลุ่มย่อยทำให้คอเดียวกันคุยกันอย่างสนุกสนานบางกลุ่มเลยไปถึงเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกินจนกระทั่งวิทยากรให้นำเสนอทีละกลุ่ม พบกับความหลากหลายมากมายเราจึงเห็นพ้องกันว่าคงหาข้อสรุปไม่ได้ภายในห้องประชุมนี้ วิทยากรจึงฝากการบ้านให้แต่ละประเทศ หรือแต่ละภูมิภาคนำเอาประเด็นนี้ไปพูดคุยกันต่อแล้วทำเป็นเครือข่ายติดต่อแลกความคิดเห็นเปลี่ยน การบ้านนี้ร่างแรกส่งให้ประมาณเดือนตุลาคม แล้วก็จะมีการประชุมแลกเปลี่ยนในระดับโลกกันอีก

       เราคงได้มีโอกาสพูดคุยประเด็นความหมายกันในเมืองไทยเร็วๆนี้นะค่ะ

      

 

ผู้เข้าร่วมประชุมในห้องรวมใหญ่ที่จุได้หลายพันคน

 

      ห้องประชุมสะดวกสบายที่เห็นห้องเล็กไกลๆเป็นห้องสำหรับล่ามแปลภาษาทันทีทันใจ

การประชุมกลุ่มย่อยใกล้เคียงกันก็หันหน้ามาจับกลุ่มกัน

ก๊วนนี้ชาวเอเชียด้วยกัน