คนตานี
saifuddeen Abu Ni-nasreen (سيف ألدين) ibn ni-umar ibn ni-kejik An-nuree

10โอวาทว่าด้วยเนื้อแท้ของความรู้ในอิสลามและวิธีตักตวง


10โอวาทว่าด้วยเนื้อแท้ของความรู้ในอิสลามและวิธีตักตวง

 

 ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา

เนื่องในวาระครบรอบ 10 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ข้าพเจ้าขอมอบโอวาท 10 ประการเกี่ยวกับเนื้อแท้ของความรู้แก่พี่น้องทั้งชายและหญิง ดังต่อไปนี้

 

1. ความรู้ที่แท้จริงคือความรู้แห่งวิวรณ์ (วะหฺยู) ของอัลลอฮฺที่มีระบุในอัลกุรอาน การอรรถาธิบายที่ดีเยี่ยม ความหมาย และการปฏิบัติตามคำสอนของอัลกุรอานมาจากท่าน เราะสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมที่มีชื่อว่า ?อัสสุนนะฮฺ?

 2. ผู้ที่ดีที่สุดที่เข้าใจและน้อมรับต่อคำสอนของอัลกุรอานและสุนนะฮฺคือบรรดา เศาะหาบะฮฺ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดา เคาะลีฟะฮฺผู้ทรงธรรม เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม

 3. ผู้ที่ดีที่สุดที่ชี้แจงและเผยแผ่คำสอนของอัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์ พร้อมๆกับความเข้าใจและการปฏิบัติของบรรดาเศาะหาบะฮฺคือบรรดาอุละมาอ์ตาบิอี น และตาบิอิตตาบิอีน และชนต่อมาที่เป็นที่รู้จักกันในนามของ ?สะลัฟศอลิหฺ? ที่มีชีวิตอยู่ในสามศตวรรษแรกแห่งฮิจเราะฮฺศักราช และเป็นที่รู้จักเช่นเดียวกันในนามของ ?อะฮฺลุลหะดีษ? หรือ ?อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ?

 4. ความเบี่ยงเบนในการเข้าใจอิสลาม คือความเบี่ยงเบนจากหลักคำสอนดั้งเดิมที่ท่านเราะสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะสัลลัมและบรรดาเศาะหาบะฮฺได้นำมาเผยแผ่ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับอะกีดะฮฺ สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเศาะหาบะฮฺ ซึ่งถูกอุปโลกน์ขึ้นโดยผู้ที่แสดงตนเป็นมุสลิมแต่ธาตุแท้คือผู้ที่กลับกลอก หรือออกนอกรีต หลักคำสอนที่เบี่ยงเบนของพวกเขาได้ก่อให้เกิดความแตกแยกเป็นร้อยๆ จำพวก ซึ่งอันตรายของพวกเขาได้ซึมซับเข้าสู่ประชาชาติอิสลามอย่างต่อเนื่องจน กระทั่งปัจจุบัน และจะยังคงเป็นต่อไปจนถึงวัน กิยามะฮฺ พวกเขาเหล่านั้นเป็นที่รู้จักกันในนามของ ?อะฮฺลุลฮะวาอ์? (ชนที่ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง) ขออัลลอฮฺคุ้มครองเราจากสิ่งนั้นด้วยเทอญ

 5. ความรู้ที่แท้จริงล้วนเป็นนิอฺมัตที่อัลลอฮฺผู้ทรงรอบรู้และปรีชาได้มอบให้ แก่ บ่าวของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ด้านหลักการศรัทธา (อะกีดะฮฺ) หรือหลักการปฏิบัติ (อิบาดะฮฺ) ไม่ว่าจะเป็นความรู้ด้านการเป็นผู้นำสูงสุดและการบริหาร (คิลาฟะฮฺ) หรือการสังคม (มุอามะลาต) ไม่ว่าจะเป็นความรู้เกี่ยวกับอัลลอฮฺ หรือความรู้เกี่ยวกับศาสนาของพระองค์ หรือความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่พระองค์สร้างขึ้นมา นั่นแหละคือสาขาต่างๆ ขององค์ความรู้ที่อัลลอฮฺได้มอบให้แก่บ่าวของพระองค์บนโลกนี้ ไม่ว่าเขาจะเป็นมุอ์มินผู้ศรัทธาหรือกาฟิรผู้ปฏิเสธศรัทธา

