ภาพวาดแห่งความหวัง (6) เข้าใจ KM สู่...คนที่เข้าใจ KM


องค์กรเรามี K เกิดขึ้นมาก มี K ที่ถูกทิ้งขว้างนั้นมากมาย...แล้วจะทำกันอย่างไรดีละ....

   เกือบ 3 ปี ที่ได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการความรู้ ซึ่งเริ่มจากฟังคนอื่นคุยกัน เช่น ข้อสงสัย ปัญหาค้างคาใจ และข้อแนะนำในมุมมองของตนเอง หลังจากนั้นก็ได้เก็บรายละเอียดจากวงสนทนาที่เจ้าหน้าที่ได้แลกเปลี่ยนวิธีการใช้การจัดการความรู้ร่วมกัน เช่น จากข้อสั่งการ  จากการวิเคราะห์ตามมุมมองของตนเอง จากการเข้าร่วมเวทีประชุม เป็นต้น

   มุมมองของตนเองจึงได้เกิดขึ้นโดยลำดับแนวความคิดของที่มาที่ไปของ KM ไปนั่งคุยนั่งสนทนากับคนที่เราเคยไปฟังไปดู  ไปหาข้อเท็จจริงจากคนที่เราเชื่อถือ  และทบทวนผลงานที่ตนเองได้ปฏิบัติได้ทำมานั้นมีอะไรบ้าง ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร

   ผลปรากของคำตอบก็คือ มีบุคลากรในกรมส่งเสริมการเกษตรที่เป็น "ตัวแบบ" ในการปฏิบัติงานได้หลายลักษณะของความรู้ ซึ่งถ้านำตัวแบบเหล่านั้นมาจำแนก จัดกลุ่มจัดประเภทก็สามารถแยกเป็นกรณีตัวอย่างขององค์ความรู้เพื่อพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรได้หลายเรื่อง

   กรณีตัวอย่างที่ได้ผล เป้นผลสำเร็จของหน่วยงานที่สั่งสมมาตั้งแต่เริ่มมีกรมส่งเสริมการเกษตร มี Best Practices ของเจ้าหน้าที่ และเกษตรกร ให้ศึกษาเรียนรู้เรื่องของการทำงานกลุ่ม เรื่องของการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรสู่เกษตรกร เรื่องของการพัฒนาพ่อ แม่ ลูก เป็นต้น ส่วนผลที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรก็คือ เกษตรกรทำการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรกรทำบัญชีครัวเรือน  เกษตรกรทำอาชีพเสริมรายได้ และเกษตรกรทำการเกษตรร่วมกันเป็นกลุ่ม เป็นต้น

   การจัดการความรู้ จึงเป็นโอกาสให้กับองค์กรย้อนกลับมาค้นหาต้นทุนของการทำงาน ทำการจัดเก็บและบันทึกผลงานของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ได้ผล แล้วนำออกมาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่เกษตรกร ตลอดจนเป็นตัวอย่างให้เจ้าหน้าที่นำไปใช้ปฏิบัติได้ แต่วิธีคิดได้นำสื่ออิเล็คทรอนิกส์เข้ามาบริหารจัดการ เช่น บันทึกเนื้อหาสาระเป็นเอกสาร นำมาจัดพิมพ์และตกแต่งด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และนำไปจัดเก็บไว้ใน Website หน่วยงาน และ K-Center

   การกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่เขียนสรุปผลงานที่ตนเองได้ทำจึงต้องใช้ช่องทางที่หลากหลายเพื่อล้อมกรอบแนวความคิดและการปฏิบัติเพื่อให้ลงมือเขียนและมีผลงานออกมาให้ได้ ซึ่งต้องใส่ข้อมูลและเนื้อหาในทุกเวทีที่มีอยู่ใน "ระบบส่งเสริมการเกษตร" เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงได้ง่าย และเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรทุกคนของหน่วยงานต้องฟัง ต้องดู ต้องเห็น เรียกว่า ล้อมกรอบความคิด ซึ่งได้ดำเนินการกระตุ้นและชักจูงอย่างต่อเนื่องแบบนำเซาะทรายทั้งบังคับทั้งปลอบประโลม

   ฉะนั้ในวันนี้ของกรมส่งเสริมการเกษตร การจัดการความรู้จึงได้มีเครือข่ายของการประสานงานโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ "คณะทำงานการบริหารองค์ความรู้" และมีแกนกลางของการปฏิบัติอยู่ที่ผู้แทนระดับเขตคือ สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขต 6 เขต ส่วนแก่นของการเกิดองค์ความรู้อยู่ที่หน่วยงานย่อย 100 หน่วยงาน ดังนั้น ถ้ากำลังใจของ ใฝ่เรียนรู้ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้กรมส่งเสริมการเกษตรมี K เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบสู่เกษตรกร อันเป็นกลุ่มเป้าหมายของผู้รับบริการในการทำงานส่งเสริมการเกษตรให้บรรลุผล.

หมายเลขบันทึก: 364492เขียนเมื่อ 6 มิถุนายน 2010 14:58 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 14:32 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี