อุปสรรคของการใช้วินัยเชิงบวกในโรงเรียน

        หลังจากที่ผมได้ออกเดินสายพบปะพูดคุยกับคุณครูบางส่วน  ถึงการนำวินัยเชิงบวกไปใช้ในโรงเรียน    พบว่าคุณครูบางท่าน "ไม่เชื่อ" ครับ   ว่าวินัยเชิงบวก   จะใช้แก้ปัญหาเด็กได้ผล

 

       คุณครูที่ไม่เชื่อ  ก็จะมีคำพูดประมาณนี้ครับ

 

      " ใช้วินัยเชิงบวกมาหลายครั้ง    เด็กก็ไม่เห็นจะดีขึ้น  วินัยเชิงบวกเอาไม่อยู่"

 

      "เด็กที่นี่  ขี้เกียจมาก   ไม่รับผิดชอบ  ใช้วินัยเชิงบวกไม่ได้ผลหรอก"

 

       "โบราณเขายังสอนไห้  รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี " 

 

      "วินัยเชิงบวกเป็นเรื่องของฝรั่ง  ไม่เหมาะกับเด็กไทย  เด็กไทยต้องตีจึงจะได้ผล"

 

      "จะไม่ให้ดุ ไม่ให้ด่าเด็ก   เป็นไปไม่ได้  ขนาดดุ ขนาดด่าขนาดนี้  เด็กยังไม่ค่อยรับผิดชอบ  ยังไม่ค่อยมีระเบียบ"

 

       "เด็กนักเรียนเอง   ยังเสนอครูให้ลงโทษด้วยการตี"

 

      "พ่อแม่ผู้ปกครอง  ยังเห็นด้วยที่จะให้ดุ ให้ด่า ให้ตี"

 

       ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ครับ  เป็นความคิดที่มาจากความเชื่อที่ว่า

 

                                 "รักวัวให้ผูก  รักลูกให้ตี"

 

      ทีนี้ผมจะลองวิเคราะห์ดูนะครับ ว่าทำไม

 

      ท่านผู้รู้ท่านหนึ่ง บอกว่าการตัดสินใจของคนมาจากองค์ประกอบ 3 เรื่อง

 

      1.  จิตวิทยา     2.  มานุษยวิทยา    3.  สังคมวิทยา

 

      รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี   เป็นความเชื่อที่มาจาก "สังคมวิทยา" ครับ    ไม่ได้มาจากหลักจิตวิทยา

 

       สังคมวิทยา ของ สังคมไทยที่เป็นวัฒนธรรม  "อำนาจนิยม"  จึงต้องใช้ "อำนาจ"  ในการตัดสินความถูกต้อง   ใช้อำนาจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคน

 

       ที่นี้เมื่อสังคม เป็นสังคมที่ใช้อำนาจ   ก็จะซึมซับวิธีคิดเชิงอำนาจเข้ามาเป็นแนวคิดด้านมานุษยวิทยาว่าแต่ละคน จะต้องสัมพันธ์กันด้วยอำนาจ

 

        วัฒนธรรมอำนาจนิยม จาก รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี  จึงเป็น Socialozation  ที่ซึมซับเข้ามาในวิธีคิด   เป็น Social  model  ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคน

 

        จนกลายเป็นความเชื่อที่ยากจะไถ่ถอน

 

         ทั้งๆ ที่ยังขาดความรู้ด้าน  "จิตวิทยา"   ว่า "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี "  มีความรู้ทางจิตวิทยามารองรับหรือไม่

 

           เป็นมิจฉาทิฎฐิที่สั่งสมกันมานานเป็นร้อยปีก็ว่าได้  สำหรับ  รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี

 

           เพราะแม้แต่เด็กเอง  ก็ยังยอมรับว่าการตีเป็นเรื่องที่ถูกต้อง  เนื่องจากได้รับการปลูกฝังมาแบบนี้ 

 

           คงต้องทำใจครับ  สำหรับคนไม่เชื่อ   ก็คงต้องจะตีกันต่อไป