 6. ความรู้แห่งวะหฺยู คือแสงสว่างของอัลลอฮฺและทางนำของพระองค์ อัลลอฮฺจะมอบความรู้แห่งวะหฺยูประเภทนี้แก่ผู้ที่พระองค์ประสงค์จะให้เป็นคน ดีบนโลกนี้และอาคิเราะฮฺเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ท่านจงวิงวอนขอความรู้ที่แท้จริงจากพระองค์ ?โอ้พระผู้อภิบาลของข้า ได้โปรดประทานความรู้แก่ข้า และมอบความปรีชาญาณแก่ข้าด้วยเถิด?

 7. อิสลามคือศาสนาของอัลลอฮฺที่ไม่อาจแยกออกจากความรู้ ด้วยเหตุนี้ คำสั่งแรกของอัลลอฮฺที่มีต่อบ่าวของพระองค์คือ ?อิกเราะอ์? หมายความว่า ?จงอ่าน? ดังนั้น จึงไม่มีมุสลิมที่โง่เขลา ถึงแม้ว่าจะมีมุสลิมจำนวนมากที่เป็นสามัญชนทั่วไปก็ตาม โดยที่ความรู้ของพวกเขาไม่ถึงระดับของปราชญ์ผู้รอบรู้ (อุละมาอ์)

 8. ความรู้ที่ดีที่สุดที่บรรดาครูบาอาจารย์ได้เสี้ยมสอนไว้คือความรู้แห่งอัลกุ รอนและสุนนะฮฺ และความรู้ต่างๆ ที่เกิดจากการวินิจฉัยอัลกุรอานและสุนนะฮฺที่ถูกต้องของบรรดาอุละมาอ์ที่ได้ รับการยอมรับ ต่อมาก็เป็นความรู้ด้านหลักการและเครื่องมือ (ไวยากรณ์) สำหรับใช้อ่าน ทำความเข้าใจ และวินิจฉัยคำสอนของอัลกุรอานและสุนนะฮฺ รวมทั้งตำราต่างๆ ของอุละมาอ์ หลังจากนั้นก็เป็นความรู้ว่าด้วยหลักการและเครื่องมือสำหรับใช้เผยแผ่และ ปฏิบัติตามคำสอนของอัลกุรอานและสุนนะฮฺ หลังจากนั้นก็เป็นความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่อัลลอฮฺสร้างขึ้นมาที่มีรากฐานมาจากอัลกุรอานและสุนนะฮฺ

 9. ผู้หนึ่งผู้ใดจะไม่ถูกเรียกว่าเป็นผู้รู้ (อาลิม) ในสาขาใดสาขาหนึ่ง ตามทัศนะของอิสลาม ตราบใดที่เขายังไม่ได้รับความรู้ที่จะนำพาตัวเขาไปสู่การปฏิบัติจริงกับความ รู้นั้น นี่แหละคือสภาพของอุละมาอ์ที่แท้จริงในอิสลาม

 10. อัลลอฮฺจะยกระดับของบรรดาผู้ศรัทธาและผู้มีความรู้สู่สถานะที่สูงส่งที่สุด บนโลกนี้และโลกอาคิเราะฮฺ และอิสลามจะให้เกียรติแก่ผู้รู้หรืออุละมาอ์ยิ่งกว่าบุคคลธรรมดาที่ชอบปฏิบัติอิบาดะฮฺ

 

ท้ายนี้ข้าพเจ้าขอวิงวอนต่อเอกองค์อัลลอฮฺโปรดประทานความรู้ที่จำเริญและยัง ประโยชน์แก่พวกเราทุกคน ทั้งบนโลกนี้และ อาคิเราะฮฺ อามีน ยาร็อบบัลอาละมีน

 

สลามและเศาะลาวาต จงประสบแด่ท่านนบีมุหัมมัด วงศ์วานของท่าน และบรรดาสหายของท่าน และมวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก

 

เขียนที่ มัสยิด อัลหะเราะมัยน์ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา

 23 เราะญับ 1429 / 26 กรกฎาคม 2008

 

http://islam.in.th/10-nasihah

หมายเลขบันทึก: 361575เขียนเมื่อ 26 พฤษภาคม 2010 16:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 14:20 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี