ขอบคุณกรณีศึกษาที่ผู้ปกครองสังเกตและฝึกทักษะการกินอาหารของลูกสาววัยสองขวบจนสามารถเข้าใจและหาแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องในการฝึกมื้ออาหารและปรับอาหารที่เคี้ยวได้อย่างมีความสุขโดยปรึกษานักกิจกรรมบำบัด นักโภชนาการบำบัด และพยาบาล

บันทึกผลการฝึกกรณีศึกษาใน 11 มื้ออาหาร   

0 คะแนน ถ้าทานน้อยกว่า 5 คำ (ช้อน/ชิ้นรวมในเวลาที่กำหนดโดยช่วยป้อนหรือช่วยด้วยวิธีใดๆ ได้ โดยไม่นับการคายอาหารออกมา) + พฤติกรรมออกจากกิจกรรมมากกว่า 1 ครั้ง

1 คะแนน ถ้าทาน 5-10 คำ + พฤติกรรมออกจากกิจกรรม 0-1 ครั้ง

2 คะแนน ถ้าทาน 11-15 คำ + พฤติกรรมออกจากกิจกรรม 0-1 ครั้ง

3 คะแนน ถ้าทานมากกว่า 15 คำ + พฤติกรรมออกจากกิจกรรม 0-1 ครั้ง

ลบ 0.5 คะแนน ต่อหนึ่งพฤติกรรมเชิงลบ ที่ต้องการความช่วยเหลือจากผู้ฝึก (ระบายสีเหลือง) เช่น ไม่ยอมให้นวด

หาค่าเฉลี่ยเพื่อตั้งเป้าหมายในการฝึกครั้งต่อไป ถ้าคะแนนยังไม่เกิน 50% และปรับเมนูอาหารง่ายขึ้น ถ้าเกิน 50% ปรับเมนูให้ยากขึ้น

เช็คความถี่ในการช่วยเหลือทั้งหมด (ขีดเส้นใต้) หน่วย ครั้ง

เช็คความยากของผิวสัมผัสอาหารในการเคี้ยว  ต้องเคี้ยวละเอียด +0.5 คะแนน ไม่ต้องเคี้ยวละเอียด -0.5 คะแนน

ขีดเส้นกลางประเด็นที่น่าสนใจ เช่น ไม่ทานหมูสับ

 

มื้อที่ 1   3 คะแนน 3 ครั้งความช่วยเหลือ สังเกตเด็กไม่ชอบให้นวด คุณแม่ต้องนวดเวลาอมอาหารนานเท่านั้น และมื้อนี้เมนูอาหารต้องเน้นแยกทานระหว่างเคี้ยวบะหมี่น้ำซุปกับลูกชิ้นที่ต้องบดละเอียด 

วันที่ 31 พค 53

17.00 : มื้อเย็น ทานบะหมี่น้ำ (หั่นเป็นเส้นสั้นๆ) ลูกชิ้นปลา (หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณครึ่ง ซม)  +0.5 คะแนน

จำนวนช้อน : เส้นบะหมี่ 20 ช้อน ช้อนหนึ่งประมาณ 2-3 เส้น

                       ลูกชิ้น 2 ชิ้น

                      ไม่มีคายเลย  

เวลาที่ใช้ : 20 นาที ระหว่างทานไม่ลุกจากเก้าอี้เลย   3 คะแนน

พฤติกรรมการทาน : ให้นั่งตักบะหมี่ทานเอง โดยแม่นั่งทานขนมปังไปด้วยกัน

                          แรกๆชอบตักแต่น้ำซุป แม่ก็พูดหลอกล่อให้ตักเส้นบะหมี่ทานด้วย  

                          ตักคำเล็กๆ ทีละ 2-3 เส้น บางคำก็ 1 เส้น ไม่ค่อยอม แต่ยังต้องคอยกระตุ้นให้เคี้ยวบ้าง  

                          นวดกระพุ้งแก้มบ้าง 2-3 ครั้ง (ไม่ค่อยยอมให้นวด) ไม่มีอาการติดคอสำลัก  -0.5 คะแนน

 

