แม่ของฉัน

                 แม่ของฉัน  มีอายุ 84  ปี  เป็นผู้ที่มีความประพฤติดีงาม  รักษาเอกลักษณ์ของไทย  ตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอย่างเคร่งครัด  เพราะพื้นฐานเดิมถิ่นกำเนิดของชาวภูไท  เป็นบุคคลที่มีสัมมาคารวะ  เป็นบุคคลที่อ่อนน้อมถ่อมตน  อีกทั้งพูดจาอ่อนหวานไพเราะ  และเป็นภรรยาที่ดีของสามีซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่  แต่ไม่ได้อยู่ร่วมกันเหมือนสามีภรรยาคู่อื่น ๆ  เพราะพ่อสอนนักเรียนที่โรงเรียนซึ่งสมัยนั้นเป็นดินแดนกันดาล  ถนนหนทางไม่สะดวก  ต้องนอนพักอาศัยกับชาวบ้านในหมู่บ้านนั้น  พอสิ้นเดือนพ่อถึงกลับบ้านเดือนละ  1  ครั้ง  เพื่อนำเงินเดือนมาให้แม่  แล้วก็กลับไปปฏิบัติงานราชการสอนนักเรียน  เงินเดือน ๆ  ละไม่ถึงพันบาทกับการเลี้ยงลูกถึง  7  คน  ทำให้แม่มีความเป็นอยู่ที่ลำบากมาก  แต่แม่มีความมุมานะอดทน  โดยรับบทบาทหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ใน  2  บทบาท  ด้วยความยากลำบากเนื่องจากบุตรทั้ง  7  คนกำลังอยู่ในวัยกินและวัยเรียน จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด เลี้ยงดู  อบรมสั่งสอนให้บุตรทุกคนเป็นคนดีของสังคม  ตามบทบาทหน้าที่ของแม่ที่ดีพึงปฏิบัติต่อบุตร  พอถึงฤดูฝนก็ทำนาโดยไถนาเอง  วันเสาร์-วันอาทิตย์  ซึ่งเป็นวันหยุดเรียนจะพาลูก ๆ  ทั้ง  7  คน  ไปช่วยทำนา  

                   พอหมดหน้าทำนาก็หาอาชีพเสริมโดยการไปขายของที่ตลาดสดตอนเช้าตรู่  พอสายๆ  ก็จะซื้อกับข้าวกลับบ้าน  จะทำอยู่อย่างนี้เป็นประจำเรื่อยมาเป็นเวลาหลายสิบปี  และอบรมสั่งสอนลูก ๆ  คนโตให้เลี้ยงน้อง ๆ  ช่วยแม่  สอนลูกให้รักความสามัคคีกัน  น้อง ๆ  เคารพเชื่อฟังพี่ตามลำดับ   แม่ของฉันมีความตั้งใจในการเลี้ยงดู อบรม สั่งสอนให้ลูกทั้ง  7  คนให้เป็นคนดีเป็นอย่างดี ส่งเสริมให้ได้รับการศึกษาถึงขั้นระดับปริญญาทุกคน   นอกจากนั้นแม่ยังเป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาด้วยความศรัทธาและยึดมั่นในองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดา  แม่จะตื่นแต่เช้านึ่งข้าวตักบาตรพระทุกเช้า ไปทำบุญที่วัดเพื่อชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์เป็นประจำอยู่เสมอ และลูก ๆ  ทั้ง 7  คนก็มีนิสัยคล้ายผู้เป็นแม่ด้วย   และเป็นประธานทอดกฐินสามัคคีถวายวัดซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเองถึง 2 ครั้ง 

                   แม่ของฉันเป็นผู้ที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคม  โดยให้ความช่วยเหลือบุคคลในหมู่บ้าน  ให้คำแนะนำปรึกษาหารือในเรื่องที่ขัดข้อง  ให้ข้าวของเครื่องใช้   หรือแม้แต่เงินทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้อยู่ในฐานะร่ำรวย  แต่เป็นบุคคลที่มีจิตใจเมตตากรุณาชอบช่วยเหลือบุคคลที่ด้อยกว่าตนและมีพ่อเป็นครูที่เป็นปูชนียบุคคลเป็นผู้ที่นับถือของบุคคลทั่วไป แม่จึงซึมซับรับเอาในส่วนดี ๆ ตรงนี้  และได้ทำหน้าที่ของภรรยาครูอีกหน้าที่หนึ่งควบคู่กันไปด้วย พ่อของฉันถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2533  ด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก  แม่ของฉันจึงรับหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่โดยสมบูรณ์ตั้งแต่นั้นมา  แม่ของฉันยังแข็งแรงเดินเหินไปมาได้สะดวก  วันแม่แห่งชาติปีนี้ฉันจึงขอแม่ดีเด่นให้ท่าน  เพื่อเป็นของขวัญจากลูก ๆ  ทุกคน