๒.เตรียมตัวเตรียมใจ
ผมผิดหวังกับการสมัครเข้าเรียน นบส. กระทรวงสาธารณสุข 2 ครั้งติดกัน ทำให้รู้สึกเซ็งไปเหมือนกัน แต่ก็ยังคงทำงานได้อย่างเป็นปกติ ตอนแรกก็รู้สึกเหมือนถูกไม่เห็นคุณค่าจากกระทรวงฯ แต่พอคิดอีกที คนเรามักเข้าข้างตัวเองเสมอว่าเราเหมาะสมกว่าคนอื่นๆ เมื่อมีโอกาสในเรื่องต่างๆเข้ามา จึงมักคิดว่า เราควรจะได้โอกาสนั้นมากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนก็มีคุณค่ามีศักยภาพมีผลงานของเขาอยู่และเข้าตาคนที่เป็นผู้คัดเลือกมากกว่าเราก็ได้ แทนที่จะมัวนั่งเซ็ง ก็น่าจะมาไตร่ตรองมองตัวเอง และพยายามทำให้มากขึ้นเพื่อให้ผลงานของเราเข้าตาให้ได้
การได้โอกาสเข้าอบรม นปส. มหาดไทย ที่เทียบเท่าหลักสูตร นบส.ของ กพ. ทำให้ผมไม่จำเป็นต้องเข้าอบรม นบส.สาสุขแล้วไปเข้าอบรม นบส.กพ.อีกรอบ จึงเหมือนทูอินวันไปเลย หลักสูตร นปส.มหาดไทย เป็นหลักสูตรนักบริหารระดับสูงหลักสุตรแรกของไทย เดิมอยู่ที่วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง รับเฉพาะนายอำเภอเท่านั้น ต่อมามีการจัดตั้งสถาบันดำรงราชานุภาพและวิทยาลัยมหาดไทยในสมัยปลัดอนันต์ อนันตกูล ก็เลยโอนย้ายมาอยู่สำนักงานปลัดกระทรวงฯและรับจากหน่วยงานนอกกระทรวงมหาดไทยด้วยเพื่อเพิ่มความหลากหลายของผู้เข้ารับการอบรมที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและเกิดเครือข่ายต่างกระทรวงต่างหน่วยงานในการทำงานร่วมกันในอนาคต
ผมได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการจากท่าน ผอ.สถาบันดำรงฯและได้รับหนังสือแจ้งเป็นทางการในวันที่ 8 เมษายน 2553 เป็นหนังสือแจ้งไปที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขว่ากระทรวงมหาดไทย (ที่ มท0207.1/45) ได้อนุมัติให้ผมเข้ารับการอบรมและให้ผมมอบหมายหน้าที่การงานให้เรียบร้อย ไปรายงานตัวเข้ารับการอบรมวันที่ 19 เมษายนที่วิทยาลัยมหาดไทย บางละมุงปละให้ชำระค่าลงทะเบียนในการฝึกอบรม 184,500 บาทที่ฝ่ายการเงิน กองคลัง สป.มท.ก่อน 19 เมษายน พร้อมกับแนวทางการเตรียมตัวเข้าฝึกการอบรม วันที่ 9 เมษายนเป้นวันทำงานสุดท้ายก่อนปิดยาวช่วงสงกรานต์จนถึง 18 เมษายน แม้จะกระชั้นชิดแต่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะผมได้เข้าไปศึกษารายละเอียดต่างๆในเว็บไซต์ของสถาบันดำรงฯไว้ก่อนแล้ว
การมอบหมายงานไม่เป็นเรื่องยุ่งยาก งานในหน้าที่ ผชช.ว. ผมส่งมอบให้พี่ต๊ะ (คุณสรณี กัณฑ์นิล( นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านส่งเสริมพัฒนา) เชี่ยวชาญ) หรือ ผชช.ส. หรือจะเรียกว่ารองนายแพทย์สาธารณสุขคนที่ 2 ก็ได้ งานในหน้าที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสามเงา ผมได้มอบให้ ทพ.ชัยทัต สุดเกตุหรือพี่ปึง ทำหน้าที่แทน แต่ก็มีงานหลายๆงานที่ไม่สามารถส่งมอบได้ต้องดูแลต่อเนื่องโดยเฉพาะเรื่องการจัดฝึกอบรมหมออนามัยติดปีก ที่ต้องอาศัยการสื่อสารติดต่อกับทีมงานทางโทรศัพท์ อีเมล์หรือประชุมพูดคุยกันในช่วงวันหยุด
พี่เปิ้ล (คุณสายพิณ ภู่จันทร์เจริญ) พ่อบ้านโรงพยาบาลสามเงา ช่วยดำเนินการเรื่องค่าลงทะเบียนให้อย่างเรียบร้อยดี ส่วนการเตรียมตัวที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือเค้าโครงรายงานการศึกษาส่วนบุคคล (IS) ซึ่งผมได้จัดทำเอกสารเค้าโครง 3 หน้ากระดาษ โดยเลือกเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งของานในพื้นที่จังหวัดตากคือ "ยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรมนุษย์ด้านสุขภาพในบริบทพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก ปี 2553" ซึ่งเค้าโครงดังกล่าวนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากท่าน นพ.สสจ.ตากด้วย
การเตรียมตัวอื่นๆก็มีทั้งเรื่องเอกสารที่ต้องมีหนังสือส่งตัวเข้ารับการฝึกอบรมจากต้นสังกัด (ผวจ.ตาก) สำเนาบัตรข้าราชการ รูปถ่ายทั้ง 1" และ 2" เพื่อใช้ติดบอร์ดรายชื่อและป้ายชื่อ เครื่องใช้ส่วนตัวเช่นอุปกรณ์กีฬาตามถนัด ยารักษาโรคประจำตัว ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น และอีกเรื่องที่เน้นมากคือการแต่งกายระหว่างศึกษาอบรม
ชุดในพิธีเปิดเป็นชุดกากีคอพักแขนยาว ในระหว่างศึกษาอบรมให้ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงขายาวสีดำหรือสีเข้ม รองเท่าหนังสีดำหรือสีเข้ม ผูกเนคไท ชุดสำหรับออกกำลังกายตอนเช้าเป็นเสื้อยืดสีขาวแขนสั้นมีปก กางเกงขาสั้งสีขาว รองเท้าและถุงเท้ากีฬาสีขาว และอีกอย่างคือต้องไปเข้าค่ายฝึกลูกเสือที่ค่ายลูกเสือศรีราชา จึงต้องเตรียมชุดลูกเสือเป็นเสื้อกากีคอพับ แขนสั้น กางเกงสีกากีขาสั้น เข็มขัดลูกเสือหนังสีน้ำตาล หมวกปีกและเครื่องหมายหน้าหมวก ถุงเท้ายาวสีกากี พู่สีเขียว รองเท้าหนังหรือผ้าใบสีน้ำตาลหุ้มส้นชนิดผูก ไม่มีลวดลาย ส่วนผ้าผูกคอและว๊อกเกิ้ล ไม่ต้องเตรียมเพราะค่ายลูกเสือจะแจกให้
การเตรียมชุดลูกเสือก็ยุ่งยากพอสมควร ต้องไปดูหลายร้านและก็ไม่ค่อยแน่ใจนักเพราะไม่ได้เรียนลูกเสือมานานแล้วตั้งแต่จบชั้น ม.3 แต่ก็จัดหาจนครบจนได้ แถมซื้ออินทรธนูสีเขียวอีก 1 คู่ (แค่ปรากฎว่าไม่ได้ใช้เพราะเป็นลูกเสือคนละประเภทกัน) วันที่ 17 เมษายน จึงหมดไปกับการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆไปเข้ารับการฝึกอบรม นับเป็นการเข้าอบรมที่เตรียมตัวมากที่สุดที่ผมเคยเข้าอบรมมา
ตอนอบรมผู้บริหารระดับกลาง (ผบก.) ของวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข เมื่อปี 2547 ผมอบรมที่วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร พิษณุโลก รุ่นที่ 18 หลักสูตร 1 เดือนครึ่ง ก็ไม่ได้เตรียมตัวมากนัก แต่บรรยากาศความสุขสนุกสนานของการฝึกอบรมก็ยังคงอยู่ในใจเสมอมา
ผมขับรถจากตากไปเข้าอบรมที่วิทยาลัยมหาดไทย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่ตั้งอยู่ที่ 135 หมู่ 3 ซอยบางละมุง2 (ซอยบ้านพักคนชรา) ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 ออกเดินทางบ่ายสองดมงวันที่ 18 เมษายน คุณแม่ผมนั่งรถไปด้วยเพราะอยากไปหาน้องสาวที่อยู่ที่พัทยา ก็เลยมีเพื่อนคุยไปตลอดทาง ต้องดูป้ายบอกทางไปตลอดและไปถึงพัทยาราว 3 ทุ่ม เข้าพักที่โรงแรมก่อน 1 คืนเพราะกำหนดรายงานตัวเป็นเช้าวันที่ 19 ผมก็เลยไม่กล้าไปก่อนเกรงจะไม่มีที่พัก เป็นความสะเพร่าของผมเองที่ไม่โทรไปสอบถาม เพราะทางวิทยาลัยฯเขาจัดที่พักให้เลยพร้อมอาหารเย็นด้วย ความตื่นเต้นมากเกินไปทำให้เราลืมความสำคัญของเรื่องเล็กๆน้อยๆไปได้