มื้อที่ 2 0.5 คะแนน 3 ครั้งความช่วยเหลือ  คะแนนลดลงจากมื้อแรกอาจเป็นเพราะผิวสัมผัสอาหารที่ยาก ไม่มีน้ำช่วยในการทำให้อาหารนิ่ม (เด็กมีน้ำลายใสน้อย เพราะไม่ค่อยทานน้ำ) ทานนมมากกว่ามื้อแรกเพราะปริมาณอาหารลดลง เมื่อเด็กไม่มีความสุขขณะทานอาหาร จึงส่งผลให้เด็กลุกจากเก้าอี้ ไม่ยอมให้สัมผัสนวด (แนะนำให้นวดเฉพาะเวลาอมอาหารเท่านั้น) ไม่มีสมาธิและพูดร้องเพลงคนเดียว (ตรงนี้ต้องกระตุ้นให้คุยเรื่องอาหารว่า อร่อยไหม ทานอะไร เพื่อจะได้มุ่งความสนใจที่อาหาร)

วันที่ 1 มิย 53

8.00 : ขนมปังกระเทียมอบ, คอร์นเฟลค, นมสดครึ่งถ้วย

จำนวน : ขนมปัง  7 คำ (คำใหญ่ 3 คำ, คำจิ๊ดๆ 4 คำ)   +0.5 คะแนน

            คอร์นเฟลค 3 คำ มีคายคอร์นเฟลคออกมา 1คำ (มีการบดเคี้ยวละเอียดแล้ว)

            นมสดทานหมดถ้วย

เวลาที่ใช้ : 20 นาที แต่ระหว่างทานมีอยากลุกจากเก้าอี้ 1ครั้ง แม่หลอกล่อให้ทานนมจึงนั่งลงทานต่อ 1 คะแนน

พฤติกรรมการทาน : ให้หยิบขนมปัง(ชิ้นเท่าฝ่ามือเด็ก) กัดทานเอง เด็กกัดได้คำเล็กๆ จิ๋วๆ ถ้ากัดแล้วดึงเป็นคำใหญ่จะถุยออก แม่จึงเด็ดเป็นคำเล็กๆวางไว้ให้ เด็กก็หยิบมาทาน 1-2 ชิ้น แม่ป้อนให้ 1-2 ชิ้น ระหว่างทานแม่คอยนวดกระพุ้งแก้ม 2 ครั้ง นวดคอ 2 ครั้ง ไม่ติดคอ ไม่สำลัก ไม่ค่อยมีสมาธิในการทาน   -0.5 คะแนน   จะชอบพูด ร้องเพลง คนเดียวไปด้วย  -0.5 คะแนน ต้องคอยเตือนให้ทาน 

9.30: น้ำลูกพรุน ครึ่งถ้วย

มื้อที่ 3 2.5 คะแนน 3 ครั้งความช่วยเหลือ เด็กยอมให้นวดแล้ว เพราะช่วยในการเคี้ยวด้วยกราม เด็กเริ่มเคี้ยววนรอบมากขึ้นเมื่อมีการใช้ฟันหน้าพร้อมลิ้นดุน  ต้องเน้นว่าให้นวดเฉพาะตอนอมอาหารนานๆ เท่านั้น หากเด็กพยายามเคี้ยวก็ต้องปล่อยให้เรียนรู้การเคี้ยวสักพัก ก่อนจะช่วยนวดทันที จากอาหารที่ให้ จำเป็นต้องแยกบดปั่นลูกชิ้นและหมูสับแล้วแยกทานกับบะหมี่น้ำ

11.00 : บะหมี่น้ำ ลูกชิ้นปลา หมูสับแหลกๆ    +0.5 คะแนน

จำนวน :  12 ช้อน ( คำละ 1 เส้น 9 คำ, คำละ 2-3 เส้น 3 คำ) ลูกชิ้น 1 คำ   2 คะแนน

                กินแล้วคายลูกชิ้นออก 2 คำ คายหมู 1 คำ   

เวลาที่ใช้ : นั่งทานได้ 15 นาที แล้วลุกออกจากเก้าอี้ ไม่ยอมมากินต่ออีก

พฤติกรรมการทาน : ให้นั่งตักบะหมี่กินเอง โดยแม่นั่งกินบะหมี่อยู่ด้วยกัน หลายคำแรกตักกินทีละเส้น ถ้าตักได้คำใหญ่ จะเอาออกให้เหลือคำละ 1-2 เส้น ตอนหลังแม่ช่วยตักป้อนไป 2 คำ (คำละ 3-4 เส้น) ตักทานเองคำใหญ่หน่อย 1 คำ

