ครูโลโซ

ครูโลโซ

สวัสดีครับ  กากชัยขอรายงานตัว วันนี้ขอเขียนประสบการณ์การทำงานกับชาวบ้านที่เป็นคนงานของเราให้พี่น้องได้รับรู้และรับฟัง คือมีอยู่ว่าผมรับราชการครู แต่ใช้เวลาวันเสาร์และวันอาทิตย์ทำไร่ (ถ้าไม่ติดราชการ) ไม่รู้ว่าผมทำผิดหรือทำถูกครับแต่ก็มีคนบอกว่าเป็นถึงครูจะทำอะไรให้มันลำบากขนาดนี้ แต่โดยสันดานและความเป็นลูกชาวนามีมากในสายเลือดและมองเห็นช่องทางที่จะช่วยคนว่างงานให้มีงานทำ ผมจึงใช้เวลาว่างในช่วงนี้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง

ผมว่ามันสนุกดีและมีความสุขที่ได้ช่วยชาวบ้านมีงานทำถึงไม่มากแต่ก็เป็นบางส่วนของคนส่วนหนึ่งในชนบท ฤดูกาลปลูกอ้อยเราก็พาคนงานไปปลูกและทำรุ่นเราได้เห็นวิถีชีวิตของคนชนบทตอนเช้าเราไปส่งคนงานเขาห่อข้าวไปกินตอนเช้านั่งรวมกลุ่มกันกินข้าวเราก็แกมกับเขาด้วยคุยกันสนุกสนานเขาดีใจที่เรานั่งกินข้าวกับเขา เขาบอกว่าเราไม่ถือเรา ผิดกับครูหลายๆคนที่วันเสาร์อาทิตย์นอนพักผ่อนอยู่บ้านไม่กล้าออกแดดเพราะกลัวดำ กลัวเหนื่อย  พอถึงตอนเลิกงานเราก็รับคนงานกับบ้านแถมพ่วงติดไม้ติดมือด้วยสี่สิบดีกรีสนุกสนาน (เราก็ดื่มบอกบางครั้งเพื่อมารยาท) พอตอนเราจ่ายค่าแรงถึงรู้ว่านี้คือชีวิตขอคนงชนบทที่ไม่มีเงินเดือน ไหนต้องไปใช้หนี้ที่ยืมเขามาเมื่อวานนี้เพื่อที่จะให้ลูกไปโรงเรียน (ตอนนี้เด็กทั่วไปไปโรงเรียนต้องได้เงินไป 5- 10 บาททุกวันสำหรับโรงเรียนบ้านนอก) ไหนจะซื้อกับข้าวตอนเย็นและวันพรุ่งนี้  ไหนจะค่าเติมเงินโทรศัพท์ ค่าถ่านวิทยุทรานซิสเตอร์ตอนทำงานก็ฟังเพลงไปทำงานไป เราก็ไปทำงานกับเขาคุมคนงานไปในตัว

ฤดูกาลปลูกมันสำปะหลังตอนชาวเราไปส่งคนงานเสร็จกลับมาขับรถไถฟร์อด(รถแทรกเตอร์ใช้ในการเกษตรได้มาโดยกู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูซื้อ) เพื่อที่จะไถชักร่องให้เป็นคูในการปลูกมันสำปะหลัง ถ้าปลูก 5-10 ไร่ก็ใช้คนงาน 9 คน คือตัดพันธุ์ 3 คน อีก 3 คนก็หามพันธุ์เพื่อที่จะวางตามคูที่เราชักร่องเอาไว้ 3 คนหลังก็ทำการปลูก

ได้อ่านแล้วเป็นอย่างไรครับสำหรับชีวิตครูโลโซคนนี้  ถึงไม่เท่ห์แต่ก็มีความสุขที่ได้เห็นเพื่อนมนุษย์ส่วนหนึ่งที่น้อยนิดมีงานทำถึงไม่ประจำแต่ก็พอช่วยประทังความจนได้บ้าง  ถึงไม่รวยแต่ก็พอสามารถส่งลูกเรียนหนังได้บ้าง วันขอจบแค่นี้ครับ