“เรียนปนเล่น”

PQ ความสมดุลระหว่างความสุขและความฉลาด
         มีใครหลาย ๆ คน เคยถามข้าพเจ้าว่า มีวิธีการสอนหรือเทคนิคการสอนอย่างไร ที่ทำให้เด็กมีรอยยิ้ม ไม่โดดเรียน มีความสุขเมื่อถึงคาบเรียนวิชาพิมพ์ดีด จึงตอบไปว่า ใช้เทคนิค “เรียนปนเล่น” ซึ่งก็สอดคล้องกับงานวิจัย ที่พบว่าเด็กเรียนรู้ได้ “ดี” ต้องมีความรู้สึกผ่อนคลาย มีแรงจูงใจ และชอบกิจกรรมที่ทำ มีความตื่นตัว องค์ประกอบเหล่านี้มีอยู่พร้อมมูลเมื่อเด็กเล่น ดังนั้น การเล่นจึงเป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุด นอกจากนี้แล้ว งานวิจัยทางสมองและการเรียนรู้ของเด็กยังชี้ชัดว่าขณะเด็กเล่น สมองของเด็กมีการทำงานมาก นั่นคือมีการกระตุ้น ทำให้เซลล์สมองมีการเชื่อมโยงกันมาก เป็นตัวบ่งชี้ความฉลาด  ซึ่งหมายถึงศักยภาพของการเรียนรู้ของเด็ก ดังนั้น หากพ่อแม่ต้องการให้ลูกฉลาด จึงควรสนับสนุนการเล่นของลูก รวมไปถึง ครูกับลูกศิษย์
         นักวิชาการที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กได้เสนอ Play Quotient (PQ) เพื่อให้พ่อแม่และผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กตระหนักถึงความสำคัญของการเล่น โดย PQ หมายถึง ความฉลาดในการเล่น เด็กที่มี PQ ดี จะสามารถประยุกต์ใช้ประสบการณ์ส่วนตัว ความรู้ และจินตนาการผสมผสานกับการเล่นได้เป็น
อย่างดี พ่อแม่จะสนับสนุน PQ ลูกได้อย่างไร
1. สนับสนุนการเล่นและของเล่นที่หลากหลายตามวัย พ่อแม่ควรศึกษาของเล่นหรือรูปแบบการเล่นที่เหมาะกับวัยและพัฒนาการของเด็กให้หลากหลาย เพราะนั่นหมายถึงการเปิดโอกาสให้ลูกมีความฉลาดหลายด้าน และเป็นการเปิดโอกาสให้พ่อแม่ได้เรียนรู้ความถนัดหรือความสนใจของลูกด้วย
          2. ให้เด็กเป็นผู้นำการเล่น พ่อแม่ไม่ควรมุ่งสอนหรือพยายามชี้นำเด็กมากเกินไป ควรให้เด็กได้คิด วางแผน และจินตนาการเอง แต่ควรช่วยขยายความต่อยอด และทำตามที่เด็กขอร้อง การทำเช่นนี้เด็กจะได้พัฒนาความสามารถในการเล่นและรู้จักคิดด้วยตนเอง เด็กจะรู้สึกสนุกและกระตือรือร้น   มากขึ้น
3. พ่อแม่ให้ความสนใจลูกขณะเล่น โดยพ่อแม่อาจเล่นด้วยหรืออาจพากย์การเล่นของลูก บางครั้งเมื่อลูกเล่นดีๆ หรือน่าสนใจ พ่อแม่อาจเข้าไปชื่นชมโดยใช้เวลาเพียงช่วงสั้นๆ ก็ได้
          4. ร่วมตื่นเต้นและสนุกกับลูก การที่พ่อแม่ร่วมสนุกกับลูกทำให้ลูกมีความสุขและเรียนรู้ที่จะแบ่งปันความสุขกับคนรอบข้างได้ นอกจากนี้ เด็กยังรู้สึกกับการเล่น รู้สึกดีกับตนเอง ความรู้สึกดีซึ่งกัน
และกันนี้ จะช่วยตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ลูกอีกด้วย
          5. ชื่นชมในความคิดและการแก้ปัญหาลูก เด็กที่มีอายุมากกว่า ๒ ขวบ เด็กมักมีจิตนาการกว้างไกล ขณะเล่น มีความคิดที่พ่อแม่อาจคาดไม่ถึง จึงควรชื่นชมและช่วยต่อยอดความคิดให้ลูก หากลูกเกิดปัญหาควรกระตุ้นให้เด็กแก้ปัญหาเองหรือช่วยแต่เพียงเล็กน้อย และอย่าลืมที่จะชมเชยลูกด้วย
         แนวทาง ๕ ประเด็นข้างต้น น่าจะเป็นทางออกสำหรับพ่อแม่เพื่อพัฒนา PQ สำหรับลูกของตนเอง
และแนวทาง ๕ ประเด็น ก็น่าจะนำมาปรับประยุกต์ใช้ กับการเรียนการสอน เพื่อพัฒนา PQ สำหรับลูกศิษย์ของเราเองได้เช่นกันนะคะ

นางพัชรี  ทิพย์รัตน์   หมวดวิชาชีพ