ยังไม่ยอมทานหมูสับ ถ้าตักหมูติดเข้าปากไปด้วยก็จะถุยออก ยังไม่ค่อยยอมใช้ฟันกรามเคี้ยว มักจะใช้ฟันหน้า และลิ้นดุนๆเอา นวดกระพุ้งแก้มบ้าง 2-3 ครั้ง

11.30 : ทานนมขวด 8 ออนซ์

13.00- 15.30 : นอนหลับ

มื้อที่ 4  1.5 คะแนน 0 ครั้งความช่วยเหลือ ไม่มีพฤติกรรมเชิงลบ ใช้เวลานานกว่าที่กำหนด (ต้องควบคุมให้อยู่ในเวลา 20 นาที เพื่อเรียนรู้แต่ละมื้อต่อเนื่อง ชนิดอาหารง่ายและเด็กชอบ (ควรนำไปฝึกในทุกมื้อพร้อมอาหารที่ทานได้มากในมื้อก่อนหน้า เช่น บะหมี่ผสมน้ำซุปแต่ลูกชิ้น/หมูบด อาจตุ๋นบดปั่นละเอียดแยกทานพร้อมซุป หรือปรึกษานักโภชนาการบำบัดดูถึงการให้โปรตีนเสริมแบบผงใส่ในอาหาร)

16.00 : ทานของว่างเป็น งาดำ 1 ช้อนชา , โยเกิร์ ต1 ถ้วย , ขนมผิงกลม (ขนาดประมาณ 1 ซม)  2 คะแนน

จำนวน  : โยเกิร์ตครึ่งถ้วย, งาดำ 1 ช้อนชา, ขนมผิง 10 กว่าเม็ด  ไม่คายเลย  -0.5 คะแนน   

เวลาที่ใช้: เกือบๆ 30 นาที โดยไม่ลุกออกจากเก้าอี้เลย

พฤติกรรม : ตักโยเกิร์ตทานเอง สลับกับทานขนมผิงและงาดำ

                โยเกิร์ตจะตักเป็นคำเล็กๆ ติดปลายช้อน ขนมผิงหยิบทานเองทั้งชิ้นและบดเคี้ยวด้วยฟันกรามอย่างเอร็ดอร่อย

                แถมยังมีร้องขอทานเพิ่ม (ซึ่งปรกติแทบจะไม่ร้องขอกินเพิ่มเลย) ทานได้มากถึง 10 กว่าชิ้น

                ส่วนงาดำตักทานเป็นคำเล็กๆ

มื้อที่ 5  1.5 คะแนน 0 ครั้งความช่วยเหลือ ไม่มีพฤติกรรมเชิงลบ ใช้เวลาเร็วกว่าที่กำหนด เด็กเริ่มเคี้ยวแบบวนรอบ สังเกตจากการอมแล้วดุนลิ้น (ต้องช่วยเหลือหลอกล่อให้ครบเวลา) อาหารไข่ตุ่นควรนำไปฝึกในทุกมื้อพร้อมอาหารที่ทานได้มากในมื้อก่อนหน้า เช่น บะหมี่ผสมน้ำซุปแต่ลูกชิ้น/หมูบด อาจตุ๋นบดปั่นละเอียดแยกทานพร้อมซุป หรือปรึกษานักโภชนาการบำบัดดูถึงการให้โปรตีนเสริมแบบผงใส่ในอาหาร)  มีประเด็นที่น่าสนใจคือ อาหารจำพวกนม แม้ว่าต้องเคี้ยว แต่เคี้ยวไม่นาน ก็ละลายและกลืนง่ายจากความข้นของนม และเด็กชอบ ผมคิดว่า น่าจะแยกอาหารจำพวกนมไว้ให้หลังการฝึก 20 นาที เพราะเด็กจะสนใจอาหารที่ชอบมากๆ และปฏิเสธอาหารอื่น ตรงนี้เด็กติดผิวสัมผัสอาหารจำพวกนมและเคี้ยวได้บ้าง ต้องฝึกให้เคี้ยวและเรียนรู้ผิวสัมผัสอาหารอื่นๆ ด้วย แนะนำให้ปรึกษานักโภชนาการบำบัดว่า ควรปรับอาหารอื่นๆ ให้มีส่วนผสมของนมด้วยจะดีหรือไม่  (อาจไม่ต้องปรับหากพบว่า อาหารที่ทานอยู่ในปริมาณเท่านี้แล้วมีสารอาหารพอเพียงต่อเด็ก)

