Appreciative Inquiry

appreciative inquiry appreciative inquiry appreciative inquiry

เคยได้ยินผู้รู้ท่านหนึ่งกล่าวว่า “.....นักศึกษา MBA ต้องเรียนรู้ที่จะเป็น CEO…คิดแบบ CEO…ไม่งั้นจะมาเรียนทำไม...”

นี่คือเสียงก้องกังวาน...กดประสาทผมให้ตื่นตัวอยู่เสมอ..ว่าผมทำอะไรอยู่..

ใช่ล่ะ...ผมเป็นอาจารย์ MBA หน้าที่ผมคือสอนให้เป็น CEO 

แล้ว….จริงหรือ....ผมได้ทำหน้าที่ผมแล้วเหรอ....

.........................................................................................................

CEO คือ Chief Executive Officer ครับ หรือหัวหน้าคณะผู้บริหาร ในมหาลัยก็อธิการบดี ในโรงบาลก็ผู้อำนวยการ....ในภาคธุรกิจก็...เถ้าแก่ อย่างเจ้าสัว CP ..ครับ

มาใคร่ครวญกันหน่อยว่า CEO เป็นยังไง

ผมมีรุ่นน้องอายุ 34 สมัยเขาเรียน ABAC ก็เปิดร้านเกมส์..แถวมหาลัย..เปิดไปเปิดมาก็ขยายได้หลายร้าน...มีน้ำใจ และกมักช่วยเหลือมหาวิทยาลัย และอาจารย์ทำกิจกรรม..มีส่วนร่วมมากๆ...อยู่มาวันหนึ่ง..ก็ขายร้านทั้งหมด...ไปเขียนแผนธุรกิจ ปรากฏว่า ชนะใจบริษัทรถยุโรป ได้เปิดศูนย์บริการ ขนาดใหญ่...ยังไม่พอต่อมาได้เป็นตัวแทนนำเข้า รถ MiniCooper ถ้าคุณรู้จักคนอายุ 34 คนนี้ คุณจะรู้ว่าเขาถ่อมตัว ฟังคนอื่น ให้เกียรติ และจริงจัง...จริงใจ...สร้างสรรค์สุด 

ย้อนไปบังคลาเทศ....อาจารย์มหาลัยคนหนึ่งสอนเศรษฐศาสตร์ อยากให้นักศึกษารู้ปัญหาจริงเลยพาไปดูชาวบ้าน...เขามีความเป้นอยู่อย่างไร...ในที่สุดเจอปัญหา..ชาวบ้านติดหนี้..แบบทาส...บางคนติดแค่ 500 บาทแต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยงอกขึ้นเรื่อยๆ ไม่เคยหมด...ท่านทนไม่ได้..กระโดดมาตั้งธนาคารคนจน...ตอนแรกก็เล็กๆ...พนักงานเดินเก็บเงิน..และพักผ่อนใต้ต้นไม้...ที่สุดกลายเป็นสถาบันหลักของชาติ...สามารถลดความยากจนให้คน.บังคลาเทศ...จาก 75% เหลือ 40%.....กลายเป็นความหวังของคนทั่วโลก...เป็นต้นแบบธนาคารแห่งยุคสมัย...ที่สุดอาจารย์ได้ Nobel Prize….

ผู้บริหาร Microsoft ที่ร่วมก่อตั้ง Microsoft กับ Bill Gates ไปเที่ยวเนปาล...วันหนึ่งไปเยี่ยมโรงเรียน...เจอหนังสือถูกล็อกอยู่ในตู้...ถามไปถามมา..ครูบอกว่า..กลัวหนังสือพัง...และหาย..เลยเก็บล็อกในตู้..เด็กจะได้ไม่ทำหาย..ได้เรื่อง คนคนนี้ลาออกจาก Mircrosoft แล้วตั้งมูลนิธิด้านการศึกษาที่ขึ้นชื่อว่าสร้างสรรค์ และมีความโปร่งใสที่สุดในโลก..มีปณิธานสร้างห้องสมุดนับพันแห่ง....

...........................................................................................

ถ้าคุณถ อดรหัสความสำเร็จ..ของคนที่ดูไม่เกี่ยวกันสามคนนี้..ผู้มีบทบาท CEO แบบน้ำดี...ผมเบื่อ CEO น้ำครำ...ครับ ไม่มีคุณค่ามากพอที่ผมจะเอาเรื่องของเขาไปเล่าจุดประกายใคร...

คุณจะพบว่า..จุดเริ่มต้นของเขา..เกิดจากการไปเจอของจริง..ริเริ่มทำสิ่งที่เขาคิดว่าดี..ทั้งที่คนรอบตัวอาจมองว่าเขาบ้าครับ...จริงใจ เจอของจริง จริงจัง จนเจิดจรัสครับ..

 

  1. จริงใจ...นิสัยพื้นฐานครับ จริงใจ มาควบคู่กับนิสัยเสียสละ
  2. เจอของจริง...ไม่ใช่นั่งเทียน เขียนแผนธุรกิจครับ...แล้วเกิดแรงบันดาลใจ หรือไม่การเจอของจริงมาก่อน..ทำให้มีทักษะมากพอเวลาคิดการใหญ่...
  3. จริงจัง...ลุยครับ ถึงแม้คนจะหัวเราะเยาะเอา...ไม่ใช่แค่แหกคอกครับ..นี่ถึงขั้นระเบิดคอกทิ้ง แล้วไปตายเอาดาบหน้าเลย
  4. เจิดจรัส...ความกล้า จริงใจ ใจถึง มีความคิดสร้างสรรค์...บางคนกลายเป็นเปลวเทียนของโลกไปก็มี เช่นสองกรณีหลัง...คนแรกกลายเป็นต้นแบบของการสร้างตัว..เป็นตัวอย่างของเถ้าแก่รุ่นใหม่ได้ นี่เป็น...ปลายทางของ CEO น้ำดี...ส่วนจุดจบของ CEO น้ำครำ ที่เป็นวิญญาณหลงทางมาแต่ต้น..เห็นได้ไม่ยากครับ..

 ..................................................

ถ้าใครบอกผมว่าการเป็น CEO  ต้องดูที่ตัวเลข ...เช่นมาว่ากันที่ตัวเลขกันดีกว่านี่...ผมเห็นด้วยเพียงส่วนเดียวครับ...แต่ไม่ทั้งหมด...ไม่งั้นนักคณิตศาสตร์ต้องรวยกว่า CEO ทุกคนในโลกนี้เป็นแน่...แต่นักคณิตศาสตร์บางคน มาทำงานอย่างนี้เพราะใจรัก..ผมเคยเจอลูกเจ้าของร้านทอง...มาเรียนเอกคณิตศาสตร์  เพราะใจรัก (หรือเราควรจะพยายามเปลี่ยนเขาให้กลับไปทำร้านทอง...จะได้เรียกว่าสร้าง CEO) ครับ...ผมไม่เคยคิดเปลี่ยน ผมกลับสนับสนุนเขาครับ...คนอย่างนี้อาจเจิดจรัสกว่า CEO ขี้ไก่นับล้านทั่วโลกก็ได้...ผมไม่พยายามขาย Idea ว่ามาเรียน MBA ดีกว่า..เวลาผมเจอครูท่านนี้ (ตอนถามยังเรียนอยู่) ผมอดภูมิใจแทนประเทศชาติไม่ได้...เพราะนี่คือ CEO ตัวจริง..คนที่ทำงานด้วยความรัก..มากกว่าตัวเลขในบัญชี... ในขณะที่ผมเจอ CEO หลายคน..ผมกลับหดหู่...อืม..ที่เขาว่าขี้ครอกเดินถนน..นี่จริงแฮะ (อดีต CEO ของ Walmart ต้นแบบค้าปลีกบ้าเลือดบ้านเรา...บอกว่า...”....ผมไม่รู้จักชื่อหลานของผม”)...

 

ชาตินี้ รวมถึงชาติหน้า...จนถึงชาติสุดท้าย จะไม่มีวันสอนคน สนับสนุนใครให้มุ่งเป้าเป็น CEO น้ำครำ ครับ...

 

เอ...ผมคิดผิดรึเปล่านะ....