ตำบลเหล่าขยายเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า1ต่อ100ถุงได้2000ถุง วันนี้(19 พ.ค. 53) นายวัชรินทร์ เขจรวงศ์นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งเขาหลวงจ.ร้อยเอ็ด นำสมาชิกศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนยางกลาง ม.6ต.เหล่า จำนวน 50 ราย ร่วมกันนึ่งข้าวสวยแบบดิบเพื่อเป็นอาหารของเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าที่ได้รับหัวเชื้อ F2 จากสำนักงานเกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 20 ขวดเพื่อทำการต่อเชื้อจาก 1 ขวด สามารถขยายได้ 100 ขวด ตำบลเหล่าได้ 20 ขวด สามารถดำเนินการวันนี้จำนวน 2,000 ถุง สามารถใช้ในปลงนาข้าวประมาณ 200ไร่ หากคลุกเมล็กพันธุ์ข้าวสามารถปักดำได้ ประมาณ 10,000 ไร่โดยกลุ่มเกษตรกร แม่บ้านเกษตรกร ทำการหุงข้าว ให้ข้าวสวยเย็นตัวลงบรรจุถุงพลาสติกขนาด 4x6 นิ้ว ประมาณ ใน 4 ส่วน แล้วทำการเขี่ยหัวเชื้อรัดด้วยยางรัด ให้ไม้จิ้มฟัน แทงถุงให้เป็นรู ข้างละ 6-10 รูขยำคลุกเคล้าให้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า กระจายไปทั่วแล้วนำไปเก็บในที่แห้งและเย็น 3-5วัน เชื้อกระจายแล้วคลุกเคล้าหรือขยำให้เชื้อกระจาย ประมาณ 7 วันสามารถนำไปใช้ คลุกเมล็ดพันธุ์ข้าวก่อนนำไปหว่านหรือใช้ป้องกันกำจัดเชื้อราสาเหตุของโรคเน่าคอดิน โรคไหม้ นายวัชรินทร์ เขจรวงศ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กล่าวว่าแกนนำกลุ่มเกษตรกร นายบุญชู อังกาพย์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.เหล่าประธานศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน นายสมาน ฉ่ำมณีหมอดินอาสาตำบลเหล่า นำเกษตรกรที่เข้าใจในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสานใช้สิ่งที่มีชีวิตป้องกันกำจัดสิ่งที่มีชีวิต "ชีววิธี"การใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่า คลุกเมล็ดพันธุ์ 1 ถุงต่อเมล็ดพันธุ์ข้าว25-30 กิโลกรัม หลังจากนำเมล็ดพันธุ์ข้าว แช่น้ำ 2 คืน นำขึ้นจากน้ำนำไปใส่ถุงพลาสติกขนาดใหญ่พอเหมาะปริมาณ 25-30 กิโลกรัมใสเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า 1 ถุง ลงไปแล้วคลุกเคล้าให้เชื้อรากระจายไปทั่วทิ้งไว้ 2 คืนนำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปหว่าในแปลงกล้า เชื้อรากระจายไปทั่วส่วนการใช้ป้องกันในพืชผัก ผสมในปุ๋ยคอก ปริมาณ 50 กิโลกรัม เติมรัมอ่อน1 กิโลกรัม น้ำสกัดชีวภาพ กากน้ำตาล 1 ก.ก./น้ำ 20 ลิตรเชื้อราไตรโครเดอร์ม่า 1 ถุง ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใช้ผ้าพลาสติกคลุมกอง3-5 วันกลับกอง 7-10 วัน นำไปใช้รองก้อนหลุมก่อนปลูกพืชผักหรือใสในแปลงปลูกพืชผัก นายวัชรินทร์ เขจรวงศ์ นวส.ชำนาญการ กล่าวอีกว่า ส่วนการป้องกันกำจัดพืชที่เกิดโคเกี่ยวกับเชื้อรา อาทิ โรคไหม้ ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า 1ถุง ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นพื้นที่เกิดโรค 1 ไร่สามารถป้องกันกำจัดได้อย่างดียิ่ง ประหยัด ลดต้นทุนการผลิตลดการใช้สารเคมี
เชื้อราช่วยได้ครับ..เกษตรกรปลูกหอมแดงพะเยาเดือนร้อนอย่างหนักหลังผลผลิต เสียหายจากหนอนกระทู้หอมระบาด เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงจังหวัดพะเยา เดือนร้อนอย่างหนัก หลังจากผลผลิตไม่น้อยกว่า 100 ไร่ได้รับผลกระทบจากหนอนกระทู้หอมระบาดกัดกินลำต้นเสียหาย วันนี้(2 มิ.ย.53) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง ใน ต.จำป่าหวาย อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ต้องเร่งเก็บผลผลิต หลังจากผลผลิตต้องเสียหายกว่า 100 ไร่ จากการระบาดของหนอนกระทู้หอม โดยหนอนกระทู้หอม จะกัดกินลำต้นและใบ ส่งผลให้หอมแดงหยุดการเจริญเติบโต และหัวเน่า โดยขณะเก็บเกี่ยวก็ไม่สามารถมัดเป็นพวงได้เนื่องจากไม่มีลำต้น ส่งผลให้พ่อค้าที่จองไว้ไม่รับซื้อผลผลิต นายนิยม วงค์ขัติ อายุ 45 ปี เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง หมู่ที่ 2 ต.จำป่าหวาย กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงใน ต.จำป่าหวายเดือนร้อนอย่างมาก เนื่องจากการระบาดหนอนของกระทู้หอม โดยตนเองปลูกหอมแดงทั้งหมด 15 ไร่ เพียงคืนเดียวถูกหนอนกระทู้กัดกินต้นหอมเสียหายแทบทั้งหมด โดยเพื่อนเกษตรกรที่ผลผลิตยังเสียหายไม่มาก ก็ต้องเร่งเก็บผลผลิตเนื่องจากหากทิ้งไว้นาน จะทำให้หัวหอมเนาเสียหายรุกรามได้ ด้านนายอารยัน บุญศรี อายุ 40 ปี เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงหมูที่ 7 ต.จำป่าหวาย ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดหนอนกระทู้หอมกล่าวว่า ขณะนี้พ่อค้าที่จะมาซื้อหอม ต่างทยอยยกเลิกการสั่งซื้อ แล้ว ส่วนบางรายที่มัดจำไปแล้ว ก็ซื้อในราคาถูก จากก่อนหน้านี้ราคากิโลกรัมละ 12 บาท หรือกิโลกรัมละ 3 บาทเท่านั้น โดยการระบาดดังกล่าว ที่ผ่านมาไม่เคยรุนแรงถึงขนาดนี้มาก่อน จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาทางช่วยเหลือ และแก้ไขโดยด่วนด้วย