นักวิชาการยันแผ่นดินไหวเมืองกาญจน์ไม่ส่งผลกระทบอาคาร-เขื่อน

       บริเวณทิศตะวันออกของ ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เป็นจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวขนาด 3.7 ริกเตอร์ ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ซึ่งพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ และอยู่ห่างจากเขื่อนศรีนครินทร์ 30 กิโลเมตร แต่บ้านเรือนของชาวบ้านแถวนั้นไม่ได้รับผลกระทบ แม้ว่าจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวก็ตาม         นายอดิชาติ สุรินทร์คำ ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี ยืนยันว่า แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น ไม่มีผลต่อโครงสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ เนื่องจากศูนย์กลางแรงสั่นสะเทือนอยู่ที่บริเวณ ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ ห่างออกไปทิศตะวันออกของเขื่อนศรีนครินทร์ โดยมีสาเหตุมาจากการเคลื่อนตัวของกลุ่มรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ในแนวราบแบบเลื่อนขวา และพื้นที่นี้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กบ่อยครั้ง ทำให้รอยเลื่อนปลดปล่อยพลังงานอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่มีพลังงานสะสม ที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ จนส่งผลกระทบต่อเขื่อนศรีนครินทร์ได้ซึ่งทางจังหวัดได้เตรียมแผนรองรับอพยพประชาชนไว้แล้ว ในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงกว่านี้ และมีการซ้อมแผนมาโดยตลอด         นายสุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบความแข็งแรงของเขื่อนศรีนครินทร์ เมื่อปี 2549 พบว่า เขื่อนมีความแข็งแรง เพราะว่าเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่สามารถรองรับสั่นสะเทือนได้ดี รวมทั้งมีตัวกรองที่ป้องกันการกัดเซาะ และรอยแตกขยายตัวในกรณีที่เขื่อนเสียหาย ทำให้โอกาสที่เขื่อนจะแตก เพราะแผ่นดินไหวทั้งขนาดเล็ก และขนาดกลางมีน้อยมาก ซึ่งถ้าดูสถิติจากทั่วโลกพบว่า มีเขื่อนที่เสียหายจากแผ่นดินไหวเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น         ส่วน นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์จัดการความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กล่าวว่า แผ่นดินไหวขนาด 3.7 ริกเตอร์ เป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และทุกวันนี้ทั่วโลกจะมีแผ่นดินไหวขนาดนี้เป็นพันครั้ง ส่วนอาคารสถานที่ต่างๆ สามารถรับมือกับแผ่นดินไหวระดับนี้ได้อย่างดี เพราะเขื่อนและอาคารต่างๆ ในปัจจุบัน สามารถรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ 5-6 ริกเตอร์