ปาฎิหาริย์แห่งการสวดมนต์

                                                “ งานยาก    สำหรับผู้มีปัญญา

                                                   งานมาก   สำหรับคนขยัน

                                                   งานหนัก  สำหรับคนแข็งแรง

                                                   งานเบา     ใคร ใคร ก็ทำได้

คำสอนของคนปฏิบัติงาน

 

ปาฎิหาริย์แห่งการสวดมนต์

                ในปัจจุบันชาวพุทธส่วนใหญ่นิยมสวดมนต์ทั้งที่บ้าน  ที่วัด  ที่โรงเรียน   ที่ทำงานและในรถยนต์หรือจะสถานที่ใดๆ ก็ตามที่เห็นว่าเหมาะสมตามที่ผู้สวดจะมีสมาธิ  แม้แต่ขณะกำลังเดินทางไปทัศนศึกษาสถานที่ต่างๆ  ชาวพุทธนิยมสวดมนต์ในรถไปด้วย  เพื่อเป็นพุทธานุสสติและเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

            “การสวด”  เป็นกิริยาการท่องที่เป็นทำนองเป็นจังหวะ  ส่วน “มนต์” คือคำสอนของพระพุทธเจ้า  ย่อมจะนำความสบายใจมาสู่ผู้สวดมนต์ด้วย  ขณะกำลังสวดมนต์เราก็น้อมใจตามบทสวด  พิจารณาความหมาย  เข้าใจธรรมะในบทสวดใจย่อมเกิดความปิติปราโมทย์  เมื่อใจเกิดปิติแล้วกายย่อมสงบ  ผู้มีการสงบย่อมเกิดความสุข  เมื่อมีความสุขทางใจ  จิตย่อมตั้งมั่นเป็นสมาธิ  เป็นหนทางแห่งการหลุดพ้นจากอาสวะกิเลส  ย่อมได้บรรลุธรรมอันวิเศษดังที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้  ณ วิมุตติสูตรว่า  “ การฟังธรรม  การแสดงธรรม  การสวดสาธยายมนต์  การตรึกตรองใคร่ครวญธรรม  และสมาธิภาวนา ”  ธรรมทั้ง 5 ประการนี้เป็นสาเหตุแห่งการหลุดพ้น

            การสวดมนต์ด้วยวาจามีเสียงดังพอตนเองได้ยินถึงหู  เป็นการสวดมนต์ด้วยใจ  คือทำให้จำได้ชำนาญคล่องปาก  การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจมีสมาธิขณะสวดย่อมเป็นปัจจัยแห่งการแทงตลอด  จนมีคำกล่าวว่า

            “ การสวดมนต์ภาวนา ”  เป็นการเจริญอานาปานสิติควบคู่ไปด้วยเป็นการฝึกลมหายใจให้ยาวและลึก  ช่วยให้ได้รับพลังหรือออกซิเจนเวลาหายใจเข้า  ขณะที่สวดจะเปล่งเสียงดังออกมา  เป็นการขจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  หรือมลพิษออกจากตัวยิ่งสวดได้นานๆเป็นจังหวะเท่าไหร่  ก็ยิ่งสามารถขับมลพิษออกไปได้มากเท่านั้น  เรียกว่า  เป็นการออกกำลังกายภายใน  และช่วยให้จิตใจแน่วแน่มั่นคง  มีความสุขสงบจนมีคำกล่าวไว้ว่า  “สวดมนต์เป็นยาทา”  คือทาแล้วก็ทะลุถึงใจเลยที่เดียว   “ภาวนาเป็นยากิน” หมายถึง  การทำสมาธิอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งทำให้ใจสะอาดบริสุทธิ์หยุดยิ่งเป็นอาหารใจที่ดีที่สุดดีกว่าการสวดมนต์  เพราะเมื่อใจสงบ หยุดนิ่ง ก็จะเกิดการเห็นและเข้าใจธรรมะได้ลึกซึ้งเปรียบเสมือนยากินซึ่งสามารถแก้ปวดได้ดีกว่ายาทา

            อย่างไรก็ตามทั้งการสวดมนต์และการเจริญภาวนาควรทำทั้งสองอย่าง  และควรทำเป็นประจำทุกวัน  เหมือนกับการรับประทานอาหารอย่างน้อยก็ 1  ครั้งก่อนเข้านอน  เพราะจะทำให้ใจสงบหลับได้สบาย  ตื่นขึ้นมาก็จะรู้สึกสดชื่น  สบายใจ  มีความคิดปลอดโปร่ง  เบิกบานใจ  อนึ่งการสวดมนต์ย่อมเป็นการฝึกให้เราพูดแต่ความดี  เมื่อเราสวดมนต์สรรเสริญคุณพระรัตนตรัย  ย่อมเป็นการพูดแต่ความดีของพระพุทธเจ้า  พระธรรม  พระสงฆ์  เมื่อเราทำเป็นประจำ  เราเองก็จะได้รับแต่สิ่งดีๆ  มาอยู่ในใจเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของเราตลอดไป  เมื่อท่านได้ที่พึ่งทางใจเดินมาถูกทางแล้วอย่าลืมคนใกล้ชิดตัวท่านด้วยอันมีภรรยา  บุตร  ธิดา  บิดา   มารดา  ของท่านย่อมจะทำให้ท่านประสพและพบกับความสุข  ความเจริญตลอดไป

 

 

                                                                                                                                  สมชาย    สมานวงศ์  เรียบเรียง

                                  สมาน   ศิรพูนสวัสดิ์  รวบรวม