18.00 : มื้อเย็นทานไข่ตุ๋น, ข้างตุ๋นใส่ฟักทอง+กะหล่ำปลี(ตุ๋นรวมกันนิ่มๆแต่ยังเป็นชิ้นอยู่)  1 คะแนน

(นั่งทานพร้อมกันหลายคนในครอบครัว) +0.5 คะแนน

จำนวน: ไข่ตุ๋นทานได้ครึ่งถ้วยน้ำพริก, ข้าวตุ๋น 3 คำ คายข้าว 1 คำตอนท้ายๆ

เวลาที่ใช้: 18 นาที เหลืออีก 2 นาที ไม่ยอมนั่งแล้ว

พฤติกรรม : ไข่ตุ๋นส่วนใหญ่แม่ตักป้อนให้ ยอมทานดี แต่ไม่เคี้ยว อมๆ เอาลิ้นดุนๆ แล้วกลืนเลย

                มีตักเองบ้าง แต่เป็นคำเล็กๆ ติดปลายช้อน

                ข้าวตุ๋นก็กินในลักษณะเดียวกัน

หมายเหตุ : หลังทานข้าวเสร็จ ยายให้กินนมอัดเม็ด 3 เม็ด มินนี่กินทั้งเม็ด เคี้ยวๆ อมๆ อย่างอร่อย และกินเร็วด้วย 

19.00 นม 8 ออนซ์

20.30 นม 8 ออนซ์

มื้อที่ 6      1.5 คะแนน 2 ครั้งความช่วยเหลือ ข้าวต้มน้ำข้นและไข่ต้มอาจทานยาก ควรปรับเป็นข้าวตุ๋นแยกทานกับไข่ตุ๋น/ไข่นิ่ม คุณแม่ลองปรึกษานักโภชนาการบำบัดดูถึงการปรับอาหารจำพวกข้าวให้ง่ายต่อการเคี้ยว มื้อนี้คุณแม่ปรับพฤติกรรมเด็กได้ดีโดยใช้นาฬิกาและสื่อสารกับลูก

2 มิย 53

8.00 : ข้าวต้มน้ำข้นๆ, ไข่ต้มนิ่มๆ กึ่งๆลวก   +0.5 คะแนน

จำนวน : ข้าวต้ม 2คำ , ไข่ต้ม 3 คำ  1 คะแนน

            มีคายข้าว คายไข่ ออกมาประมาณ 2-3 คำ

เวลา : 20 นาที เหลืออีก 2 นาที จะลุกออกจากเก้าอี้ แม่บอกให้รออีก 2 นาที ให้นาฬิกาดังก่อน เด็กก็ยอมนั่งลง

พฤติกรรม : ตักข้าวต้มทาน ตักแต่น้ำข้นๆติดปลายช้อน กินไป 4-5 คำ แม่จึงช่วยตักป้อนให้ด้วยได้ไป 2 คำ ไข่ต้มตักเอง ติดเศษๆไข่ขาวปลายช้อน กินไข่เองไป 2-3 คำ แม่ช่วยตักป้อนไปด้วย

8.30 : นม 8 ออนซ์

9.30 : น้ำลูกพรุน ¼ ถ้วย

มื้อที่ 7 1 คะแนน 2 ครั้งความช่วยเหลือ เด็กยังเรียนรู้การเคี้ยวแบบลิ้นดุนวนรอบ คงต้องจัดกิจกรรมที่มีการเป่า การดูด และกระตุ้นสัมผัสตรงฟันกรามและลิ้นในทุกทิศทางด้วย สังเกตว่า การนวดกระพุ้งแก้มควรทำ 1 ครั้งแล้วรอดูว่าจะไม่อมแล้วเคี้ยวอาหารต่อได้ไหม หากอมต่อ ก็นวดต่อช้าๆ อีก 1 ครั้ง ไม่ควรทำมากนักเกิน 2 ครั้ง เพราะจะช่วยเด็กมากเกินไป หากเด็กนั่งเหม่อหรือโดนบังคับ แม้จะยืนกิน ก็ต้องสื่อสารชมเชยและกอดเด็กที่ทำตามคำสั่งด้วยทุกครั้ง

11.00 : มื้อเที่ยง ซุปไข่ ใส่วุ้นเส้น   +0.5 คะแนน

           (ไข่เอาไปร่อนผ่านกระชอนให้ออกมาเป็นเส้นๆ ส่วนวุ้นเส้นต้มให้นิ่มๆ หั่นสั้นๆ)

จำนวน : 9 คำ คายออก 2 คำ   1 คะแนน

เวลา : 15 นาทีแรกนั่งทานที่เก้าอี้ เหลืออีก 5 นาที จะลุกออกจากเก้าอี้ แม่ใช้วิธีเดิมคือ บอกให้เด็กรอนาฬิกาปลุกดังก่อน

                เด็กก็ยังไม่ยอมนั่งลง ยืนกินอยู่บนเก้าอี้ จนครบเวลา

พฤติกรรม : เริ่มแรกตักแต่น้ำซุปทานก่อน แม่ต้องคอยตักไข่คำเล็กๆป้อนให้

                เด็กตักไข่กินเองบ้าง แค่เศษเล็กๆ 2-3 คำ ไม่ยอมเคี้ยวโดยใช้ฟันกราม จะใช้ลิ้นดุนๆแล้วอ้อมแอ้มกลืนลงไปเลย ชอบนั่งเหม่อ อมๆกัดๆช้อน  -0.5 คะแนน เอาไว้ แม่นวดกระพุ้งแก้ม 2-3 ครั้ง

11.30 : นม 8 ออนซ์

15.30 : นม 1 กล่อง ขนมผิง 10 กว่าเม็ด

มื้อที่ 8 1.5 คะแนน 1 ครั้งความช่วยเหลือ เด็กชอบอาหารจำพวกนม/กะทิ ซึ่งยืนยันจากมื้อที่ผ่านมาว่า มีการฝึกอาหารที่ไม่เคยสัมผัสแต่เคี้ยวไม่ยากนักหนึ่งอย่าง และอาหารที่ชอบอีกหนึ่งอย่าง จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้ดีกว่า มื้อนี้ทำให้รู้ว่า ไม่ควรนำอาหารที่เคี้ยวยากบนโต๊ะของผู้ใหญ่มาทดลองมากนัก เพราะจะเกิดประสบการณ์เชิงลบ แต่เด็กมีแนวโน้มเคี้ยวบ้างแล้ว

18.00 ข้าวสวย ปลาทูทอด แกงจืดเต้าหู้ บัวลอยน้ำกะทิ    +0.5 คะแนน

(นั่งทานพร้อมกันหลายคนในครอบครัว)

จำนวน : ปลาทูเล็กครึ่งตัว เต้าหู้อ่อน 5 คำ ข้าวสวย 3 คำ บัวลอย 5-6 เม็ด   1 คะแนน

เวลาที่ใช้ : ทานไปได้ 10 กว่านาที เด็กจะลุก คุณอาเอาขนมบัวลอยให้ทาน จึงยอมนั่งลงทานต่อจนครบเวลา

พฤติกรรม : ตักน้ำซุป เต้าหู้ กินเองบ้างนิดหน่อย แม่ป้อนข้าวคำละ 4-5 เม็ด ใส่ปลาทูชิ้นเล็กๆ พร้อมใส่น้ำซุปไปด้วยในคำเดียวกัน สลับเป็นเต้าหู้บ้าง

