การฝึกความจำที่ดีนั้น จะต้องเตรียมพร้อมในพื้นฐานเพื่อการจำที่ดีด้วย

ในการฝึกใช้วิธีสะดวกจำใด ๆ จะต้องมีการเตรียมความพร้อมของพื้นฐานของการจำที่ดีก่อน จึงจะเปลี่ยนความจำที่อ่อนด้อยให้เป็นความจำที่ดีเยี่ยมได้ .....

1. 4 ใจ

            1) แรงบันดาลใจที่จะจำ อันเป็นแรงจูงใจให้เกิดความสนใจที่จะจำ นั่นหมายถึงแรงที่เกิดจากความสุขในการจำ และการเล็งเห็นคุณค่าในการจำ

            2) ความสนใจ เรื่องใดที่เราสนใจ จะทำให้ความจำของเราสามารถประมวลผลข้อมูลได้เร็วขึ้น และมีประสิทธิผลมากขึ้น ทำให้จำได้ง่ายขึ้น

            3) ความมั่นใจ เมื่อเรามั่นใจในศักยภาพที่จะจำของเรา และมอบความไว้วางใจสมองที่จะทำงานด้านความจำให้แก่เราอย่างไม่สงสัย สมองก็จะทำงานตอบสนองต่อการจำได้ดียิ่งขึ้น

            4) ความเข้าใจ เมื่อเราทำความเข้าใจในความหมาย จะจำได้ดีกว่าจำโดยไม่เข้าใจ หรือ ไม่รู้ความหมาย

2. 4 จิต

            1) การสังเกตที่ดี จะสามารถจับรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างดีในส่วนที่มึจุดเด่นเป็นพิเศษ

            2) สมาธิมุ่งเน้น และผ่อนคลาย ในการจำอย่างรู้ตัวที่มีสมาธิดี และจำด้วยสภาวะผ่อนคลายกายและใจมาก ๆ จะช่วยให้เราจำได้ดียิ่งขึ้น เราสามารถบันทึกการจำที่เราสนใจได้ดียิ่งขึ้น และเรียกความจำออกมาใช้ได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

            3) การจัดระบบ จัดเป็นกลุ่มตามสถานที่ก็ดี การจัดเรียงลำดับอักษรก็ดี จะช่วยให้เรามีระเบียบการบันทึก และสามารถเข้าถึงข้อมูลเมื่อต้องการเรียกใช้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

            4) การเชื่อมโยง ข้อนี้สำคัญมาก เพราะสิ่งใด ๆ ที่เราจำได้นั้นจะต้องมีการเชื่อมโยงกับข้อมูลที่เราจำได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะต้องเป็นการเชื่อมโยงที่แปลกประหลาด ตื่นเต้น ตลกสุด ๆ สวย หรือ น่าเกลียดสุด ๆ ก็ยิ่งดี

3. 4 จิตใจ และร่างกาย

            1) ใช้หลายประสาทสัมผัสรับรู้  ประสาทสัมผัสรับรู้อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บันทึกความจำได้ดีกว่า

            2) การเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อช่วยสร้างผลลัพธ์ เป็นการช่วยเรียก หรือ ช่วยดึงเอาความจำที่ได้บันทึกไว้แล้วนั้นออกมาใช้ ณ เวลาที่ต้องการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และคล่องตัว

            3) การฝึกฝน พัฒนาต่อยอด และใช้งาอยู่เสมอ ข้อนี้สำคัญมาก เพราะทักษะนั้น หมายถึงศิลปะและวิทยาการ ซึ่งต้องมีการฟิตซ้อมและพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มอยู่เสมอ

            4) ความพร้อมของพลังรวมแห่งความเป็นคน ในที่นี้หมายถึงส่วนเป็นพลังศักดิ์ ได้แก่ความพร้องของสมอง ร่างกาย และจิตใจ และส่วนที่เป็นพลังจร หมายถึงสภาวะพลังทางร่างกายและจิตใจในขณะนั้น

             สนใจเข้ารับการฝึกภาคปฏิบัติในครั้งนี้ร่วมกัน .....

             สนใจคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝึก .....