คุณค่าที่แท้จริงของเงิน

               นับตั้งแต่อดีตมานั้น   มนุษย์เราอยู่ภายใต้สัจธรรมที่ว่า  “ การหาเงินย่อมยากกว่าการใช้เงิน ”  เพราะเงินเป็นเงื่อนไขสำคัญแห่งความอยู่รอด  และตอบสนองความต้องการขั้นพื่นฐานของชีวิต

                ดังนั้นก่อนที่เราจะหาเงินและใช้เงินให้เป็น   เราควรมีความรู้  ความเข้าใจ  และมีทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับเงินเสียก่อน  เนื่องจากในความเป็นจริง   เงินมีสถานะเป็นเพียงสื่อกลางที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนสิ่งของ  และสินค้าต่าง ๆ  ที่ใช้ในการดำรงชีวิต  การที่เงินจะให้คุณ  หรือโทษนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนได้ให้คุณค่าแก่เงินอย่างไร  ซึ่งแนวคิดเกี่ยวกับการให้คุณค่าเงินสามารถแบ่งออกได้เป็น  3  แนวคิดหลักคือ

1. การให้คุณค่าเงินแบบวัตถุนิยม

     แนวคิดนี้เชื่อว่า  เงินสามารถแลกเปลี่ยนกับความมั่งคงในการดำรงชีวิตอย่างสุขสบาย   หรือแม้กระทั่งมีอำนาจบารมีเหนือผู้อื่น คนประเภทนี้มักวัดคุณค่าของเงินด้วยจำนวนเงินแบบยิ่งมีมากยิ่งดี  แถมคิดเอาเองว่า  ถ้าใครมีเงินมากกว่าก็ได้รับการยกย่อง  ยอมรับจากสังคมรอบข้างมากขึ้นเท่านั้นโดยลืมนึกไปว่า คุณค่าของคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่มีดังนั้นคนพวกที่ยึดติดอยู่กับแนวคิดนี้  จึงมักให้คุณค่าเงินมากเกินจริงจากที่แสวงหาเงินโดยมีเป้าหมายเพื่อการดำรงชีพก็จะกลายเป็นคนที่หาเงินด้วยความละโมบโลภมาก  ยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาโดยไม่รู้ผิดชอบชั่วดี  ดังนั้นเราจึงควรพิจารณาแนวคิดนี้ด้วยความระมัดระวัง

2.  การให้คุณค่าเงินต่ำกว่าความเป็นจริง

       แนวคิดนี้มักพบในกลุ่มคนที่ปฏิเสธเงิน   เพราะเห็นเป็นสิ่งผิด  คนในกลุ่มนี้มีแนวคิดมุ่งละกิเลสของตน   โดยอยู่อย่างสมถะ  และไม่สร้างเงิน  ซึ่งฟังแล้วอาจดูดี   อาจทำให้สังคมหยุดนิ่ง   และส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนของกลไกระบบเศรษฐกิจได้

3.  การให้คุณค่าแก่เงินอย่างสมจริง

     แนวคิดสุดท้ายนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า   เงินมีความสำคัญจำเป็นต่อการดำรงชีวิตในระดับหนึ่ง  ซึ่งควรจะพอเพียงต่อการเลี้ยงชีพให้ไม่ลำบาก  แต่ก็ไม่โลภมากจนไม่ยอมพอ  โดยอาจยึดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง   ซึ่งทำให้เรามีความสุขทั้งกาย  สุขทั้งใจ  และช่วยสร้างเพื่อนที่ดีมากกว่าที่จะสร้างศัตรู  ดังนั้น  เราควรกำหนดแนวคิดเกี่ยวกับคุณค่าของเงินของตัวเราเองให้ดี  และเรียนรู้ที่จะใช้เงินตามความจำเป็นไม่ฟุ่มเฟือย   หรือตระหนี่ถี่เหนียวจนเกินไป  ที่สำคัญคือ   ควรนำเงินมาใช้เพื่อการสนับสนุนเป้าหมาย  และแผนการดำรงชีพที่ดีมากกว่าจะมีไว้เพื่อโอ้อวด  หรือแสดงความหรูหรา  เมื่อคิดได้แล้วว่าเงินมีคุณค่าต่อเราอย่างไร   ต่อมาก็ต้องรู้จักวางแผนการใช้เงิน  พร้อมกับต้องจัดสรรเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อการออมด้วย  เพื่อชีวิตในอนาคตที่ดีว่า

 

       แต่ก็อย่างว่า  กว่าจะหาเงิน  เก็บเงินได้ช่างยากเย็นไม่เหมือนการควักเงินออกมาใช้  แค่เสี้ยวนาทีเงินก็หมดกระเป๋าไม่รู้ตัว   ที่สำคัญคือ  หลายคนกลับคิดไม่ออกว่าคุณค่าของเงินที่เหมาะสมสำหรับตัวเรา   และสังคมของเราเป็นอย่างไร  มันถึงได้วุ่นวายกันเสียจริง