สูตรดื่มน้ำพอเพียง
สูตรดื่มน้ำพอเพียง
สุขภาพของคนเราจะดีขึ้นด้วยวิธีง่ายๆ คือการดื่มน้ำให้พอเพียงในแต่ละวันค่ะ ‘ฉลาดดื่ม’ ด้วยสูตรสำเร็จง่ายๆ ดังนี้
1.ปริมาณที่ควรดื่มในแต่ละวัน มีสูตรคำนวณดังนี้ น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม หารด้วย 2 คูณด้วย 2.2 แล้วคูณด้วย 30 เช่น น้ำหนัก 55 กก. เท่ากับ 55/2 x 2.2 x 30 = 1815 ซีซี แต่ไม่ถึงขั้นต้องตวงดื่มกันนะคะ แค่เป็นตัวเลขคร่าวๆ ให้ใสใจที่จะดื่มให้พอเหมาะกับร่างกายของแต่ละคนเท่านั้นค่ะ
2.วิธีการดื่ม ส่วนใหญ่ที่ดื่มกันไม่พอ แม้จะทราบแล้วว่าจะต้องดื่มกันมากน้อยแค่ไหนแล้วก็ตาม เพราะไม่มีเวลา จึงมักจะใช้วิธีกรอกน้ำกันแก้วโตๆ ดื่มรวดเดียวกระดกหมดแก้ว แล้วมีภาระติดพันจนต้องกลั้นปัสสาวะกันนานๆ จนเกิดโรคกระเพาะปัสสาวะไวหรือช้ำรั่ว และกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังตามมาอย่างที่เล่าให้ฟังแล้ว วิธีดื่มที่แยบยลคือ ต้องวางแผนให้จังหวะการดื่มพอดีกับการถ่ายออก เมื่อกระเพาะปัสสาวะเพิ่งเริ่มเต็ม เพราะหลังการดื่มแต่ละครั้งน้ำจะไปถึงปลายทางที่กระเพาะปัสสาวะประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ เช่น ก่อนออกจากที่ทำงานหรือก่อนเข้านอน 1 ชั่วโมง งดการดื่มน้ำและถ่ายออกทุกครั้ง กระเพาะปัสสาวะก็จะว่างและได้พักบ้างค่ะ หรืออาจใช้วิธีค่อยๆ ทยอยดื่มทีละน้อย แล้วเข้าห้องน้ำทันทีที่เริ่มปวดในขณะที่กระเพาะปัสสาวะยังถ่ายออกได้หมด ไม่เหลือค้าง เพราะไม่ได้อุ้มน้ำไว้นานๆ จนหมดแรง แค่นี้ก็จะเป็นการเห็นใจกระเพาะปัสสาวะ สุขภาพก็จะแข็งแรง และไม่เกิดโรคจากพฤติกรรมทำร้ายกระเพาะปัสสาวะอย่างไม่ได้ตั้งใจนะคะ
3.ประเภทของน้ำ น้ำเปล่าที่สะอาด ไม่ร้อนไม่เย็นดีที่สุดค่ะ และควรดื่มหลังกินอาหารมื้อหลักไปแล้ว 40 นาที ไม่ควรดื่มระหว่างการกินอาหารหรือหลังอาหารทันที เพราะจะทำให้น้ำย่อยเจือจาง ทำให้การย่อยอาหารดำเนินไปได้ไม่เต็มที่ค่ะ ช่วงกินอาหารควรดื่มน้ำซุปหรือน้ำแกงค่ะ ส่วนนมและน้ำผลไม้ดื่มหลังมื้ออาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง จะช่วยให้ย่อยง่ายนะคะ งดชากาแฟและเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ซึ่งมักกระตุ้นการหลั่งของน้ำย่อย และเป็นเหตุของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ค่ะ
จะเห็นว่าไม่ยากเลยนะคะกับการดื่มน้ำให้สุขภาพดี และเป็นเคล็ดลับความงามของผู้หญิงเราจากภายใน เพราะเซลล์ทั่วร่างกายจะสดชื่นและเปล่งปลั่งอยู่เสมอค่ะ ยากตรงที่ความตั้งใจและใส่ใจที่จะฝึกดื่มน้ำอย่างฉลาดได้อย่างต่อเนื่องจนเป็นสุขนิสัยนะคะ
