ผมกลับจากเวียดนามมาหลายวัน  เจอคนรู้จักมักคุ้นส่วนใหญ่จะถามว่า.....

       "เที่ยวเวียดนามไม่สนุกรึ" 

        ผมตอบ  "อ้าว.... ทำไมว่าอย่างนั้น....สนุกซี...สนุกมาก..."

        พรรคพวกจะถามสวนมาว่า  "ไม่เห็นเล่าให้ฟัง"  ผมกลับคิดในใจว่า "ก็..ไม่อยากคุยนี่..ให้คณะที่ร่วมเที่ยวด้วยกันร้อยกว่าชีวิตคุยดีกว่า และก็ทราบว่า คุยมามากแล้ว...."

       พอวันนี้...หลังจากรื้อคอมพิวเตอร์เก่าที่มิตรอุปการะนำมาให้ซ่อมจนกระจัดกระจายเป็นชิ้นๆ ไปแล้วห้าเครื่อง จะประกอบคืนก็ไม่ได้เพราะต้องรออุปกรณ์ใหม่ ซึ่งสั่งจากเมืองหลวง แต่....ขอโทษเจอเคอร์ฟิว...... ผมเลยถือโอกาสเล่าเรื่องเที่ยวเวียดนามดีกว่าอยู่เปล่าๆ

        คณะของเราออกจากกำแพงเพชรประมาณหนึ่งทุ่ม ผ่านเมืองพิจิตร หนองบัว บึงสามพัน ชัยภูมิ แก้งคร้อ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ สมเด็จ หนองสูง จนมาถึงมุกดาหารเวลาเจ็ดนาฬิกาของวันใหม่

        จากที่ผมเคยอยู่มุกดาหารมาก่อนเป็นเวลาถึงห้าปี ผมจึงบอกทางคนขับไปยังโรงแรมที่เราจะพักอาบน้ำและทานข้าวเช้าได้อย่างสะดวกสบาย

        "ขอต้อนรับชาวกำแพงเพชรด้วยความยินดีครับ...." เสียงจากเครื่องขยายเสียงมือถือ ดังมาจากชายร่างสันทัด ผิวดำ อายุเลยห้ารอบไม่มากนัก ทำให้ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก และนึกรู้ว่าคนนี้แน่ คือ ลุงดำ ที่จะเป็นผู้นำเที่ยวเวียดนามของเรา

        "กรุณานำกระเป๋าของท่านลงจากรถบัส แล้วไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมก่อนนะครับ....ทางเราได้จองห้องไว้ให้ท่านแล้วสามสิบสองห้อง  โปรดใช้ห้องละสี่ท่านนะครับ"  ลุงดำพูดต่อไป

         "รีบๆ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อยนะครับ เราจะออกเดินทางไปด่านตรวจคนเข้าเมืองในเวลาแปดนาฬิกา"  เอาละซี ลุงดำให้เวลาเพียงชั่วโมงเดียว

         ผมต้องวางแผนใหม่ กลุ่มที่เข้าห้องพักทีหลัง ผมให้ไปทานข้าวเช้าก่อน เสร็จแล้วค่อยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ซึ่งวิธีนี้ทำให้ไม่ต้องรอห้องน้ำ และร้านอาหารที่บริการข้าวเช้าเรา ก็บริการได้รวดเร็วทันใจ

          กว่าเราจะเปลี่ยนไปขึ้นรถบัสของลาว และออกเดินทางไปด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหารได้ ก็เกือบแปดโมงครึ่ง เลยเวลาที่ลุงดำกำหนดถึงสามสิบนาที

          "ข้าวต้มอร่อยจัง  ฉันเติมตั้งสามถ้วย"

          "ปาท่องโก๋ก็อร่อยนะ กาแฟหอมกลมกล่อม ไม่เหมือนที่ไหน"   

           "ฉันชอบหมูยอ รสชาติดีมาก ขากลับต้องซื้อกลับบ้าน"

           ด่านตรวจคนเข้าเมืองและสะพานมิตรภาพแห่งที่สอง อยู่ห่างจากเมืองมุกดาหารเพียง 12 กิโลเมตร เราใช้เวลาเพียงลงจากรถแล้วเดินผ่านเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง แล้วมาขึ้นรถคันเดิมที่ขับอ้อมด่านมารอเรา เท่านั้นเอง ทั้งนี้เพราะฝีมือลุงดำผู้ช่ำชอง

         พวกเราข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ด้วยความตื่นเต้น แม่น้ำโขงช่วงนี้กว้างมาก การก่อสร้างสะพานก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เครนพังจนต้องหยุดชะงักไปหลายวัน และมีคำร่ำลือว่า จุดที่ก่อสร้างเป็นถ้ำของพญานาค จนเมื่อต้นปีนี้ มีคนเห็นพญานาคว่ายวนที่ตอม่อของสะพาน

       

และแล้ว พวกเราก็มาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองของลาว