คิดไปทำไปให้เกิดการเรียนรู้และสอดคล้องกับบริบทของตัวเองเป็นใช้ได้

   หลังจากที่ CUP มโนรมย์รับโครงการ "การเรียนรู้โดยใช้บริบทเป็นฐาน (Context-based learning) " จาก สปสช. และ ม. นเรศวร ก็เริ่มลงมือมาได้ประมาณ 2-3 เดือนแล้ว แต่เพิ่งมาเริ่มเข้มข้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือเริ่มให้ จนท. สอ. ทั้งพยาบาลและ จนท. สาธารณสุขเข้ามาเรียนรู้ใน รพ. มโนรมย์ ในช่วงแรกคนละ 2 วันก่อน เนื่องจากปัญหาการขาดคนทำงาน แต่ก็จะมีรอบต่อๆไปเรื่อยๆ  โครงการนี้ไม่มีรูปแบบที่แน่นอน ให้เจ้าของพื้นที่วางแผนดำเนินการเอง เรียกว่า คิดไปทำไปให้เกิดการเรียนรู้และสอดคล้องกับบริบทของตัวเองเป็นใช้ได้    ณ ถึงเวลานี้จึงขอสรุปบางเรื่องที่อาจเรียกว่า "ตกผลึก" นั่นก็คือวัตถุประสงค์ของการเข้ามาเรียนรู้ในโรงพยาบาลแบบ CBL ดังนี้

    1 . เรียนรู้เพื่อใช้งาน คือการให้เข้ามาเพื่อเรียนรู้ในโรงพยาบาลเพื่อให้รู้เพิ่ม ทำได้เพิ่ม ตามที่ตัวเองขาดหรือต้องการ ไม่มีข้อจำกัดที่แน่นอนขึ้นกับผู้เรียนขาดอะไร อยากได้อะไร สิ่งไหนที่คิดว่าไม่จำเป็นในบริบทตัวเองก็อาจจะผ่านไป บางอย่างเรียนรู้ไปถึงแม้จะทำไม่ได้ แต่ก็สามารถไปอธิบายให้ชาวบ้านฟังได้ก็ถือว่าได้ประโยชน์มากแล้ว ดังที่ อ. นพ.สุรเกีรยติ อาชานานุภาพ ได้บอกไว้ว่า เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยทำหน้าที่เป็นล่าม แปลภาษาหมอไปเป็นภาษาชาวบ้านได้ดี

   2. เรียนรู้เพื่อเชื่อมประสาน คือเน้นให้มาเรียนรู้ระบบการทำงานของโรงพยาบาล รู้จักคนในโรงพยาบาล รู้ว่า OPD,ER,WARD และจุดต่างๆ ทำงานกันอย่างไรบ้าง มีคลินิกพิเศษวันไหน ออกเยี่ยมบ้านของwardวันใดบ้าง case แบบไหนที่ออกเยี่ยม ทั้งหมดก็เพื่อให้ทางสถานีอนามัยได้ติดต่อเชื่อมประสานการทำงานระหว่าง สอ.และ รพ. ให้ราบรื่นขึ้น

  3 . เรียนรู้วิธีการเรียนรู้  ในระยะยาวนั้นการเรียนรู้ด้วยตนเองย่อมมีความยั่งยืนกว่าการมาให้ทาง รพ. เป็นผู้สอน ดังนั้นในโอกาสที่ทางโรงพยาบาลได้มีการพัฒนาการวิธีการเรียนรู้มาระยะหนึ่ง จึงอยากถ่ายทอดประสบการณ์และวิธีการบางอย่างให้ทาง สอ.เป็นแนวทางในการเรียนรู้ด้วยตนเองต่อไป ตัวอย่างกิจกรรม เช่น การค้นคว้าข้อมูลทาง Internet , Knowledge sharing , การบรรยายทางวิชาการ , การทำ case conference 

    ในยกที่หนึ่งก็พอสรุปมาให้เท่านี้ก่อน โปรดติดตามตอนต่อไป

                                                                  Boss