ประเทศไทยมีการกำหนดอำนาจของประเทศออกเป็นสามอำนาจ คือ

1.

2.

3.

อำนาจยุติธรรมโดยทางด้านศาล (ตุลาการ) อำนาจทางนิติบัญญัติ การออกกฎหมายโดยผู้แทนราษฏร (..) อำนาจบริหารประเทศโดยจากคณะรัฐมนตรี (รัฐบาล)

ปัญหาของประเทศทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและการเมือง ที่เกิดหลังจากที่ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากเมื่อปี พ

.. 2475 เป็นต้นมานั้น ทำให้เราสามารถมองเห็นได้ว่า อำนาจบริหารประเทศ มีบทบาทและเป็นส่วนสำคัญอย่างมากต่อความอยู่รอดของประเทศ ความเสียหายของประเทศเกิดจากนักการเมืองที่ขาด จริยธรรมและคุณธรรมที่แอบแฝงเข้ามาสู่ในวงการเมืองและเข้ามามี บทบาทในการบริหารประเทศ จาก

1

ข้อเท็จจริงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีจำนวนนักการเมืองที่มีจริยธรรมและคุณธรรมเข้ามาบริหารประเทศน้อยมาก หากเทียบกับจำนวนของนักการเมืองที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง แต่กลับก่อให้เกิดปัญหาต่างต่างนานา ด้วยเหตุนี้ทั้งเราและท่านต้องร่วมกันช่วยคิดหาหนทางให้การเมืองไทยพ้นจากวงจรอุบาทว์ที่เป็นอยู่นี้ไปให้ได้ ก่อนที่ประเทศไทยของเราจะล้มละลายเพราะนักการเมืองไร้จริยธรรมและคุณธรรมเหล่านี้ ความยากลำบากของการแก้ปัญหานี้มันไม่ง่ายนัก หากทำเพียงแค่ออกกฎหมายลงโทษ หรือการตั้งกฎระเบียบบังคับ ดังที่มีการเขียนอยู่ในรัฐธรรมนูญทุก ๆ ฉบับที่ผ่านมาจนถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันปี

จากบทบาทและความสำคัญของอำนาจบริหาร ที่มีผลโดยตรงต่อความเจริญและความมั่นคงของประเทศนั้น เรามาช่วยกันวิเคราะห์กันว่าที่ผ่านมา การที่มีนักการเมืองที่ขาดจริยธรรม และคุณธรรมแอบแฝงเข้ามาในวงการเมืองแล้วกุมอำนาจในการบริหารประเทศนั้น รัฐธรรมนูญได้มีการเปิดช่องว่างให้กับกลุ่มการเมืองเหล่านี้ จากกลุ่มผลประโยชน์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างไร มีการอาศัยผ่านช่องทางของนักการเมืองไทยที่ไร้จริยธรรมและขาดคุณธรรมได้อย่างไร โดยเราต้องมาช่วยกันร่วมระดมความรู้ ร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อที่เราจะไม่ปล่อยให้นักการเมืองเหล่านี้เข้ามามีส่วนในการเข้ามาบริหารประเทศอีกต่อไป

2550 นี้ ถ้าหากหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเองนั้น ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยากสำหรับนักการเมืองที่ไม่มีความละอายใจไร้จรรยาบรรณ

จากแนวทางตามรัฐธรรมนูญเดิมที่มีมาก็คือ ประเทศไทยมีการกำหนดอำนาจของประเทศออกเป็นสามอำนาจ

1. อำนาจตุลาการ 2. อำนาจทางนิติบัญญัติ และ 3. อำนาจบริหารประเทศ หากวิเคราะห์อำนาจทั้งสาม จะเห็นได้ว่า ที่มาของผู้ที่เข้ามามี อำนาจทางนิติบัญญัติ(..) และ อำนาจบริหารประเทศ(คณะรัฐมนตรี) มาจากกลุ่มนักการเมืองกลุ่มเดียวกัน คือกลุ่มนักการเมืองที่ได้เข้ามาเป็น ส.. ซึ่งสมควรที่จะมีหน้าที่หลักในการตรวจสอบการปฏิบัติงานของคณะรัฐมนตรีที่เข้ามาบริหารประเทศ และทำหน้าที่หลักในการออกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเท่านั้น แต่แล้วปรากฏว่ากลุ่ม ส.. เหล่านี้ กลับได้รับอำนาจพิเศษเหนือกว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศโดยได้มีอำนาจมาคัดสรรแต่งตั้งคนของพรรคพวกตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องสนใจประชาชนทั้งประเทศว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ จะสนใจก็เพียงแค่เฉพาะกลุ่มทุน กลุ่มบุคคลที่ตนมีผลประโยชน์ร่วมด้วยเท่านั้น ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า ด้วยการเปิดช่องทางให้ผู้แทนราษฏรหรือ ส.. มารวมกันแล้วได้อำนาจในการเลือกคณะรัฐมนตรีนั้น ดูเสมือนว่า ส.. มีอภิสิทธิ์มาก ที่จะสามารถสร้างอำนาจต่อรองกำหนดใครก็ได้ในการเข้ามาบริหารประเทศ และมีอภิสิทธิ์ได้อำนาจถึง 2 ต่อ โดยต่อที่ 1 คือการได้เป็น ส.. ทำให้มีอำนาจในการออกก