ประสบการณ์การพัฒนาทักษะการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพของข้าพเจ้า
“จากร้องเพลงเพี้ยนสู่เวทีประกวดร้องเพลงเพราะ”
การร้องเพลงของคนเรามีความหมายหลายอย่าง บางคนอาศัยเสียงร้องเพื่อระบายอารมณ์ ใช้เสียงร้องสื่ออารมณ์ ทั้งสุข ทุกข์ เศร้า เหงา และรัก ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ฉันไม่เพียงร้องเพลงเพื่อระบายอารมณ์หรือแสดงความรู้สึก แต่ฉันร้องเพราะฉันรักในการร้องเพลง ฉันไม่ได้มีเสียงที่ไพเราะจนขนาดที่ใครฟังแล้วเคลิ้ม บางทีออกจะฟังเพี้ยนๆด้วยซ้ำไป แต่เพราะแรงบันดาลใจบางอย่าง ประกอบกับการฝึกฝน จนกระทั่งวันหนึ่ง ฉันที่เคยร้องเพลงไม่เอาไหน ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมเวทีประกวดร้องเพลง
ทำไมฉันถึงเริ่มฝึกร้องเพลงอย่างจริงจัง? นั่นเพราะมันเริ่มจากคำถามหนึ่งในใจฉันที่ว่า ทำไมเพื่อนฉันถึงร้องเพลงได้เพราะและฟังดูทรงพลังนัก? ฉันมีเพื่อนในกลุ่มอยู่คนหนึ่ง เป็นผู้หญิง เธอร้องเพลงเพราะมาก ได้เป็นนักร้องนำในวงสตริงของโรงเรียน ฉันฟังเธอร้องแล้วรู้สึกชื่นชมในความสามารถของเธอมาก ฉันเองก็อยากมีเสียงที่ไพเราะแบบนั้น เสียงที่พอไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อนแล้วจะไม่มีใครบอกให้ฉันวางไมค์เถอะ ฉันจึงเริ่มอยากเรียนร้องเพลงอยากจริงจัง
การฝึกร้องเพลงของฉันมีขั้นตอนดังนี้
- หาข้อมูลเกี่ยวกับการร้องเพลงอย่างถูกวิธีทางอินเตอร์เน็ต เริ่มตั้งแต่ เสียงของคนเราเกิดจากอะไร ปัจจัยที่ทำให้เกิดเสียงร้องที่ดี การหายใจและการควบคุมลมในการร้องเพลง โทนเสียง การออกเสียง การออกเสียงสระและพยัญชนะ และ การใช้ลีลา เป็นต้น
- หลังจากที่ได้อ่านข้อมูลแบบเป็นทฤษฎีแล้ว แน่นอนว่าดิฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก แต่ก็อาศัยการเปิดดูคลิปการสอนร้องเพลงในอินเตอร์เน็ต เป็นคลิปสั้นประมาณสิบนาที แต่ก็พอเข้าใจหลักการร้องเพลงที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น อาศัยการเปิดดูบ่อยๆ และฝึกฝนตาม เป็นการวอร์มเสียงก่อนร้องเพลง และการร้องที่ถูกวิธี
- จากนั้นก็เริ่มร้อง ร้อง และร้อง หาข้อบกพร่องของตัวเอง ดิฉันเองมีข้อบกพร่องคือ เรื่องของการใช้ลมหายใจ ฉันมักจะหมดลมก่อนจบท่อน หมดก่อนที่จะถึงจุดที่ให้หายใจ และเรื่องของการขึ้นเสียงสูงที่ยังขึ้นไม่ถึง
- เมื่อทราบข้อบกพร่องของตัวเองแล้ว ก็หาทางแก้ไข เรื่องของลมหายใจนั้น แก้โดยการออกกำลังกายให้ปอดใหญ่ขึ้นจะเก็บลมได้มากขึ้นด้วย หรือโดยการฝึกการหายใจให้ลึกถึงกระบังลม ซึ่งจะช่วยให้สามารถลากเสียงได้ยาว นิ่ง ไม่แกว่งไปแกว่งมา ส่วนการขึ้นเสียงสูงนั้นก็ใช้การใช้เสียงหลบเข้ามาช่วย
- ขยันดูการประกวดร้องเพลงในเวทีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางโทรทัศน์ หรือทางอินเตอร์เน็ต เพื่อสังเกตเทคนิคการร้องเพลงของผู้เข้าประกวด และนำมาฝึกปรับใช้ให้เหมาะกับตนเองต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการใช้ไมค์จนถึง ลีลาท่าทางประกอบการร้องเพลง
- ขยันฝึกร้องเพลงอย่างสม่ำเสมอและฝึกหนักมากพอให้เห็นการพัฒนาการร้องของตนเอง โดยอาจลองร้องให้คนใกล้ตัวฟังและขอความคิดเห็น อีกทั้งต้องดูแลรักษาเสียง ระมัดระวังไม่ให้เส้นเสียงอักเสบ
- หาโอกาสขึ้นเวทีประกวดเพื่อหาประสบการณ์และพัฒนาตนเองต่อไปเรื่อยๆ
หลังจากที่ได้ฝึกร้องเพลงตามขั้นตอนข้างตนแล้วดิฉันได้รู้สึกถึงการพัฒนาการร้องเพลงของตนเอง และได้มีโอกาสเข้าร่วมการประกวดร้องเพลงในโครงการ Tata Young One Love Concert โดยที่เพื่อนเป็นคนชวนให้ฉันลงสมัคร โดยการส่งซีดีบันทึกเสียงร้องเพลงของทาทา ยัง ส่งไป จากนั้นทั้งฉันและเพื่อนก็ได้มีชื่อในการเข้าประกวดครั้งนี้ แต่ทั้งฉันและเพื่อนก็ไม่ได้รับรางวัลอะไร ด้วยประสบการณ์ของเราที่มีน้อยกว่าผู้เข้าประกวดคนอื่นๆ และด้วยความสามารถที่ยังต้องฝึกฝนเพิ่มอีกมาก แต่การเข้าประกวดครั้งนี้เป็นการแสดงว่า การฝึกฝนการร้องเพลงของฉันนั้นได้ผล เพื่อนๆที่เคยไปร้องคาราโอเกะด้วยกัน ต่างพากันชื่มชม และงงไปตามๆกันว่าทำไมฉันถึงได้ร้องเพลงไม่เพี้ยนและร้องเพราะขึ้นกว่าเดิมมาก วันนั้นฉันได้แต่ยิ้ม ไม่ใช่เพราะดีใจที่เพื่อนชม แต่ยิ้มให้กับความตั้งใจจริงของตัวเองที่ทำให้ฉันสามารถร้องเพลงได้ในระดับเวทีประกวดอย่างวันนี้
การฝึกร้องเพลงด้วยตนเองครั้งนี้ให้ข้อคิดกับฉันมากมาย ฉันไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปกับการเรียนร้องเพลงตามโรงเรียนสอนร้องเพลง ฉันสามารถเรียนได้ด้วยตนเอง ในเวทีประกวดแม้ฉันและเพื่อนจะเป็นคู่แข่งกัน แต่เรายังช่วยกัน ซ้อมร้องเพลงด้วยกันและพร้อมยินดีถ้าเกิดเพื่อนจะได้รับรางวัลและฉันได้รู้ว่าสุภาษิตที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น นั้นใช้ได้จริงเสมอ
แหล่งอ้างอิง http://e-muzic.net/howtosing.html
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=plagao&month=09-2007&date=25&group=1&gblog=2
ดีจังเลย