บันทึกจากภาคสนาม : จิปาถะรายทางเดินภาคสนาม
" ภาคสนามคือห้องทดลองของวิทยาศาสตร์สังคม " เป็นคำ ที่ย้ำหนักแน่นและบ่อยครั้งจาก ดร.วิบูลย์ อาจารย์ผู้ประสิทธิ์วิชาให้ว่าการลงภาคสนามคือหัวใจที่สำคัญของการทำงาน เกี่ยวกับยาชุมชน ข้อมูลต่างๆจะไม่เกิดขึ้นเลยหากไม่ได้ลงภาคสนามเพื่อเข้าถึงปัญหา และรับรู้สภาพของการใช้ยาในชุมชน
หลายครั้งเราจะพบการปฏิเสธที่จะลงภาคสนามของเภสัชกรทั้งในเขตเมืองและเขตโรง พยาบาลชุมชนด้วยเหตุผลของการจัดลำดับความสำคัญของงานว่าอยุ่ในโรงพยาบาลต้อง มาเป้นอันดับ 1 แน่นอนว่าเป้นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า " อาณาจักรของเภสัชกร อยู่หลังเคาท์เตอร์จ่ายยา " แต่หลายครั้งที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนเพื่อนฝุง รุ่นพี่ น้องในโรงพยาบาลต่างๆกลับพบว่าตัวเภสัชกรกลับอยู่ในสต๊อคยา กลับอยู่ที่โต๊ะทำงาน กลับอยู่ห้องประชุม ในขณะที่หลังเคาท์เตอรืจ่ายยาคือ เภสัชกรจบใหม่ เจ้าพนักงานเภสัชกรรม จนท.ในห้องยา แม้เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อราว 10 กว่าปี ที่ผ่านมาแต่ทุกวันนี้สภาพไม่แตกต่างกันแม้ กพร.จะกำหนดมาตรฐานอย่างใดมาก็ตาม
วันนี้เภสัชกรในโรงพยาบาลถูกจัดการให้ลงสู่พื้นที่ในจำนวนที่มากกว่าในอดีต หลายงานกำลังถูกพัฒนาและสร้างศักยภาพแต่งานปฐมภูมิกลับพบว่าถูกปฏิเสธจากหัว หน้าฝ่าย หัวหน้ากลุ่มงาน ด้วยเหตุผลที่ยังไม่เห้นความสำคัญและไม่เห้นความจำเป้นในงานเภสัชกรรมปฐม ภูมิ และแม้กระทั่งเภสัชกรที่ต้องลงภาคสนามด้วยภาระหน้าที่เองก็ตาม ก็ยังไม่รู้ว่าตนเองจะเข้าภาคสนาม ลงชุมชนเพื่อไปทำอะไร หลายคนจึงเข้าชุมชนในรูปแบบยกห้องยาไปไว้ในบ้าน ทำงานเหมือนอยู่หลังเคาท์เตอรืยาแล้วพรรรนาสั่งวิธีการใช้ยาแก่ผู้ป่วยที่ไป เยี่ยมบ้าน เราจะพบเสมอว่า
- เภสัชกรไปขอดูยา ที่คนไข้ได้รับมาจาก รพ.
- เภสัชกรไป ." สอน " ( อีกแล้ว ) การใช้ยา ( อีกครั้ง ) แก่ผู้ป่วย
- เภสัชกรไป สั่งๆๆๆๆ ให้กินยาตามที่เขียนไว้ในฉลาก
แนวคิดในเรื่องของอำนาจ แนวคิดเรื่องรัฐเวชกรรมถูกนำติดตัวเภสัชกรลงไปในชุมชนด้วยเสมอและทุกครั้ง ที่มีกิจกรรมการเยี่ยมบ้าน ภายใต้แนวคิดว่า เภสัชกรคือผู้ที่รู้ดี ( กว่าชาวบ้าน ) เรื่องยา การที่ชาวบ้านใช้ยาผิด คือ ข้อบกพร่องของระบบงานเภสัชกรรม
จริงหรือ?
- เบื้องหลัง แนวคิดของการใช้ยาที่ไม่ปกติในสายตาจของเภสัชกร แพทย์ พยาบาลคืออะไร?
- แรงจูงใจที่สำคัญของการปฏิเสธการใช้ยา ที่ได้รับมาจากโรงพยาบาลคืออะไร ?
- วิถีชีวิต ความเป็นอยุ่ สิง่วดล้อมที่อยุ่รายรอบผู้ป่วยมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดรูปแบบการใช้ยาที่ ผสมผสานกับวิธีการอื่นๆอย่างไร ด้วยเหตุผลอะไร ?
- เครื่องมือในการทำความเข้าใจและศึกษาชุมชนของเภสัชกรมีอะไร
- แผนที่เดินดิน แผนที่การกระจายยาในพื้นที่รับผิดชอบ มีแล้วหรือไม่และเป้นอย่างไร
สิ่งต่างๆเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ทันที เมื่อเภสัชกรสวมรองเท้าผ้าใบ ลงสู่งานภาคสนามอย่างจริงจัง แต่หลายครั้งเข้าสู่ภาคสนามแล้วกลับพบเจอปัญหายิบย่อย จิปาถะ และเมื่อเกิดบ่อยครั้งขึ้นก้จะกลายเป้นความเบื่อหน่ายท้องแท้ที่จะทำงานต่อ แน่นอนว่าสิง่ต่างๆเหล่านี้ไม่มีสอน และๆไม่มีเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ และแม้กระทั่งอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ไม่เคยลงภาคสนามก็ไม่มีทางเข้าใจและ อธิบายไม่ได้หากไม่เคยปฏิบัติจริงจัง โดยเฉพาะในชุมชนเขตเมืองที่เภสัชกรหลายคนปฏิเสธที่จะลงเดินในชุมชน
- สภาวะอากาศ
ร้อน หนาว ฝนความร้อน คือ สาเหตุเล็กๆที่ยิง่ใหญ่ต่อกำลังใจในการทำงานภาคสนามโดยเฉพาะเภสัชกรผู้หญิง แน่นอนว่าแสงแดดย่อมมากับความร้อน การเดินท้าทายแดด เดินกลางแสงจ้าบ่อยครั้งย่อมไม่เป็นที่ปรารถนาของคนทำงานภาคสนามแน่ๆ แต่จะทำอย่างไร เพราะหลังงานประจำเสร็จช่วงเช้า -สาย พอช่วงบ่อยก็จะลงภาคสนามก็ร้อนเสียแล้ว
1. ครีมกันแดด
2. หมวกปีกขนาดใหญ่
3. ร่ม
4.ผ้าขนหนูสำหรับเช็ดเหงื่อ
สิ่งต่างๆเหล่านี้จะลืมและขาดไม่ได้แม้บ่อยครั้งอาจจะทำให้ความคล่องตัวลด น้อยถอยลง แต่จำเป็น โดยเฉพาะร่ม นอกจากจะช่วยกันร้อนแล้ว ยังช่วยกันสุนัข ที่มีอยู่ตามบ้านเรือนได้อีกด้วย ประการสำคัญคือ การนั่งพักเป็นระยะ ระยะ ช่วยคลายร้อนไปได้และจะทำให้มีโอกาสได้พูดคุยกับคนในชุมชนได้หลายๆบ้านเลยที เดียวกับการเลือกพักบ่อยๆ
- การแต่งกาย
การแต่งกายอย่างกระชับและรัดกุม สะดวก คือสิ่งที่จำเป็นต่องานภาคสนามมาก
1.เสื้อและกางเกง ควรเป้นผ้าที่ระบายเหงื่อและกลิ่นได้อย่างดีและรวดเร็ว รวมทั้งนุ่มสบายไม่อมเหงื่อ เสื้อกาวน์อาจจะจำเป็นในงานเข้าชุมชนครั้งแรก แต่หลังจากนั้นเสื้อผ้าที่สบาย ( แต่อยุ่ในกาละเทศะ ) คือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราสบายตัวยิ่งขึ้นเมื่อต้องเดิน และ เจอสภาวะร้อน
2. รองเท้าหุ้มส้นที่สบาย เดินสะดวก รองเท้าหนัง รองเท้าหุ้ส้น ที่ใส่ในที่ทำงาน อาจจะใช้เหมาะสมกับการใส่และเดินเพียงเล็กน้อย แต่กับงานภาคสนามที่ " การเดิน " คือหัวใจของการได้มาซึ่งข้อมูล จึงจำเป็นต้องใช้รองเท้าผ้าใบที่นุ่ม กระชับ เบา เดนิไกลๆ นานๆได้โดยไม่เมื่อย และร้อนเท้า บางครั้งรองเท้าประเภทนี้อาจจะมีราคาแพง อาทิ พวกรองเท้าสำหรับวิ่งระยะไกล ซึ่งทนและระบายความร้อน นน.เบา เหมาะกับงานภาคสนามมาก
- สภาพภูมิประเทศ
การเดินเก้บข้อมูลในชุมชนเมือง กับชุมชนชนบทค่อนข้างมีความแตกต่างกัน ในชนบทเราสามารถเดินได้เรื่อยๆ จะเดินฝั่งไหนของถนนก็ได้ แต่ในชุมชนแบบเมืองที่บางครั้งจำเป้นต้องเดินเข้าซอยเล็ก ซอยน้อยตลอดแนวมีบ้านคนปลูกติดถนน ข้อสำคัญที่ต้องระวังคือ สุนัข ซึ่งมักจะจู่โจมอย่างรวดเร็ว เพราะรั้วของบ้านอยู่ติดถนน ดังนั้นสุนัขก้สามารถกระโดหรือวิ่งออกมาได้อย่างรวดเร็ว บางครั้งอาจทำอันตรายกับเราได้ ดังนั้นควรที่จะ