เด็กทานไปได้ประมาณ 2-3 คำ  แม่ลองใส่ใบผักบุ้ง (ตักจากผัดผังบุ้งสำรับผู้ใหญ่) หั่นชิ้นเล็กๆ 2-3 ชิ้นปนลงไปในข้าวด้วย เด็กก็ยอมกิน พอลองใส่เยอะขึ้น เด็กถุยออก เริ่มเคี้ยวบ้าง บางคำ แต่ส่วนใหญ่ยังใช้วิธีการเดิมคือ เอาลิ้นดุนไปมา ใช้ฟันหน้าเคี้ยวเล็กน้อย

19.00 : นม 8 ออนซ์

20.45 : นม 8 ออนซ์

มื้อที่ 9   2.5 คะแนน 0 ครั้งความช่วยเหลือ มื้อนี้ทำให้เห็นว่าคุณแม่น่าจะนำอาหารข้าวเกรียบมาทานรวมกับมื้ออาหารที่อยากให้ฝึกด้วยเลย อาหารที่เด็กจะทานได้ดีตรงนี้ต้องเนื้อนิ่มขณะทานหรือคลุกเคล้ากับน้ำลายในปาก คงต้องเลือกอาหารเพียงสองนิดต่อมื้อ (หนึ่งชนิดที่เคยทานได้มาก กับหนึ่งชนิดที่ควรฝึกทานเพิ่ม) ตรงนี้คุณแม่ได้ทำตามที่ผมแนะนำในมื้อข้างต้น คือ นำอาหารทานที่เคี้ยวยาก (เช่น ขนมปังขาไก่) พร้อมซุปจะทำให้นิ่มเคี้ยวง่าย  จะดีมากถ้าแบ่งชิ้นขนมปังไว้เลย ที่สำคัญเด็กต้องการฝึกดูดพร้อมเคี้ยวด้วย

8.15 : ซุปผักโขม (เหลวๆ) ขนมปังขาไก่แท่งยาว ขนมปังนิ่ม นมไวตามิลล์ครึ่งกล่อง   +0.5 คะแนน

จำนวน : ซุปผักโขม 5 ช้อนชา , ขนมปังขาไก่ครึ่งแท่ง, ขนมปังนิ่ม 5 ชิ้นเล็กๆ, นมครึ่งกล่อง คายขนมปังขาไก่ออกประมาณ 4 คำ

เวลาที่ใช้ : 20 นาที โดยไม่ลุกออกจากเก้าอี้    2 คะแนน

พฤติกรรม : ตักซุปผักโขมทานเอง แต่เป็นคำเล็กๆ แม่ช่วยตักป้อนด้วย

              ขนมปังนิ่มคุณยายป้อนให้กัดกินจากชิ้นใหญ่ มีการบดเคี้ยวด้วยฟันกรามบ้าง

                ขนมปังขาไก่ แม่ชวนเด็กจิ้มกับซุปแล้วทานด้วยกัน เด็กชอบจิ้มแล้วเอามาดูดๆซัก 2-3 หน แล้วค่อยกัดขนมปังกิน

 9.30 : น้ำลูกพรุน ¼ ถ้วย

10.00 : นม 8 ออนซ์

11.00: ขนมข้าวเกรียบข้าวโพด นั่งทานเคี้ยวอย่างดี ทานไป 5-6 ชิ้น (เป็นขนมที่ไม่แข็งมาก อมๆแล้วจะละลายได้)

