สำนักข่าว BBC ตีพิมพ์เรื่อง 'White rice 'raises diabetes risk', say US experts' = "ข้าวขาวเพิ่มเสี่ยงเบาหวาน, ผู้เชี่ยวชาญสหรัฐฯ กล่าว", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ BBC ]
...
คณะนักวิจัย จากฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ ทำการศึกษาพบว่า ข้าวขาว (white rice) ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นเร็ว ทำให้เพิ่มเสี่ยงเบาหวาน (ตีพิมพ์ใน Archives of Internal Medicine)
ส่วนข้าวกล้องนั้นมีเส้นใยหรือไฟเบอร์ และมีน้ำมันรำข้าว-น้ำมันจมูกข้าวปนอยู่เล็กน้อย ทำให้การย่อยและดูดซึมช้าลง น้ำตาลในเลือดจึงเพิ่มขึ้นช้ากว่า
...
การศึกษานี้ทำ ในกลุ่มตัวอย่างเกือบ 200,000 คนพบว่า คนที่กินข้าวขาว 5 หน่วยบริโภคหรือ 5 เสิร์ฟ (servings) ต่อสัปดาห์ เพิ่มเสี่ยงเบาหวาน 17% เมื่อเทียบกับคนที่กินน้อยกว่า 1 เสิร์ฟ/เดือน
1 เสิร์ฟมีขนาดประมาณ 1 ทัพพีเล็ก ตัดแบบไม่พูน หนาประมาณข้อนิ้วก้อยผู้ใหญ่ผู้หญิง
...
ตรงกันข้าม, คนที่กินข้าวกล้อง (brown rice) 2 เสิร์ฟ/สัปดาห์ขึ้นไป ลดเสี่ยงเบาหวาน 11% เมื่อเทียบกับคนที่กินน้อยกว่า 1 เสิร์ฟ/เดือน
คณะนักวิจัยแนะนำว่า ถ้ากินข้าวกล้องแทนข้าวขาวสัก 1/3 น่าจะลดเสี่ยงเบาหวานได้ประมาณ 16%
...
และถ้ากิน ธัญพืชไม่ขัดสีอื่นๆ เ่ช่น ข้าวกล้อง พาสต้า ขนมปังโฮลวีท (wholewheat / wholemeal - ขนมปังเติมรำ) แทนข้าวขาวให้หมด จะลดเสี่ยงเบาหวานได้มากกว่า 1/3
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำว่า อาหารกลุ่มคาร์บ (ข้าว-แป้ง-น้ำตาล) ควรเป็นธัญพืชไม่ขัดสีอย่างน้อย 1/2 ของทั้งหมด
...
ข้าวที่ขายใน สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรเป็นข้าวขาวมากกว่า 70%, ที่เหลือเป็นข้าวกล้อง ซึ่งถ้าคิดเป็นสัดส่วนร้อยละแล้ว... ชาวตะวันตกอาจจะกินข้าวกล้องมากกว่าคนไทยก็เป็นได้
เมืองไทยส่งออกข้าวมาก ทว่า... กลับต้องซื้อจมูกข้าวสาลีงอก (wheatgerm) มาเป็นอาหารเสริม, น่าจะมีการพัฒนารำข้าว จมูกข้าว น้ำมันจมูกข้าวเป็นอาหารเสริม เพื่อใช้เติมข้าวขาวให้มีคุณภาพดีขึ้นต่อไป
...
ทางเลือกอีก ทางหนึ่ง คือ ควรทำการศึกษาวิจัยว่า ถ้าผสมอะไรไปในข้าวขาวแล้ว (เช่น ถั่ว ฯลฯ) จะทำให้การย่อยและดูดซึมช้าลง เพราะมีหลายๆ คนยังไม่ชอบ หรือไม่คุ้นเคยกับข้าวกล้อง
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]
ที่ มา
-
Thank BBC > http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/10307790.stm
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 15 มิถุนายน 2553.
-
ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.