1. เดินฝั่งตรงข้ามกับบ้านที่มีรั้วติดกับถนนเสมอ นั่นคือให้มีระยะห่างเว้นไว้อย่างเพียงพอระหว่างเรา กับรั้วบ้านเพื่อจะแก้ไขปัญหาได้ทันกรณีถูกจู่โจมจากสุนัข
2. ไม่มอง สอดส่ายสายตาอย่างมีพิรุธ และไม่จำเป็นอย่ามองอย่างท้าทายกับสายตาของสุนัขที่เฝ้าบ้าน ( ซึ่งเราจะพบเจอเสมอ ริ้มรั้วบ้าน และประตูหน้าบ้าน )
3. กรณีมีรั้วยาวติดทั้ง 2 ฟากถนน พยายามไม่เดินชิดรั้วฝั่งใดฝั่งหนึ่งจนเกินไป
4. มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต ( ไม้ไล่สุนัข ) ติดตัวไปด้วยเสมอ น่นอนว่า ร่ม จะได้ประโยชน์อย่างมากมายหลายประการ
5. เมื่อถูกจู่โจมโดยสุนัขเจ้าถิ่น อย่าหงอ อย่าวิ่ง อย่ากลัว ให้มองหน้าอย่างกล้าหาญ กระทืบเท้าเพื่อขู่ และหากจุ่โจมให้ค่อยๆจัดการด้วยไม้ที่เตรียมมา ข้อสำคัญอย่าวิ่งหนีโดยเด็ดขาด เว้นแต่ประมเินแล้วว่าสู้ไม่ได้แน่ๆ
ความปลอดภัย
พยายามไม่พาตัวเองไปเดินในพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยเกี่ยวกับร่างกายและทรัพยืสิน กรณีจำเป้นควนให้ อสม. , ปรธานชุชน หรือคนในชุมชนที่รู้จักให้พาไป
การเตรียมพร้อม
บางครั้งการเข้าภาคสนามในชุมชนเมืองไม่มีความจำเป็นต้องเตรียมน้ำ อาหารไปให้พร้อม จงทำให้ท้องว่างก่อนลงภาคสนาม เตรียมสิ่งจำเป้นอื่นๆที่ไม่ใช่อาหารไปให้พร้อม ให้ไปหากินเอาในชุมชนเพราะ ขุมทรัพย์ของข้อมูล อยุ่ที่ร้านค้า ร้านอาหารในชุมชน การได้มีโอกาสไปนั่งในร้านค้า ร้านอาหารในชุมชนจะช่วยส้รางความสนิทสนมกับคนในชุมชนได้อย่างรวดเร้ว ข้อมูลหลายอย่างสามารรู้และเก้บได้จากร้านค้า โดยเฉพาะตัวเจ้าของร้านค้า ซึ่งเป้นผู้รู็ความเป็นไปในชุมชนค่อนข้างดี คือ ผู้ชี้ทางในการเข้าถึงข้อมูลแก่เราได้เป้นอย่างดี ดังนั้นจงผูกมิต่กับร้านค้าทุกประเภทไว้เมื่อยามเข้าภาคสนาม เพราะนอกจากจะมีที่ฝากท้อง ยามหิวกระหายแล้ว ยังเป้นแหล่งข้อมูลที่ดีให้อีกด้วย
การเข้าภาคสนามอย่างต่อเนื่องและบ่อยครั้งจะช่วยให้ข้อมุลบางอย่างที่ต้อง การความชัดเจนและแม่นยำเกิดขึ้นเพราะบางครั้งการเข้าชุมชนแบบเพียงประเดี๋ยว ประด๋าสว ข้อมูลที่ได้ คือข้อมูลที่ไม่เป้นจริง เป็นข้อมูลในอุดมคติ หากเมื่อใดเกิดความคุ้นชิน ไว้วางใจกัน ข้อมุลหลายอย่างที่จำเป็นจะเปลี่ยนคำตอบไปดังนั้นหัวใจที่สำคัญอีกประการคือ ความสัมพันธ์อันดีของผู้ทำงานกับคนในชุมชนซึ่งต้องใเพียรสร้างและใช้เวลานาน ในการที่จะก่อให้เกิดขึ้นมา
เกร็ดเล็ก น้อยเหล่านี้ บางครั้งอาจจะดูเหมือนว่าเล็กน้อย ไม่มีความสำคัญ จวบจนได้ลงภาคสนามและเจอปัญหาก็จะพบว่าหลายครั้งการมีข้อมูลและการเตีรียม พร้อมาก่อนอย่างดีจะช่วยให้งานในภาคสนามไม่น่าเบื่อและมีกำลังใจที่จะสานให้ สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้