มื้อที่ 10 1.5 คะแนน 1 ครั้งความช่วยเหลือ มื้อนี้ยืนยันผิวสัมผัสอาหารที่เด็กเรียนรู้การเคี้ยวมากขึ้น คือ ทานอาหารตุ๋นพร้อมซุป ไม่ควรมีชนิดอาหารอื่นๆ มากนัก เลือกสองชนิดอาหารที่ชอบและควรฝึก เมื่ออาหารหมดทั้งสองชนิด หากเวลายังไม่ครบ 20 นาที ให้เลือกอาหารมาเพิ่มอีกหนึ่งชนิดไปเรื่อยๆ จนหมด อาหารหลากชนิดมากไปจะทำให้เด็กไม่มีสมาธิในการจัดการอาหาร (ผลของการปฏิเสธและเลือกอาหาร – Food refusal and selective behavior)  นอกจากนี้ไม่ควรเปลี่ยนปริมาณหรือขนาดคำอาหารในขณะฝึก จะทำให้เกิดแรงกระตุ้นเชิงลบ วิธีการจับช้อนของเด็กที่กล่าวมาในมื้อนี้ ถือว่า เด็กกำลังสำรวจและเรียนรู้การใช้มือและตาตักอาหารพร้อมกัน ไม่ควรบังคับหรือแก้ไขวิธีการจับ แต่สื่อสารชมเชยการกระทำของเด็กและช่วยเหลือเล็กน้อย ชนิดอาหารไม่ยอมทาน อย่าบังคับป้อน ให้นำออกจากการฝึกก่อน แล้วหาวิธีการว่าจะปรับอาหารอย่างไรให้เคี้ยวง่าย  ไม่ควรแอบใส่เนื้อสัตว์หรืออาหารที่เคี้ยวยากขณะเด็กกำลังเรียนรู้ผิวสัมผัสที่เคี้ยวได้อยู่

13.00 : ไข่ตุ๋น (ใส่กุ้งเล็กน้อย) สปาเก็ตตี้+มักกะโรนี( รูปโค้งงอ) ราดซอลมะเขือเทศ  1 คะแนน

จำนวน : ไข่ตุ๋นครึ่งถ้วยน้ำพริก , สปาเก็ตตี้ 1 เส้น (หั่นสั้นประมาณ 2 ซม) คายออก 4-5 คำ   +0.5 คะแนน

เวลา: ทานไปได้ 10 นาที จะลุกออกจากเก้าอี้ จึงให้ถ้วยน้ำซุปตักทาน จึงยอมนั่งลงทานต่อจนครบเวลา

พฤติกรรม : ตักไข่ตุ๋นทานคำเล็กๆ ยังตักไม่ค่อยได้ แม่ต้องช่วยตักใส่ช้อนให้ แล้วให้เด็กป้อนเข้าปากเอง ถ้าใส่คำใหญ่หน่อย ก็จะถุยออก หรือไม่ยอมกิน เด็กยังไม่ค่อยรู้จักวิธีการเอาช้อนตักจ้วงลงไป ที่ทำอยู่จะเป็นลักษณะถือช้อนแล้วกดลงไปตรงๆ (โดยเฉพาะเวลาตักอาหารที่เป็นน้ำหรือเหลวๆ หรือจับช้อนลงไปเป็นแนวระนาบกับอาหารก็จะติดมาแค่ปลายๆช้อน ถ้าเป็นอาหารที่อยากกินก็จะยอมให้แม่จับมือสอนวิธีตัก แต่ถ้าไม่อยากกินแล้วไปจับมือให้ตัก จะไม่ยอม

สปาเก็ตตี้เส้นแรกลองป้อนดู ก็ยอมทาน แต่พอคำต่อๆไป ไม่ยอมทานเลย จะถุยออกตลอด (แม่ลองฝืนป้อนต่อไปอีก 2-3 คำ) เส้นมักกะโรนี้แบบสั้น(แบบที่โค้งงอ) ก็ไม่ยอมทานเช่นกัน คายออกทุกคำที่ป้อน

ส่วนไข่ตุ๋น ถ้าป้อนเพียวๆ ไม่ใส่น้ำซุปไปด้วย จนทานได้ช้า แต่ถ้าใส่น้ำซุปลงไปด้วยในคำเดียวกัน จะทานได้เร็วขึ้น ลองแอบใส่เนื้อกุ้งปนลงไปในไข่ตุ๋นเล็กน้อย ทานได้ ไม่ถุย แต่ยังไม่ค่อยยอมใช้ฟันกรามบดเคี้ยว มักใช้ฟันหน้าเคี้ยวและใช้ลิ้นดุนๆเอา

