สวัสดีครับ ชาว GotoKnow ทุกท่าน วันนี้ผมมีสาระดี ๆ มาเสนอให้ทุกท่านได้รู้ แล้วก็เป็นสิ่งใกล้ตัวเราที่ควรทราบ เหตุเนื่องมาจากมันได้เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ก็คือ ผมมีโรคประจำตัวโรคหนึ่ง คือ โรคกรดไหลย้อน
หลายท่านคงรู้จักและหลายท่านก็อาจจะยังไม่รู้จัก โรคนี้มันอาจจะเหมือนลักษณะของอาหารไม่ย่อย แต่มีอะไรมากกว่านั้น ผมมักจะมีอาการช่วงเปิดเทอม เพราะกิจวัตรแต่ละวันต้องเร่งรีบ การทานข้าวตอนเช้าต้องทานแบบเร่งรีบ บางวันก็กินข้าวเหนียว บางวันก็กินข้าวสวย วันไหนที่กินข้าวเหนียวนั้นก็กินแบบเร่งรีบ เคี้ยวไม่ค่อยละเอียด พอไปถึงโรงเรียน เวลาที่สอนนักเรียนต้องได้ใช้เสียงมาก อาการจุกเสียด แน่นหน้าอกก็มาแล้ว และยิ่งก้ม ๆ เงย ๆ ยิ่งเป็นหนัก เหมือนอาหารยังติดอยู่ที่คอ ยังย่อยไม่เสร็จยังไงยังงั้น ทรมานมากครับ ใครที่ไม่เป็นก็ไม่อาจรู้ได้ ว่ามันทรมานแค่ไหนมันแสบร้อนไปทั่วทั้งอก บางคืนเป็นหนักมากจนนอนไม่หลับเลย
แต่ช่วงปิดเทอมไม่มีอาการเพราะเรามีเวลาในการรับประทานอาหาร และไม่ได้ใช้เสียง ลืมบอกไปครับการใช้เสียงมากนี่ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้มีอาการได้เหมือนกัน ดังนั้น เพื่อเป็นการรู้จักโรคนี้ให้มากขึ้น และรู้จักวิธีป้องกัน ผมจึงขอเล่าเกี่ยวกับโรคกรดไหลย้อนให้ทุกท่านทราบ เพื่อนำไปเป็นวิทยาธาน
โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Desease:GERD) คือภาวะที่กรดและน้ำย่อยต่างๆในกระเพาะอาหารมีการเคลื่อนตัวเข้าสู่หลอดอาหารมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอันตรายต่อเยื่อบุหลอดอาหาร เกิดอาการต่างๆเช่น แสบหรือแน่นหน้าอก เรอเปรี้ยว ซึ่งสามารถเป็นมากถึงขั้นที่ทำให้คุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานลดลงได้
สาเหตุ เกิดจากหูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะปิดกั้นการย้อนของกรดจากกระเพาะอาหารได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้มีปริมาณกรดย้อนกลับขึ้นหลอดอาหารมากกว่าปกติถึงขั้นมีอาการ หรือมีการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อหลอดอาหาร GERD พบได้บ่อยในชาวตะวันตก ส่วนในประเทศไทยนั้นพบน้อยกว่า 10% แต่อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในประเทศแถบเอเชียรวมทั้งประเทศไทย จะพบ GERD ได้มากขึ้น เนื่องจากประชากรมีน้ำหนักตัวเกินมีมากขึ้น รวมทั้งอุปนิสัยการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนไปเป็นแบบตะวันตกมากขึ้น
อาการ ที่พบบ่อยได้แก่ เรอเปรี้ยว แสบหน้าอก หรือแน่นท้องส่วนบน มักเป็นหลังอาหาร ในบางรายมีการกลืนลำบากคล้ายอาการของภาวะอุดตันของหลอดอาหาร หรือมีอาการเจ็บหน้าอกเหมือนโรคหัวใจได้
โดยทั่วไปแล้ว GERD ไม่ใช่โรคที่อันตราย แต่จะเรื้อรังเป็นๆหายๆ และมีบางรายที่มีความรุนแรงจนหลอดอาหารเป็นแผล บางรายถึงกับมีผลแทรกซ้อน คือ หลอดอาหารมีแผลและเป็นมากทำให้หลอดอาหารตีบตัน มีการเปลี่ยนแปลงของเชลล์เยื่อบุ และที่พบน้อยแต่อันตรายมากคือ การเกิดมะเร็งที่หลอดอาหารส่วนปลาย ซึ่งควรระวังในรายที่มีอาการมาก หรือเป็นมานานๆ
การป้องกัน โดยการปรับรูบแบบการดำเนินชีวิต เช่น การลดน้ำหนักตัว นอนให้ลำตัวและหัวเอียงขึ้นเล็กน้อย การหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท เช่น อาหารไขมันสูง อาหารรสเปรี้ยวหรือเผ็ดจัด เหล้า บุหรี่ ขนมพวกชอกโกแลต ซึ่งอาหารที่กล่าวมาจะทำให้หูรูดของกระเพาะเปิดมากขึ้น และมีกรดไหลย้อนได้มากขึ้น
การรักษา ส่วนใหญ่ต้องรับประทานยาลดกรด โดยกลุ่มที่ได้ผลดีคือ Proton pump inhibitor (PPI) ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนขนาดยาได้ต่างกันตามความรุนแรงของโรคที่เกิดขึ้น เช่น ในรายที่ส่องกล้องไม่มีแผล อาการควบคุมง่าย อาจรับประทานยาเป็นครั้งคราว ส่วนพวกที่เป็นมากหรือส่องกล้องแล้วพบแผลในหลอดอาหารอาจต้องเพิ่มขนาดและระยะในการรับประทานยาเพิ่มมากขึ้นครับ
- เป็นกรดไหลย้อนเหมือนกัน
- เคยส่องกล้องด้วย...ทรมานมาก...
- โชคดีหน่อยไม่พบเชื้อที่เป็นมะเร็ง...แต่บอกว่าต่อไปก็ไม่แน่...
- แต่ก่อนกินยาลดกรดทุกวัน...เพราะมันแสบร้อนตรงหน้าอก...
- กินนิดกินหน่อยก็ท้องอ้วน...เพราะอาหารมันไม่ย่อย
- เดี๋ยวนี้เลิกกินยาแล้ว...ใช้ธรรมมะช่วยและเปลี่ยนพฤติกรรมการกินด้วย...ช่วยได้เยอะ...
- เดี่ยวนี้...คนวัยทำงานเป็นกันเยอะ
- หมอบอกว่า...มันจะไม่หายนะ...จริงหรือ?
ใช่ครับ โรคนี้รักษาให้หายขาดไม่ได้ เพียงแต่บรรเทาได้เท่านั้น
ผมเองเริ่มย้อนแล้วครับ แต่ขึ้นแบบเบาๆ แต่เสบหลอดคอ ถ้าเป็นมากสงสัยแย่แน่เลย ตอนนี้ 46 ปี ครับ ผมลองใช้ยาช่วยย่อยช่วยอีแรงครับ เช่น ยาธาตุตรากิเลน เป็นต้น
หนูเป็นกรดไหลย้อนค่ะ ชอบแน่นหน้าอก กินอะไรนิดหน่อยก็อิ่มคุนหมอช่วยแน่นำด้วยคะ ทรมงานค่ะ