ตาน้ำห้วยปู่เจ้า หล่อเลี้ยงเจ้าอยู่ทั้งเวียง

หยดน้ำเล็ก ๆ ที่ไหลรินออกจากตาน้ำแห่งนั้น ห้วยปู่เจ้า หล่อเลี้ยงท้องทุ่งนาป่าเขา ชาวลับแล..เป็นลำห้วยเล็ก ๆ บนเทือกเขาที่มียอดภูสูงที่สุด ในอำเภอลับแล ชาวบ้านเรียกว่า "ม่อนฤาษี"

ห้วยปู่เจ้าเป็นลำห้วยที่ลักษณะพิเศษคือ มี "ตาน้ำ" ไหลรินออกจากหินก้อนใหญ่  ตาน้ำเล็ก ๆ นั้น ไหลรินอยู่ชั่วนาตาปี หล่อเลี้ยงผู้คนชาวลับแล..ให้อยู่ดี มีสุข...ตลอดมา

ชาวบ้านคนหนึ่ง พาเดินขึ้นไปดูตาน้ำแห่งนั้น ซึ่งเรียกชื่อว่า "ตาดเยี่ยว" เขาบอกว่า ปกติน้ำจะพุ่งออกมาแรงเหมือนลักษณะดังกล่าว

"เป็นตาน้ำศักดิ์สิทธ์ ไม่เคยเหือดแห้ง" แม่บ้านบางคนที่ สามี "ใจบ่ค่อยดี" จะมาตักน้ำที่นึ่ไปให้ดื่ม จิตใจก็จะดีขึ้น

 

ฤดูร้อน ปีนี้ อากาศร้อน และแห้งแล้งมาก เดือนหกผ่านไป ยังไม่มีวี่แววว่าฝนจะตก...ชาวนา...ชาวสวนต่างรอคอยอยู่ทุกวันคืน จนย่างเข้าเดือนเจ็ดแล้ว  ฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตกลงมา

๒๓ พฤษภาคม วันนี้ชาวลับแลบางคนอาจลืมไปแล้วก็ได้ แต่สำหรับผมแล้วยังจำได้ดี สำหรับเหตุการณ์วิปโยคในครั้งนั้น

ผมขับรถเข้าไปในเมืองลับแล จุดมุ่งหมายคือการสำรวจเส้นทางไปยังยอดภูที่สูงที่สุดแห่งนั้น ๆ

ตลอดสองข้างทาง เต็มไปด้วยพยับแดด และความร้อนในทุกอณูของผิวกาย..มองไปยังเทือกเขารอบข้างยังปรากฏร่องรอยการถล่มลงมาของเทือกเขา

ต้นลางสาดรอฝน

ขุดบ่อน้ำใต้ดินแก้ปัญหา "ภัยแล้ง"

ผ่านท้องทุ่ง "นาฮี" คือทุ่งนาบริเวณชายเขาที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสองข้างเป็นรูปวงรี...ซึ่งผืนนาจะค่อย ๆ กว้างขึ้นจนเป็น "นาทะเล"ต่อไป

นี่คือสิ่งที่ยืนยันในความอุดมสมบูรณ์ของเมืองลับแลแต่อดีต

ทางราชการได้มาสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ตามโครงการพระดำริ  โดยกรมป่าไม้ ได้ตั้งสถานีปลูกป่าขึ้น

การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในสถานที่แห่งนี้ สะดวกสบายมาขึ้น สามารถขับรถเข้ามาได้จนถึงอ่างเก็บน้ำดังกล่าวได้

ยอดเขาที่สูงที่สุดของอำเภอลับแล..ตามใจที่ปราถนา..เทือกเขาที่สวยที่สุด..คือจุดหมายปลายทาง

ขับรถไปตามเส้นทางเข้าเมืองลับแลเลี้ยวซ้ายผ่านหน้าที่ทำการอำเภอ เลยวัดเสาหิน เล็กน้อย ผ่านสถานีตำรวจ เลี้ยวขวาเข้าซอยเล็ก มีป้ายเขียนบอกว่า..ตรงไปม่อนธาตุ

ขับไปตามเส้นทาง...มีป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้าย ห้วยปู่เจ้า

วันนี้มีพิธีเซ่นสรวงปู่เจ้า

เพื่อขอฝน...เชื่อหรือไม่...เย็นวันนั้น....ต้มไก่ของยายอร่อยมาก !!

ความเชื่อ..ที่ไม่ต้องพิสูจน์...สำหรับเย็นวันนั้น