13.00 : นม 8 ออนซ์

16.00 : โยเกิร์ต ไอศครีม นมโอวัลตินกล่องเล็ก ขนมปังขาไก่ งาดำ ทานอย่างละนิดหน่อย

มื้อที่ 11 2.5 คะแนน 1 ครั้งความช่วยเหลือ มื้อนี้ยืนยันว่าเด็กเคี้ยวได้บ้าง การจัดเมนูอาหารดี และทานได้ดีเมื่อมีน้ำซุปช่วยเหมือนกับมื้อที่ผ่านมา คงต้องปรับไก่ทอดให้เคี้ยวง่ายกว่านี้ ลองปรึกษานักโภชนาการบำบัดด้วย  เด็กยังเคี้ยวไม่ทุกทิศทางและต้องฝึกกับนักกิจกรรมบำบัดด้วย 

18.30 : ข้าวสวย ไข่ดาว ไก่ทอด น้ำซุป ผัดผักโขม    +0.5 คะแนน

จำนวน : ไข่ดาว 5-6 คำเล็กๆ, ไก่ทอด 2 คำ, ผักโขม 2 คำเล็กๆ, ข้าวสวย 2 คำ, น้ำซุป 1 ถ้วย   2 คะแนน

เวลา : 20 นาที มีจะลุกออกจากเก้าอี้บ้าง แม่เลยหลอกล่อให้กินไก่ต่อ จึงยอมนั่งลงทานต่อจนครบเวลา

พฤติกรรมการทาน : เริ่มจากตักน้ำซุปก่อน ชอบไก่ทอด แต่ส่วนใหญ่จะเคี้ยวๆโดยใช้ฟันกรามแล้วก็คายออก ไข่ดาวทอดนิ่มๆ พอทานได้ แต่ไม่ค่อยเคี้ยวด้านข้างมากนักลองป้อนผัดผักโขมเปล่าๆ คำเล็กๆ ยอมกินไป 2 คำ พอป้อนต่อก็คายออก

19.30 : นม 8 ออนซ์

ตารางสรุปทักษะการกินอาหารของกรณีศึกษา

โดยนักกิจกรรมบำบัดศุภลักษณ์ เข็มทอง (กบ 542)

มื้อ

คะแนน

ความช่วยเหลือ

เมนูอาหารที่ควรจัด/แนะนำ

เมนูอาหารที่ควรปรับให้เคี้ยวง่ายกว่านี้ (ปรึกษานักโภชนาการบำบัด)

1

3

3

บะหมี่น้ำ

ลูกชิ้นปลา

2

0.5

3

ขนมปังนิ่ม

ขนมปังกระเทียมอบ, คอร์นเฟลค

3

2.5

3

บะหมี่น้ำ   

ลูกชิ้นปลา หมูสับ

4

1.5

0

โยเกิร์ต

งาดำ ขนมผิง 

5

1.5

0

ไข่ตุ๋นไม่ใส่ผัก

ฟักทอง+กะหล่ำปลี

6

1.5

2

ข้าวตุ๋น+น้ำซุป ไข่ตุ๋น

ข้าวต้มน้ำข้นๆ, ไข่ต้มนิ่มๆ กึ่งๆลวก  

7

1

2

ซุปไข่ไม่ใส่วุ้นเส้น  

วุ้นเส้น  

8

1.5

1

ข้าวสวย+ แกงจืดเต้าหู้

ปลาทูทอด

9

2.5

0

ซุปผักโขม (เหลวๆ) จุ่มกับขนมปังขาไก่ชิ้นเล็ก ขนมปังนิ่ม

-


10

1.5

1

ไข่ตุ๋น (ไม่ใส่กุ้ง) +น้ำซุป

สปาเก็ตตี้+มักกะโรนี( รูปโค้งงอ) ราดซอลมะเขือเทศ  เนื้อกุ้ง

11

2.5

1

ไข่ดาว ข้าวสวย+น้ำซุป

ไก่ทอด  ผักโขม

เฉลี่ย

1.8

(~2)

1.5

(~2)

ควรช่วยเหลือไม่เกิน 2 ครั้ง และตั้งคะแนนแต่ละมื้อไม่ต่ำกว่า 2 คะแนนในการฝึกอีก 11 มื้อถัดไปโดยจัดเมนูที่ชอบและเคี้ยวง่ายไม่เกิน 2 ชนิด อย่าแทรกอาหารเคี้ยวยาก แต่ต้องปรับอาหารก่อน แต่จัดอาหารจำพวกนม/กะทิไว้หลังจากฝึก 20 นาที